“วาว” จารุวัฒน์ เชื่อคนไทยได้ดูบอลโลก พร้อมระวังลิงก์เถื่อนระบาด
เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า รัฐบาลตัดสินใจไม่ซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2026 ที่ปัจจุบันมีมูลค่ากว่า 1,700 ล้านบาท เนื่องจากประเมินความคุ้มค่าหลายด้านแล้ว ไม่สอดคล้องกับกับสถานการณ์บ้านเมือง โดยมอบหมายให้กรมประชาสัมพันธ์เป็นเจ้าภาพหลัก
นางศุภมาส อิสรภักดี รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า "ที่เราไปคุยมาแล้ว ก็พบว่าสถานการณ์ไม่เหมือนเดิม คนไทยจะได้ดูบอลโลกต้องเป็นตัวเลขที่เราอธิบายกับคนไทยได้ ถ้าไม่ใช่ราคาที่ยุติธรรมก็ต้องเก็บสตางค์ไว้ทำอย่างอื่น ในภาวะแบบนี้ ก็ต้องรอดูว่าเอกชน รายไหนที่เห็นโอกาสทางธุรกิจตรงนี้ เพราะว่าก็ยังพอมีเวลาอีก"
สอดคล้องกับที่ รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า "คุณศุภมาสได้รายงานให้นายกฯทราบแล้ว และยังเป็นประเด็นที่ต้องถกใน ครม.เพราะว่า ถ้าการซื้อลิขสิทธิ์ต้องใช้งบประมาณสูงก็ไม่มีความจำเป็น และไม่สอดคล้องกับกับสถานการณ์ของบ้านเมือง"
"วาว จารุวัฒน์" เชื่อคนไทยได้ดูบอลโลก พร้อมระวังลิงก์เถื่อนระบาด
ขณะที่ในมุมของ "วาว" จารุวัฒน์ พริบไหว ผู้บรรยายและนักวิเคราะห์ฟุตบอล มองว่า ค่าลิขสิทธิ์มีมูลค่าสูงเกินความเป็นจริง ซึ่งภาครัฐตัดสินใจถูกแล้วที่ปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด แต่สิ่งสำคัญหลังจากนี้ อยู่ที่การป้องกันลิงก์เถื่อนละเมิดลิขสิทธิ์ ที่อาจขึ้นอย่างแพร่หลายในอนาคต หากเอกชนไทยไม่ซื้อลิขสิทธิ์ในปีนี้
"ถ้าเราไม่ได้ชมคราวนี้ ก็เกิดจากกลไกตลาดที่มันทำไม่ได้ พอกลไกตลาดไม่ได้ ฟุตบอลโลกคราวหน้าเจ้าของลิขสิทธิ์ก็จะรู้ว่า จะมาขายเราเท่าไหร่ ทุกอย่างจะกลับมาเป็นกลไกตลาดมากขึ้น แต่ก็เชื่อว่าสุดท้ายจะได้ดูแน่นอน เพราะทางฟีฟ่าไม่ยอมที่จะเสียทุกอย่างเป็นศูนย์แน่ ๆ อาจจะลดสเกลของการถ่ายทอดสดลง เพราะคนไทยดูฟุตบอลโลกอยู่แล้ว
แต่หากไม่มีการซื้อลิขสิทธิ์ และคนจะหันไปดูผ่านฟุตบอลโลกผ่านช่องทางธรรมชาติ ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่ก็ไม่ได้รู้ว่าจะดูแบบไหน อย่างไร ถ้าปล่อยให้เกิดขึ้นจะทำให้คนที่ไม่เคยรู้จักเรื่องแบบนี้เข้าหาเรื่องแบบนี้ง่ายขึ้น และหลังจากนี้ไป คนที่คิดจะซื้อลิขสิทธิ์ จะมีความยากขึ้น 2-3 เท่าเลย"
ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่ฟีฟ่าเสนอขายให้กับไทยมีมูลค่าประมาณ 1,700 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าลิขสิทธิ์ 1,300 ล้านบาท ภาษีประมาณ 300 ล้านบาท และค่าดำเนินการ 100 ล้านบาท เมื่อเทียบกับจีนที่ต่อรองราคาเหลือเพียง 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ ประมาณ 1,900 ล้านบาท ขณะที่จีนมีประชากรประมาณ 1,400 ล้านคน ลิขสิทธิ์ที่ไทยต้องจ่ายครั้งนี้จึงสูงกว่าจีนอย่างมาก
ขณะที่ภาคเอกชน ยังไม่มีรายไหนที่เสนอตัวต้องการลงขันเหมือน 4 ปีที่แล้ว ซึ่งปัจจัยสำคัญ คือช่วงเวลาการถ่ายทอดสด ซึ่งเกมส่วนใหญ่อยู่ในช่วงดึกและช่วงเช้าของไทย จึงทำการตลาดได้ยาก
โดยที่ผ่านมาฟีฟ่าพยายามขายลิขสิทธิ์ แบบครบทุกแพลตฟอร์มจึงมีราคาค่อนข้างสูง แต่สุดท้ายยังมีเงื่อนไขอื่น เช่น เมื่อเกมเริ่มแข่งไปแล้ว ฟีฟ่าอาจยอมหั่นราคาขายเฉพาะในแพลตฟอร์ม OTT หรือแพลตฟอร์มที่ให้บริการสื่อผ่านอินเทอร์เน็ต ซึ่งตามหลักการแล้ว มักจะพ่วงบางนัดที่บังคับให้มีการถ่ายทอดสดทางฟรีทีวีมาด้วย
อ่านข่าว
"ศุภมาส" แจงไม่ซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2026 ชี้ ราคาแพง-ไม่คุ้ม
"อนุทิน" ยันเดินหน้าหาช่องทางซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2026
"ภราดร" ยอมรับ "รัฐบาล" คิดหนักทุ่มซื้อลิขสิทธิ์บอลโลก จ่อตัดสินใจเร็ว ๆ นี้ ก่อนคิกออฟ
FIFA สร้างประวัติศาสตร์! มาดอนน่า-BTS-ชากีร่า ขึ้นโชว์พักครึ่งนัดชิงบอลโลก 2026
เปิดมติ ครม.แบ่งงาน 7 หน่วยงาน เร่งประสาน ให้เกิดการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกปี 2026