โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

คัด 3 หุ้นโรงแรมจ่อรับ “เที่ยวไทย คนละครึ่ง” กระตุ้นเศรษฐกิจ ชู ERW สัดส่วนรายได้ 88%

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 25 พ.ค. 2568 เวลา 08.18 น. • เผยแพร่ 24 พ.ค. 2568 เวลา 02.00 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานกรณี นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เผย ที่ประชุมบอร์ดกระตุ้นเศรษฐกิจไฟเขียวมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงินรวม 3,500 ล้านบาท โดยมีโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการหลัก ใช้งบประมาณ 1,780 ล้านบาท พร้อมจับมือแพลตฟอร์มท่องเที่ยวออนไลน์ 21 ราย และเสริมตลาดจีนผ่านสายการบินด้วยงบ 500 ล้านบาท คาดเสนอ ครม. ต้นเดือนมิถุนายนนี้

ทั้งนี้เที่ยวไทยคนละครึ่งปี 2568 ปรับสิทธิเที่ยวเหลือ 6 คืนต่อคน รัฐบาลจ่ายสมทบ 40% สำหรับเมืองหลัก และ 50% สำหรับเมืองรอง กระตุ้นให้คนออกเที่ยวเมืองรองมากขึ้น โดยแบ่งใช้สิทธิอย่างละครึ่งระหว่างเมืองหลักและเมืองรอง โครงการจะเริ่มในช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายนนี้ พร้อมจำกัดสิทธิต่อคนไม่เกิน 10 สิทธิ ควบคุมการใช้จ่ายอย่างเข้มงวดเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด

ขณะเดียวกัน นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ หัวหน้าสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าวันนี้ (23 พ.ค.68) เปิดเผยผ่าน “ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” ว่าจากกรณีที่ประชุมบอร์ดกระตุ้นเศรษฐกิจไฟเขียวมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงินรวม 3,500 ล้านบาท โดยมีโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง พร้อมปรับสิทธิเที่ยวเหลือ 6 คืนต่อคน รัฐบาลจ่ายสมทบ 40% สำหรับเมืองหลัก และ 50% สำหรับเมืองรอง กระตุ้นให้คนออกเที่ยวเมืองรองมากขึ้น

โดยทางฝ่ายวิจัยมีมุมมองในช่วงเวลานี้ ภาพรวมของการท่องเที่ยวต่างประเทศมีแนวโน้มชะลอตัวลงอย่างชัดเจน โดยจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยมีการปรับตัวลดลง ซึ่งปัจจัยหลักอาจมาจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ รวมถึงค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่น ทำให้ต้นทุนการท่องเที่ยวในประเทศไทยสูงขึ้นสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลจึงมีความพยายามที่จะกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ เพื่อชดเชยรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลง ซึ่งคาดว่าจะส่งผลบวกต่อกลุ่มธุรกิจโรงแรมภายในประเทศ เนื่องจากมีโอกาสที่ความต้องการใช้บริการจะเพิ่มขึ้น

โดยในกลุ่มหุ้นโรงแรม ทางฝ่ายวิจัยมีมุมมองบวกต่อหุ้น บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL และ บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW ซึ่งทั้งสองบริษัทมีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจในประเทศในระดับสูง จึงน่าจะได้รับประโยชน์จากแนวโน้มดังกล่าวโดยตรง

นอกจากนี้ สอดคล้องกับฝ่ายนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ฝ่ายวิจัยมีมุมมองเป็นกลางต่อการปรับลดวงเงินในโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยว “เที่ยวคนละครึ่ง” ซึ่งลดลงจาก 3,500 ล้านบาท เหลือ 1,780 ล้านบาท โดยเป็นไปตามที่มีรายงานข่าวก่อนหน้านี้ว่าจะมีการลดวงเงิน แม้ก่อนหน้านี้จะยังไม่มีการระบุตัวเลขชัดเจน

ทั้งนี้ จำนวนสิทธิที่จัดสรรจะอยู่ในระดับต่ำกว่า 1 ล้านสิทธิ และลดจำนวนห้องพักต่อสิทธิเหลือ 6 ห้อง จากเดิม 10 ห้อง แม้วงเงินและสิทธิจะลดลง แต่บล.ดาโอฯ ยังเชื่อว่าโครงการจะมีส่วนช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวต่ำ (Low Season) ได้บางส่วน

ในด้านการจัดสรรงบประมาณ ส่วนที่เหลือจากวงเงินเดิมจำนวน 3,500 ล้านบาท ยังได้ถูกนำไปสนับสนุนโครงการส่งเสริมการตลาดร่วมกับสายการบินในตลาดจีน วงเงินประมาณ 500 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวชาวจีนเข้ามายังประเทศไทยได้ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรูปแบบของสิทธิหรือแรงจูงใจที่จะมอบให้แก่นักท่องเที่ยวจีน

สำหรับกลุ่มหุ้นที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากมาตรการดังกล่าว แบ่งตามสัดส่วนรายได้ในประเทศมากไปหาน้อย ได้แก่

บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW สัดส่วนรายได้จากประเทศไทย 88%

บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL สัดส่วนรายได้ในประเทศ 80%

บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT สัดส่วนรายได้ในประเทศเพียง 15% โดยมีการกระจายรายได้จากต่างประเทศเป็นหลัก

สำหรับฝ่ายวิจัยยังคงให้น้ำหนักการลงทุนในกลุ่มโรงแรมเป็น “เท่ากับตลาด” โดยเลือก MINT เป็นหุ้นเด่น (Top Pick) ของกลุ่ม ด้วยคำแนะนำ “ซื้อ” และราคาเป้าหมายที่ 34.00 บาท เนื่องจาก Valuation ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่ม โดยเทรดที่ปี 2568 EV/EBITDA ราว 10 เท่า ซึ่งต่ำกว่า -2 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี และต่ำกว่า ERW และ CENTEL

นอกจากนี้ รายได้หลักของ MINT มาจากยุโรป ซึ่งเข้าสู่ช่วง High Season ในไตรมาส 2-3 ของปี 2568 ขณะที่ได้รับผลกระทบจากนักท่องเที่ยวจีนค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับกลุ่มอื่น อีกทั้งการพึ่งพานักท่องเที่ยวในประเทศยุโรปยังช่วยสนับสนุนผลประกอบการในช่วงดังกล่าวอีกด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...