โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“ยูเครน” เร่งเสริมกระสุนปืนใหญ่พิสัยไกล หวังขยาย “เขตสังหาร” กดดันรัสเซีย

การเงินธนาคาร

อัพเดต 31 กรกฎาคม 2569 เวลา 22.47 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"ยูเครน" เตรียมรับมอบกระสุนปืนใหญ่พิสัยไกลรุ่นใหม่ภายในช่วงปลายฤดูร้อน หวังขยาย "เขตสังหาร" ตามแนวรบ บีบให้รัสเซียถอยฐานบัญชาการและคลังอาวุธ

วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 เวลา 15.00 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ยูเครนเตรียมยกระดับขีดความสามารถของกองทัพด้วย กระสุนปืนใหญ่พิสัยไกลรุ่นใหม่ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเข้าประจำการได้ภายในช่วงปลายฤดูร้อนปีนี้ โดยรัฐบาลเคียฟหวังว่าอาวุธดังกล่าวจะช่วยขยายเขตสังหาร (Kill Zone) บริเวณแนวหน้า เพิ่มแรงกดดันต่อรัสเซีย และสร้างความได้เปรียบในการเจรจายุติสงคราม

กระสุนล็อตแรกจะใช้กับปืนใหญ่มาตรฐาน 155 มิลลิเมตร ที่ยูเครนใช้งานอยู่แล้ว สามารถยิงได้ไกลอย่างน้อย 60 กิโลเมตร จากเดิมที่ปืนใหญ่ทั่วไปมีระยะหวังผลราว 30-40 กิโลเมตร และยังมีกระสุนแบบ นำวิถีด้วยเลเซอร์ ที่เพิ่มความแม่นยำในการโจมตี

ขณะที่กระสุนรุ่นใหม่ซึ่งติดตั้ง เครื่องยนต์แรมเจ็ต (Ramjet) อยู่ระหว่างการพัฒนา อาจเพิ่มระยะยิงได้มากกว่า 150 กิโลเมตร หรือมากกว่าสองเท่าของกระสุนรุ่นแรก โดยยังสามารถใช้งานร่วมกับระบบปืนใหญ่เดิมได้ทั้งหมด

ปัจจุบัน เขตสังหารตามแนวรบ คือ พื้นที่ที่โดรนลาดตระเวนสามารถตรวจจับและโจมตีเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว มีความกว้างประมาณ 30 กิโลเมตร ทำให้ฐานบัญชาการ คลังอาวุธ และเส้นทางลำเลียงด้านหลังของรัสเซียจำนวนมากยังอยู่นอกระยะยิงของปืนใหญ่ทั่วไป

นักวิเคราะห์ มองว่า หากยูเครนสามารถใช้กระสุนพิสัยไกลได้อย่างแพร่หลาย จะบีบให้รัสเซียต้องย้ายคลังอาวุธ ปืนใหญ่ และศูนย์บัญชาการออกห่างจากแนวหน้า ส่งผลให้การส่งกำลังบำรุงและการเปิดฉากโจมตีตอบโต้ทำได้ยากขึ้น อีกทั้งยังเพิ่มพื้นที่ปลอดภัยให้กองกำลังยูเครนสามารถรุกคืบได้มากขึ้น

Ruben Stewart นักวิจัยอาวุโสด้านสงครามภาคพื้นดินจาก International Institute for Strategic Studies (IISS) ระบุว่า กระสุนพิสัยไกลจะมีประสิทธิภาพสูงสุดในพื้นที่ แคว้นเคอร์ซอน (Kherson) และ ซาปอริซเซีย (Zaporizhzhia) ซึ่งเป็นพื้นที่โล่งและมีเส้นทางลำเลียงเสบียงของรัสเซียจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่ดอนบาส (Donbas) โดยเฉพาะรอบเมืองสโลเวียนสก์ (Slovyansk) และ ครามาทอร์สก์ (Kramatorsk) ซึ่งเป็นพื้นที่สู้รบระยะประชิด กระสุนพิสัยไกลอาจไม่ได้สร้างความแตกต่างมากนัก เนื่องจากแนวรบของทั้งสองฝ่ายอยู่ใกล้กัน

รัฐบาลยูเครน เปิดเผยว่า ได้รับงบประมาณสนับสนุนกว่า 540 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับจัดหากระสุนพิสัยไกล จากความช่วยเหลือของ นอร์เวย์ เดนมาร์ก ลิทัวเนีย ลักเซมเบิร์ก และสเปน รวมถึงโครงการ Czech Initiative ที่รวบรวมกระสุนจากประเทศผู้บริจาคส่งให้ยูเครน

ขณะที่เยอรมนีให้คำมั่นสนับสนุนเพิ่มเติม 300 ล้านยูโร หรือคิดเป็นกระสุนประมาณ 50,000 นัด

ด้าน Armin Papperger ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Rheinmetall เปิดเผยว่า ยูเครนมีความต้องการกระสุนพิสัยไกลสูงถึง 1.2 ล้านนัดต่อปี

ก่อนหน้านี้ กระทรวงกลาโหมยูเครนยืนยันว่าได้จัดซื้อกระสุนพิสัยไกลจำนวน 15,000 นัด จากเดนมาร์ก และยังเปิดประมูลจัดซื้อเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นอาวุธที่กองทัพต้องการอย่างมากในสนามรบ

ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ยูเครนใช้โดรนและขีปนาวุธโจมตีเป้าหมายลึกเข้าไปในรัสเซียอย่างต่อเนื่อง ทั้งคลังน้ำมัน โรงกลั่น และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน เพื่อสร้างแรงกดดันต่อมอสโก

แม้โดรนจะกลายเป็นอาวุธสำคัญของสงครามยุคใหม่ แต่ นักวิเคราะห์ มองว่า ปืนใหญ่ยังคงมีข้อได้เปรียบ เพราะสามารถใช้งานได้ในทุกสภาพอากาศ มีความน่าเชื่อถือสูงกว่า และกระสุนแต่ละนัดมีอานุภาพทำลายล้างมากกว่าโดรน FPV อย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญ เตือนว่า กระสุนพิสัยไกลยังมีจำนวนจำกัด และยังไม่สามารถแก้ปัญหาการขาดแคลนกระสุนของยูเครนได้ทั้งหมด โดยในระยะสั้น การมีกระสุนจำนวนมากที่ยิงได้ไกลกว่า 40 กิโลเมตร ยังคงมีความสำคัญต่อการทำสงครามมากกว่าการพึ่งพากระสุนพิสัยไกลรุ่นใหม่เพียงไม่กี่ชนิด

ยูเครน หวังว่า การเพิ่มศักยภาพของปืนใหญ่ควบคู่กับการโจมตีเชิงลึกภายในรัสเซีย จะช่วยเพิ่มแรงกดดันต่อประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน และสร้างอำนาจต่อรองให้กับเคียฟในการผลักดันการยุติสงครามในอนาคต

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...