โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ญี่ปุ่นเตรียมเปิดตัว "สำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ" ครั้งแรก หลังสงครามโลกครั้งที่ 2

Thai PBS

อัพเดต 1 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

วันนี้ (31 ก.ค.2569) CNN รายงานว่า รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศเปิดตัว "สำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ" (National Intelligence Bureau) อย่างเป็นทางการ ซึ่งนับเป็นการจัดตั้งองค์กรข่าวกรองส่วนกลางแบบรวมศูนย์เป็นครั้งแรกของประเทศ นับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2

การเคลื่อนไหวครั้งนี้ นำโดย นายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ ผู้นำฝ่ายอนุรักษนิยม ที่ก้าวขึ้นสู่อำนาจด้วยนโยบายเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านการป้องกันประเทศและการปรับปรุงรัฐธรรมนูญฉบับสันติภาพ

นายกฯ ทาคาอิจิ ระบุว่า การจัดตั้งสำนักข่าวกรองแห่งชาติ เป็นเพียง "ก้าวแรก" ของการปฏิรูประบบข่าวกรองทั้งหมด เพื่อให้ประเทศมีความพร้อมในการรับมือกับรูปแบบสงคราม และการต่อสู้ยุคใหม่ในภาวะที่โลกกำลังเผชิญความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์สูงขึ้น

ในอดีต ระบบข่าวกรองของญี่ปุ่น ขึ้นชื่อเรื่องความกระจัดกระจาย เอกเทศ และขาดประสิทธิภาพ แม้จะมี "สำนักงานข่าวกรองและการวิจัยแห่งสำนักนายกรัฐมนตรี" (CIRO) ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ราว 700 คน แต่กลับมีอำนาจจำกัดและไม่มีอำนาจในการสั่งการ ขณะที่หน่วยงานอื่น ๆ เช่น กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงยุติธรรม กระทรวงกลาโหม และ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต่างแยกกันเก็บข้อมูลโดยไม่มีการแบ่งปันอย่างเป็นระบบ

โครงสร้างใหม่จะทำการอัปเกรด CIRO ไปสู่ "สำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ" ซึ่งเป็นองค์กรปฏิบัติการและบริหารเต็มรูปแบบ มีอำนาจบังคับให้ทุกกระทรวงและหน่วยงานรัฐต้องส่งมอบและแบ่งปันข้อมูลข่าวกรองอย่างเป็นทางการ

องค์กรใหม่นี้จะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ "สภาข่าวกรองแห่งชาติ" (National Intelligence Council) ที่มี นายกฯ ทาคาอิจิ เป็นประธานด้วยตนเอง พร้อมด้วยมนตรีระดับสูง ร่วมกำหนดทิศทางยุทธศาสตร์ ครอบคลุมภารกิจการต่อต้านการก่อการร้าย การรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินระดับชาติ และการต่อต้านการจารกรรมจากต่างชาติ

รอยรั่วความมั่นคงและภาพจำ "สวรรค์ของสายลับ"

นับตั้งแต่ความพ่ายแพ้ในสงครามโลกครั้งที่ 2 จักรวรรดิญี่ปุ่นซึ่งเคยมีระบบตำรวจและข่าวกรองที่เข้มงวด ได้ถูกถอดถอนอำนาจลงเพื่อเข้าสู่ความเป็นประชาธิปไตย ความตกลงด้านความมั่นคงกับสหรัฐอเมริกาทำให้ญี่ปุ่นพึ่งพาการคุ้มครองจากอเมริกาเป็นหลัก ส่งผลให้ญี่ปุ่นขาดองค์กรข่าวกรองต่างประเทศ (เช่นเดียวกับ CIA ของสหรัฐฯ หรือ MI6 ของสหราชอาณาจักร) และที่สำคัญที่สุดคือ ญี่ปุ่นไม่มีกฎหมายต่อต้านการจารกรรมเป็นการเฉพาะ

ความอ่อนแอนี้ส่งผลให้สายลับต่างชาติและเครือข่ายความมั่นคง สามารถรวบรวมข้อมูลลับภายในญี่ปุ่นได้โดยไม่ผิดกฎหมาย จนถูกขนานนามว่าเป็น "สวรรค์ของสายลับ"

ช่องโหว่ดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรง ตัวอย่างที่ชัดเจนคือการสืบสวนของสื่อระดับโลกที่พบว่า รัสเซียได้ใช้ประโยชน์จากรอยรั่วนี้ในการลักลอบซื้อและจัดส่งชิ้นส่วนเทคโนโลยีจากญี่ปุ่น เพื่อนำไปใช้ผลิตขีปนาวุธและโดรนสำหรับทำสงครามในยูเครน นอกจากนี้ ความ "รั่วไหล" ของข้อมูลยังทำให้พันธมิตรตะวันตกเกิดความลังเลที่จะแบ่งปันความลับระดับสูงแก่ญี่ปุ่น

ภัยคุกคามรอบทิศและการเปลี่ยนผ่านของมหาอำนาจ

บริบททางภูมิรัฐศาสตร์รอบเกาะญี่ปุ่นได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง การคงอยู่ของทหารอเมริกันกว่า 55,000 นายในญี่ปุ่น ทำให้ญี่ปุ่นกลายเป็นเป้าหมายหลักของการจารกรรมข้อมูลจากประเทศเพื่อนบ้านที่มีศักยภาพสูงอย่าง จีน รัสเซีย และเกาหลีเหนือ ไม่ว่าจะเป็นการหาข้อมูลความเคลื่อนไหวของกองทัพสหรัฐฯ ความลับทางการเมืองเกี่ยวกับนโยบายยูเครน หรือการขโมยเทคโนโลยีขั้นสูงจากบริษัทเอกชนของญี่ปุ่น

ความร่วมมือที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นของกลุ่มประเทศเหล่านี้ ตลอดจนบทบาทขยายอำนาจของจีนในภูมิภาคเอเชียและสงครามในยุโรป เป็นตัวเร่งให้สาธารณชนญี่ปุ่นเริ่มลดความกังวลเรื่องการย้อนรอยไปสู่สภาวะ "รัฐตำรวจ" ในอดีต และหันมาตระหนักถึงความจำเป็นในการพึ่งพาตนเองด้านความมั่นคง

ประกอบกับการที่ นายกฯ ทาคาอิจิ สามารถนำพรรคคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งอย่างถล่มทลายจนครองเสียงข้างมากในสภา จึงทำให้การผลักดันกฎหมายความมั่นคงฉบับนี้สำเร็จได้โดยง่าย

แต่แม้การจัดตั้งสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติจะผ่านสภา แต่ก็ต้องเผชิญกับกระแสต่อต้านจากนักการเมืองฝ่ายค้านและภาคประชาชน โดยกลุ่มผู้คัดค้านรวมถึงสมาชิกรัฐสภาจากพรรค Constitutional Democratic Party ได้ชี้ให้เห็นว่า องค์กรข่าวกรองเป็นสถาบันที่มีอำนาจล้นมือ หากขาดกลไกการตรวจสอบถ่วงดุลและควบคุมทางประชาธิปไตยอย่างเหมาะสม อาจนำไปสู่การละเมิดสิทธิมนุษยชน คุกคามความเป็นส่วนตัว และแทรกแซงเสรีภาพของประชาชนเหมือนในอดีต

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญยังเตือนว่า แผนการในอนาคตของรัฐบาลที่จะดันกฎหมายต่อต้านการจารกรรมและการจัดตั้งหน่วยข่าวกรองต่างประเทศ อาจกลายเป็นดาบสองคมหากไม่มีคณะกรรมการตรวจสอบจากรัฐสภาหรือไต่สวนสาธารณะเหมือนในสหรัฐฯ หรือสหราชอาณาจักร เพราะอาจเปิดช่องให้รัฐบาลใช้อำนาจปราบปรามผู้เห็นต่างทางการเมืองโดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงแห่งชาติ

อ่านข่าว :

ผอ.สำนักทดสอบฯ มศว เข้ารับทราบ 7 ข้อหาคดีทุจริตสอบท้องถิ่น

DSI ออกหมายเรียกครั้งที่ 2 "ภาวุธ" ชี้ติดประชุม กมธ.ยันเข้าพบตามนัด 3 ส.ค.

“อังคณา” แจ้งความเอาผิด หลังโลกออนไลน์พาดพิง ปมทหารพรานถูกยิง 5 นาย จ.นราธิวาส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

ธปท.สั่งจำกัดวงเงินโอน บัญชีเด็ก-เยาวชน ตัดวงจร "บัญชีม้า" ดีเดย์ ก.ย.นี้

58 นาทีที่แล้ว

ตร.ไซเบอร์จับ 5 ผู้ต้องหา หลอกเปลี่ยนหม้อแปลง ก่อนดูดเงินเหยื่อซื้อทองแท่ง

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“ไชยชนก” สยบข่าวปรับ ครม. ขอเวลาพิสูจน์ผลงาน 1 ปี

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายกฯ ประชุม สมช. ถกสถานการณ์ชายแดนใต้กระทบเลื่อนคุย BRN

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ต่างประเทศ อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...