โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

‘สหรัฐ’ คว่ำบาตร ‘อิหร่าน’ เพิ่ม เสี่ยงสะเทือน ‘ตลาด-ผู้บริโภคทั่วโลก’ รวมถึงอเมริกัน

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 52 นาทีที่แล้ว

รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ ประกาศมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจใหม่ต่อเตหะราน โดยอธิบายว่ามาตรการเหล่านี้คือ “วันดีเดย์ทางเศรษฐกิจ” ในขณะที่สงครามระหว่าง สหรัฐ-อิหร่าน ใกล้ครบหกเดือนแล้ว

สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ประกาศมาตรการคว่ำบาตรเมื่อวันจันทร์ (24 ส.ค.) และยังคงปิดล้อมทางทะเลท่าเรือของอิหร่านต่อ

เบสเซนต์กล่าวว่า มาตรการคว่ำบาตรนี้มุ่งเป้าไปที่แหล่งรายได้หลักของอิหร่าน รวมถึงอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซ และเรียกร้องให้ประเทศต่างๆ ทั่วโลกตัดความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับเตหะราน

อัลจาซีราได้รวบรวมผลกระทบเบื้องต้นที่เกิดขึ้น และอาจเกิดขึ้นกับสหรัฐ เมื่ออิหร่านตอบโต้กลับไว้ดังนี้

สหรัฐอาจเจ็บเองด้วย

แรงกดดันต่อตลาดน้ำมันของอิหร่าน ทั้งจากมาตรการคว่ำบาตรที่มีอยู่และสงครามในปัจจุบัน ทำให้อุปทานน้ำมันในส่วนอื่นๆ ของโลกตึงตัว และส่งผลกระทบต่อประเทศที่ซื้อน้ำมันจากอิหร่าน ซึ่งอาจรวมถึง “จีน” ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางหลักของน้ำมันอิหร่าน จีนซื้อน้ำมันดิบส่งออกของอิหร่านประมาณ 90% โดยซื้อน้ำมันจากอิหร่านราว 1.4 ล้านบาร์เรลต่อวันในปี 2025

ขณะเดียวกัน “ตลาดเอเชีย” รวมถึงจีน ต่างพึ่งพาการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์อย่างมาก โดยน้ำมันประมาณหนึ่งในห้าของโลกเคยผ่านช่องแคบนี้ก่อนที่อิหร่านจะปิดกั้นเส้นทาง

สงครามและมาตรการคว่ำบาตรได้สร้างแรงกดดันต่อปริมาณน้ำมันทั่วโลก จึงส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้น และทำให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและอาหารสูงขึ้นตามไปด้วย

ตามข้อมูลของสมาคมยานยนต์อเมริกัน (AAA) ที่ติดตามราคาน้ำมันรายวัน พบว่าสำหรับผู้บริโภคชาวอเมริกัน ผลกระทบที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ “ราคาน้ำมันเบนซิน” ซึ่งมีราคาเฉลี่ยต่อแกลลอน (3.78 ลิตร) อยู่ที่ 4.09 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจาก 2.98 ดอลลาร์ ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันที่สหรัฐและอิสราเอลเริ่มโจมตีอิหร่านเป็นครั้งแรก

ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า หากอิหร่านตอบโต้สหรัฐเร็วขึ้น อาจส่งผลกระทบอย่างหนักต่อชาวอเมริกันเองด้วย

จอห์น ดีล กรรมการผู้จัดการฝ่ายตลาดทุนของธนาคารเพื่อการลงทุนโพสต์โอ๊คกรุ๊ป กล่าวกับอัลจาซีรา “หากมาตรการคว่ำบาตรกระตุ้นให้เกิดการตอบโต้จากอิหร่านต่อการขนส่งสินค้าในอ่าวเปอร์เซีย ลดการส่งออกน้ำมันอย่างมีนัยสำคัญ หรือทำให้บริษัทประกันภัยและบริษัทขนส่งสินค้าหลีกเลี่ยงภูมิภาคนี้ ชาวอเมริกันอาจรู้สึกถึงผลกระทบได้อย่างรวดเร็วผ่านราคาน้ำมันเบนซิน ดีเซล ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าขนส่ง และรู้สึกได้ถึงภาวะเงินเฟ้อ”

ประเด็นเศรษฐกิจและอิหร่านกำลังกลายเป็นประเด็นสำคัญในศึกเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งหลายคนได้แสดงความไม่พอใจรัฐบาลต่อการดำเนินงานทั้งสองด้านดังกล่าว ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันต่อพรรครีพับลิกันในการแข่งขันที่ดุเดือด รวมถึงในรัฐที่เป็นฐานเสียงของพรรครีพับลิกันมาโดยตลอด เช่น รัฐเท็กซัส

ผลสำรวจของ Reuters/Ipsos ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมชี้ว่า มีชาวอเมริกันเพียงประมาณ 1 ใน 3 เท่านั้นที่สนับสนุนการทำสงคราม ขณะที่ผลสำรวจของCNN ระบุว่า มีผู้ตอบแบบสอบถามเพียง 28% ที่เห็นด้วยกับการจัดการสถานการณ์อิหร่านของทรัมป์

ในด้านเศรษฐกิจ ผลสำรวจของ AP/NORC ชี้ว่า ชาวอเมริกัน 32% เห็นด้วยกับผลงานของทรัมป์

ส่วนผลสำรวจล่าสุดของ Reuters/Ipsos ชี้ว่า พรรคเดโมแครตมีคะแนนนำพรรครีพับลิกันเล็กน้อยในเรื่องความเชื่อมั่นในการจัดการเศรษฐกิจ โดยมองว่าเดโมแครตอาจจัดการได้ดีกว่า ซึ่งเป็นความได้เปรียบครั้งแรกของพรรคเดโมแครตในด้านนี้ในรอบราวสิบปี

ตลาดผันผวน

การประกาศมาตรการคว่ำบาตรครั้งล่าสุดส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นวอลล์สตรีท รวมถึงตลาดน้ำมันและทองคำด้วย

หลังจากการประกาศดังกล่าวราคาทองคำ ซึ่งโดยทั่วไปถือเป็นการลงทุนที่ปลอดภัยในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจไม่แน่นอน พุ่งขึ้น 0.8% สู่ระดับ 4,639.49 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (28 กรัม) ในช่วงกลางวันของการซื้อขาย ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม

สำหรับราคาน้ำมัน ราคาปรับตัวลงในวันจันทร์ (24 ส.ค.) หลังจากปรับตัวขึ้นติดต่อกันสองสัปดาห์ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ซึ่งเป็นราคาน้ำมันมาตรฐานโลก ร่วงลงมากกว่า 2% ในวันจันทร์ มาอยู่ที่ 85.22 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ในตลาดหุ้นวอลล์สตรีท ดัชนีหลักๆ เคลื่อนไหวแตกต่างกันไป ท่ามกลางข่าวล่าสุดเกี่ยวกับมาตรการคว่ำบาตร รวมถึงการประกาศของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เรื่องมาตรการเก็บภาษีครั้งใหม่ต่อแคนาดา

ดัชนี Nasdaq ปรับตัวลง 0.5% ขณะที่S&P 500 ลดลง 0.2%

อย่างไรก็ตาม ดัชนีDow Jones Industrial Average กลับอยู่ในแดนบวก 0.2% สูงกว่าราคาเปิดตลาดในวันจันทร์

ภาคส่วนน้ำมันก็ได้รับผลกระทบ โดยหุ้น Chevron ลดลง 0.8% ExxonMobil ลดลง 0.9% BP ลดลงมากกว่า 2% และ Shell ลดลง 0.2%

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...