โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

MINT ดีด 2% ลุ้นกำไร Q2 แตะ 3.5 พันล้าน รับไฮซีซัน “โรงแรมยุโรป” พ่วง Pop Mart โตกระโดด

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 17 ก.ค. 2568 เวลา 04.29 น. • เผยแพร่ 17 ก.ค. 2568 เวลา 04.29 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงาน วันนี้ (17 ก.ค.68) ราคาหุ้น บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT ณ เวลา 10:44 น. อยู่ที่ระดับ 25.50 บาท บวก 0.60 บาท หรือ 2.41% สูงสุดที่ระดับ 25.50 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 24.80 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 339.62 ล้านบาท

บล.กรุงศรี ระบุผ่านบทวิเคราะห์ถึง MINT ยังคงประมาณการกำไรสุทธิหลักปี 68 อยู่ที่ 9.2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยคาดว่าโมเมนตัมการเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนจะต่อเนื่องไปในไตรมาส 2/68 จากการดำเนินงานโรงแรมที่แข็งแกร่ง โดย RevPAR โตในระดับ low single digit และยอดขายรวม (TSSG) ในหน่วยอาหารที่ดีขึ้นจากการขยายสาขา

นอกจากนี้ ฝ่ายนักวิเคราะห์ยังคาดว่าจะมีการชำระหนี้เพิ่มขึ้นในครึ่งหลังของปี 68 หลังจากอัตราส่วนหนี้สุทธิต่อทุน (net IBD/E) ลดลงมาอยู่ที่ 0.83 เท่าในไตรมาส 1/68 ซึ่งคาดว่าจะลดลงต่อเนื่องสู่ระดับ 0.7 เท่าภายในสิ้นปีหนุนโดยกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งและงบดุลที่แข็งแรง ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ด้วยราคาเป้าหมายที่ 38 บาท

บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ประเมินแนวโน้มผลการดำเนินงานของ MINT เข้าสู่ High season ธุรกิจโรงแรมในยุโรปของ MINT ในไตรมาส 2/68 และไตรมาส 3/68 ซึ่งตรงข้ามกับหุ้นโรงแรมที่เน้นในไทยเข้าสู่ Low season และไทยเผชิญปัญหานักท่องเที่ยวจีนลดลง ประกอบกับและคาดผลการดำเนินงานโรงแรมที่เกาะสมุยเด่นจากการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว รวมถึงกระแสซีรีย์ The White Lotus ทำให้ MINT มีแนวโน้มผลการดำเนินงานที่โตโดดเด่นที่สุดในกลุ่ม และ Valuation ของ MINT ยังไม่แพงด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ล่าสุด JPMorgan ระบุว่าถึง Pop Mart Thailand มีการส่งสัญญาณกำไรเชิงบวก โดยคาดการณ์ว่ารายได้และกำไรหลังหักภาษีในครึ่งปีแรกของปี 68 มีแนวโน้มเติบโตขึ้น 200% และ 350% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนตามลำดับ ซึ่งบ่งชี้ว่ามาร์จิ้นกำไรสุทธิในครึ่งปีแรกของปี 68 อาจปรับตัวดีขึ้นประมาณ 10 จุดเปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มาอยู่ที่ระดับ 32%

โดย Pop Mart ให้เหตุผลว่าการเติบโตอย่างเข้มแข็งของรายได้ในครั้งนี้เกิดจาก 1.) การที่แบรนด์Pop Mart และไอพี (IPs) ได้รับการยอมรับในระดับโลกมากขึ้น 2.) การกระจายหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย และ 3.) รายได้ของทุกตลาดภูมิภาคมีการเติบโตอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง

สำหรับ MINT ถือหุ้นอยู่ 42% ใน Pop Mart Thailand ซึ่งมีสัดส่วนสร้างกำไรหลักต่อ MINT คิดเป็นราว 8% ทั้งนี้จะส่งผลหนุนมุมมองเชิงบวกต่อกำไรหลักของ MINT ที่คาดการณ์ว่าจะทำสถิติแตะระดับ 3.5 พันล้านบาทในไตรมาส 2/68 เพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ขณะที่ ปัจจัยหนุนหลักมาจากความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องของพอร์ตโรงแรมในยุโรป ซึ่งชดเชยความท้าทายในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย สัญญาณบริโภคที่อ่อนแรงในประเทศไทยและจีน รวมถึงแรงกดดันจากอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงิน

ทั้งนี้ หากมีการสร้างมูลค่าทางธุรกิจ (Monetization) ให้กับ Pop Mart Thailand ได้สำเร็จ จะเป็นแรงเร่งให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (De-leveraging) ลดลงได้เร็วกว่ากรอบเป้าหมายที่ 0.75 เท่าภายในสิ้นปี 68 (เทียบกับระดับปัจจุบันที่ 0.83 เท่า)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...