สหรัฐฯ เตรียมถอนวีซาต่างชาติครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์
วันนี้ (25 ส.ค.2569) สำนักข่าวเอพี รายงานอ้างอิงเอกสารกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ และเจ้าหน้าที่ภาครัฐฯ 2 คน ซึ่งระบุคาดการณ์ด้วยว่า ถ้าไม่มีการปรับเปลี่ยน หรือถูกขัดขวาง รัฐบาลทรัมป์ 2.0 จะประกาศมาตรการใหม่นี้ภายในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้ โดยจะเป็นมาตรการร่วมของกระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ
ข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ภาครัฐ ยังระบุว่า กลุ่มชาวต่างชาติผู้ถือวีซาประเภท B1 หรือ B2 ซึ่งถูกตรวจพบว่า อยู่ระหว่างยื่นขอสถานะผู้ลี้ภัยในสหรัฐฯ จะถูกยกเลิกวีซา B1 หรือ B2 และจะถูกจัดประเภทใหม่เป็นส่วนใหญ่ อย่างไรก็ดี ชาวต่างชาติกลุ่มนี้อาจยังไม่ถูกส่งตัวกลับประเทศต้นทางในทันที
ด้านโฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ แถลงว่า กระทรวงการต่างประเทศอยู่ระหว่างประสานงานกับกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิเพื่อตรวจสอบ และยกเลิกวีซาของกลุ่มชาวต่างชาติที่มีเจตนาแอบแฝงดังกล่าว แต่ขณะนี้ยังไม่ทราบจำนวนที่แน่ชัด
ส่วนคริสโตเฟอร์ แลนเดา รมช.ต่างประเทศของสหรัฐฯ แถลงผ่านแพลตฟอร์ม X ติงพฤติกรรมแอบแฝงของชาวต่างชาติกลุ่มนี้ และระบุว่าผู้คนในสหรัฐฯ และทั่วโลกต่างเบื่อหน่ายต่อการยื่นขอสถานะผู้ลี้ภัยจากบุคคลกลุ่มนี้ พร้อมทั้งชี้ว่า สถานะผู้ลี้ภัยไม่ควรกลายเป็นช่องโหว่ของการหลบเลี่ยงกฎหมายตรวจคนเข้าเมือง
รายงานระบุว่า ปัจจุบันชาวต่างชาติที่ยื่นขอวีซาเข้าสหรัฐฯ ประเภท B1 และ B2 จะต้องยืนยันว่า พวกเขาจะไม่ใช้วีซาที่ได้เป็นฐานในการยื่นขอสถานะผู้ลี้ภัยถาวรในสหรัฐฯ และจะต้องแสดงหลักฐานว่า พวกเขาตั้งใจจะเดินทางกลับประเทศตนภายในช่วงเวลาวีซา
ทั้งนี้ รัฐบาลทรัมป์ 2.0 ซึ่งมีนโยบายจำกัด และเข้มงวดการคัดกรองกลุ่มผู้ยื่นขอวีซาเข้าสหรัฐฯ ยังกำหนดให้ผู้ยื่นขอวีซา ต้องเพิ่มรายงานข้อมูลที่พวกเขาได้เผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์เพื่อเป็นอีกเงื่อนไขสำคัญประกอบการพิจารณาด้วย อีกทั้งจะไม่ออกวีซาให้พลเรือนของบางประเทศอย่างสิ้นเชิง
นอกจากนี้ รัฐบาลทรัมป์ 2.0 ยังมีนโยบายป้องปรามพฤติกรรมแอบแฝงของกลุ่มสตรีมีครรภ์ชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าสหรัฐฯ เพื่อคลอดบุตที่จะได้สัญชาติอเมริกันโดยกำเนิดด้วย อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมานโยบายนี้ของรัฐบาลทรัมป์ 2.0 ถูกศาลสหรัฐฯ ปัดตกมาโดยตลอด รวมถึงศาลฎีกา
รายงานชี้ว่า ในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ยังได้ยกเลิกวีซาของชาวต่างชาติราว 175,000 คนที่ถูกตรวจพบว่า มีประวัติเคยก่ออาชญากรรม หรือถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้กระทำผิดในคดีอาญา เช่น เมาแล้วขับ ข่มขืนปล้นชิงทรัพย์ผู้อื่น หรือเป็นผู้โจมตีนโยบายต่าง ๆ ของสหรัฐฯ ในที่สาธารณะ โดยเฉพาะนโยบายในตะวันออกกลาง
อ่านข่าว :
ปภ.แจ้ง 6 จังหวัดภาคกลาง-กทม.เฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูง 25-29 ส.ค.นี้
รมว.ท่องเที่ยว เผย "ถอนวีซา" แล้ว นักท่องเที่ยวต่างชาติข่มขู่เจ้าของสวนสัตว์ในเกาะสมุย