โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เตรียม‘สวดชยันโต’ถ้า‘ทักษิณ’ต้องเข้าคุก

แนวหน้า

เผยแพร่ 10 มิ.ย. 2568 เวลา 17.00 น.

สถานการณ์ทางการเมืองในช่วงเวลานี้..มีเรื่องร้อนๆ..3 เรื่องที่เกี่ยวพันกับอดีตนักโทษเด็ดขาดชายทักษิณ ชินวัตร “ทักษิณ ชินวัตร”..ซึ่งชวนให้ต้องติดตาม

นั่นก็คือ..เรื่องแรก-ปัญหาชายแดน“ไทย-เขมร”ที่จะมีการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม“ไทย-กัมพูชา” (JBC) ในวันที่ 14 มิถุนายนนี้..ที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา,..เรื่องที่สอง-มติแพทย์สภาที่ถูกวีโต้จากนายสมศักดิ์ เทพสุทิน..รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข..ในฐานะสภานายกพิเศษแพทยสภา..ที่จะมีการประชุมในวันที่ 12 มิถุนายนพรุ่งนี้..และเรื่องที่สาม-การไต่สวนนัดแรกคดี“ป่วยทิพย์-ชั้น 14”..ที่โรงพยาบาลตำรวจ..ของ“ทักษิณ ชินวัตร”..ซึ่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง..นัดไต่สวนครั้งแรกในวันที่ 13 มิถุนายนมะรืนนี้

ทั้ง 3 เรื่องนี้..มีผลต่อชะตากรรมของชาติบ้านเมือง..ภายใต้การบริหาราชการแผ่นดินที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ..และ“ทักษิณ ชินวัตร”เป็นผู้ชักใย

เรื่องร้อนๆ..เรื่องแรก..ก็คือ..เรื่องชายแดน“ไทย-เขมร”..ที่เป็นปัญหาทับซ้อนของ“ตระกูลชินวัตร”ของไทย..กับ“ตระกูลฮุน”ของเขมร..ซึ่งแม้จะคลี่คลายลงไประดับหนึ่ง..แต่ก็ยังเป็น“ทุ่นระเบิด”ที่พร้อมจะระเบิดขึ้นมาอีกเมื่อใดก็ได้..โดยจับสัญญาณจากการให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 10 มิถุนายนเมื่อวานนี้..ของ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่ากากระทรวงกลาโหม..ที่เป็นรัฐมนตรีกลาโหมตัวจริง..และเป็น“คีย์แมน”ที่มีบทบาทสำคัญคนหนึ่งในการเจรจากับเขมร..โดยกล่าวว่า“สถานการณ์ดีขึ้นเล็กน้อย..เพราะทั้งสองฝ่ายได้ปรับกำลัง ไม่ได้เผชิญหน้ากัน”

แต่ถึงอย่างไรก็ตาม..พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์..ซึ่งเคยนั่งเก้าอี้เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (เลขาฯสมช.)..สมัยรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา..ยังกล่าวด้วยว่า.. มาตรการควบคุม“เปิด-ปิด”ด่านตามแนวชายแดน“ไทย-เขมร”..ทางฝ่ายกองทัพยังคงไว้อยู่..และหลังจากนี้สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)..จะมาเปิดเผยอีกครั้งหนึ่งว่า..จะดำเนินการอย่างไรต่อไป..รวมถึงมาตรการตัดน้ำ-ตัดไฟ..และตัดสัญญาณอินเตอร์เน็ต..ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการคอลเซ็นเตอร์ด้วย

อย่างไรก็ดี..เรื่องปัญหาเขมรนี้..ยังมีความเคลื่อนไหวที่น่าจับตา..และจะมีผลสะเทือนโดยตรงต่อ“ทักษิณ ชินวัตร”..กับรัฐบาลพรรคเพื่อไทยที่มี“แพทองโพย”เป็นนายกรัฐมนตรี“หุ่นเชิด”..จากการขยับของ“สนธิ ลิ้มทองกุล”..อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.)..ที่ประสานมือกับ“จตุพร พรมหมพันธุ์”อดีตประธาน นปช. รวมทั้งประสานพลังกับ..คปท. ศปปส. และกองทัพธรรม..ที่ได้ไปยื่นหนังสือที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ 10 มิถุนายนวานนี้ เพื่อให้รัฐบาลโดยคณะรัฐมนตรี..ทำหน้าที่“ปกป้อง..รักษาอธิปไตย และความมั่นคงของชาติ”..กรณี“เขมรรุกล้ำไทยตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา”

“สนธิ ลิ้มทองกุล”..ที่เคยลุกขึ้นมาขับไล่รัฐบาลพรรคไทยรักไทยของ“ทักษิณ ชินวัตร”..และรัฐบาลหุ่นเชิดของ“ทักษิณ”..คือรัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์..ต้องพ้นจากอำนาจมาแล้ว..กล่าวว่า “ผมได้ประกาศไปแล้วว่า..เรื่องอะไรพอจะรับกันได้..นั่นคืออดทนกันได้..แต่ถ้าเรื่องอธิปไตยของชาติถือว่ายอมกันไม่ได้..ถ้าพูดกันไม่รู้เรื่องก็ต้องแตกหักกัน..ผมเชื่อว่าประเทศไทย..คนไทยทั่วประเทศจะเข้ามาร่วมกับผมและพวกเรา..ในเรื่องของการปกป้องอธิปไตยของชาติ..เพราะว่าเรามีคนไทยใจเขมร..ผมไม่สนใจว่าทักษิณ-ชั้น 14..จะตายโหงตายห่าอย่างไร..เพราะรู้ว่าเมื่อเข้าสู่กระบวนการก็ต้องเป็นไปตามกระบวนการ..แต่ผมสนใจคนที่ทรยศต่อชาติบ้านเมืองที่อยู่ในประเทศไทย..ที่แอบส่งเสริมให้กัมพูชายึดพื้นที่ของไทย”

อดีตแกนนำพันธมิตรฯ นามว่า“สนธิ ลิ้มทองกุล”ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ..ประกาศกลางทำเนียบรัฐบาลจากการยื่นหนังสือครั้งนี้..ที่มี..นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์, ม.ล.วัลย์วิภา จรูญโรจน์, นายวีระ สมความคิด, นายนิติธร ล้ำเหลือ, นายพิชิต ไชยมงคล, เรือตรีแซมดิน เลิศบุศย์, นายใจเพชร กล้าจน, นายคมสัน โพธิ์คง และนายประพันธ์ คูณมี เป็นต้น ร่วมเป็นตัวแทนด้วย ว่า

“หากถามว่า..ผมจะมีการลงถนนอีกหรือไม่นั้น..หากจำเป็นต้องปกป้องอธิปไตย..และขับไล่รัฐบาลชั่วช้า..ถ้าจะลงถนนผมก็ไม่ขัดข้อง..อายุ 78 ปีแล้ว..ขอลงครั้งสุดท้ายก่อนตายผมก็ยินดี..และเชื่อว่าพี่น้องประชาชนก็ร่วมกับผมแน่นอน..เพราะฉะนั้น..จึงฝากถึง นางสาวแพทองธาร..และนายภูมิธรรม..ว่าประวัติศาสตร์กำลังจะซ้ำรอย”

การยื่นหนังสือของ“สนธิ ลิ้มทองกุล”และคณะ..ผ่านนายสมคิด เชื้อคง..รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง..ถึง“แพทองโพย”ครั้งนี้..ได้เรียกร้องให้คณะรัฐมนตรีที่มี“แพทองโพย”เป็นผู้นำ..ดำเนินมาตรการตอบโต้เขมร..รวมทั้งหมด 6 ข้อโดยสรุปดังนี้

1.รัฐบาลต้องประกาศย้ำไม่ยอมรับอำนาจศาลโลก..และไม่ยอมรับการเสนอเรื่องของประเทศกัมพูชา..ที่จะนำคดีเข้าสู่การพิจารณาของศาลโลก..หรือองค์กรอื่นใด..หรือชาติใดๆ…เพราะข้อเท็จจริงเป็นที่ประจักษ์ชัดว่า..ประเทศกัมพูชารุกล้ำดินแดนและอธิปไตยของราชอาณาจักรไทย..และต้องแก้ไขปัญหาด้วยกลไกของคณะกรรมาธิการร่วมไทย-กัมพูชา (JBC)เท่านั้น..และต้องไม่ยอมรับการเจรจาด้วยองค์กรอื่นใดและประเทศใดๆ..ที่จะเข้าเป็นตัวกลางโดยเด็ดขาด..และหากไม่สามารถหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่เป็นธรรมได้..รัฐบาลต้องยิมยอมให้กองทัพไทยแก้ปัญหา..ด้วยมาตรการการใช้กำลังทหาร

2.รัฐบาลต้องประท้วงตอบโต้เป็นหนังสืออย่างเป็นทางการว่า..ดินแดนที่ประเทศกัมพูชากล่าวอ้างจะนำเข้าสู่ศาลโลก..คือ..บริเวณปราสาทตาเมือนธม..ปราสาทตาเมือนโต๊ด..ปราสาทตาควาย..สามเหลี่ยมมรกต..และศาลาตรีมุข..ที่ถูกกัมพูชาเผาไป..เป็นดินแดนในอธิปไตยของราชอาณาจักรไทยตามแนวสันปันน้ำตามธรรมชาติ..ตามอนุสัญญาฉบับปี 1904 และฉบับปี ค.ศ.1907 ฯลฯ

3.สั่งการและมีมติให้กระทรวงการต่างประเทศยกเลิกบันทึกข้อตกลง MOU 2543..เพื่อยกเลิกแผนที่ทางบก..มาตราส่วน 1 : 200,00..ที่จัดทำขึ้นโดยฝรั่งเศสฝ่ายเดียว..ใน MOU 2543 ข้อ 1 (ค) ซึ่งเป็นแผนที่ที่ไม่ยึดตามแนวเขตสันปันน้ำตามธรรมชาติที่แท้จริง..ที่มีความคลาดเคลื่อนได้ถึง 200 เมตร..และสร้างปัญหาและทำให้ประเทศกัมพูชาใช้เป็นข้ออ้าง..ในการรุกล้ำอาณาเขตและอธิปไตยตลอดเวลา 25 ปีที่ผ่านมา ฯลฯ

4.สั่งการและมีมติให้กระทรวงการต่างประเทศ..ยกเลิกบันทึกข้อตกลง MOU 2544..เพื่อเป็นการปฏิเสธเส้นไหล่ทวีปที่ประเทศกัมพูชาลากเองประชิดเกาะกูด..ละเมิดรุกล้ำทะเลอาณาเขตและทะเลภายในของราชอาณาจักรไทย..และให้ใช้กลไกการเจรจาของคณะกรรมาธิการร่วมด้านเทคนิคทางทะเลระหว่างไทย-กัมพูชา (JTC)..กลับไปใช้หลักการกติกาสากลระหว่างประเทศทางทะเล..อันได้แก่..อนุสัญญากรุงเจนีวาว่าด้วยกฎหมายทะเล..ค.ศ.1958..และอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล..ค.ศ.1958 (UNCLOS 1982)..รวมทั้งพระบรมราชโองการประกาศเขตไหล่ทวีปของประเทศไทยด้านอ่าวไทย..เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2516..โดยให้ยึดหลัก‘เส้นมัธยะ’..แห่งมูลฐานตามบทบัญญัติของอนุสัญญากรุงเจนีวาว่าด้วยกฎหมายทางทะเล..ค.ศ.1958 ฯลฯ

5.สั่งการและมีมติเพิ่มอำนาจต่อรองให้กับราชอาณาจักรไทย..จนกว่าจะบรรลุผลตามมาตรการที่ 1..ที่ 2..และที่ 3..ตามที่กล่าวอ้างมาข้างต้น..และผนวกความมั่นคงของราชอาณาจักรไทย..โดยให้มีการปิดด่านต่อเนื่อง..จนกว่ารัฐบาลกัมพูชาจะแก้ปัญหาบ่อนกาสิโน..แก๊งอาชญากรรมทางเทคโนโลยี..การตัดไม้ทำลายป่า..การค้าไม้เถื่อน..โรงเลื่อยเถื่อน..มีการล่าสัตว์ป่า..ค่าสัตว์ป่า..ค้าเนื้อสัตว์ป่า..ค้าอาวุธ..ฟอกเงิน..และธุรกิจผิดกฎหมายอื่นๆ..และหากการปิดด่านยังไม่บรรลุผล..รัฐบาลต้องยกระดับมาตรการ อาทิ..ยกเลิกการส่งออกซึ่งสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน..งดการส่งออกพลังงานในทุกรูปแบบ..ตัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือและอินเตอร์เน็ตทุกรูปแบบบ ฯลฯ

6.หากสถานการณ์เลวร้ายลงอันเนื่องจากมาตรการไม่เพียงพอ..และประเทศกัมพูชาไม่มีความจริงใจในการแก้ปัญหาระหว่างกัน..หรือการเจรจา JBC ในวันที่ 14 มิถุนายน 2568..หรือในวันที่กำหนดอื่นๆ ไม่ได้ผล..หรือไม่บรรลุความตกลงได้..ให้คณะรัฐมนตรีมีมติสั่งการและมอบหมาย..ให้กองทัพไทยสามารถประกาศกฎอัยการศึก..เพื่อป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน..อันมาจากความเกี่ยวพันทางเครือญาติที่ใกล้ชิด..ของผู้นำทางการเมืองของไทยและกัมพูชา..ที่จะนำมาซึ่งการสมยอมผลประโยชน์ส่วนตนซึ่งกันและกัน..โดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนรวมของชาติ

และที่สำคัญ..เนื้อหาของหนังสือเรียกร้องฉบับนี้ยังได้ระบุในตอนท้ายด้วยว่า..หากรัฐบาลโดยคณะรัฐมนตรีที่มี“แพทองโพย”เป็นผู้นำยังนิ่งเฉยและไม่ดำเนินการ..ก็จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป..ฐานปฏิเสธและละเลยการทำหน้าที่ในการรักษาและปกป้องบูรณภาพแห่งดินแดนของราชอาณาจักรไทย..ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาตจักรไทย หมวด 4 หน้าที่ของชนชาวไทย..และหมวด 5 หน้าที่ของรัฐ..ซึ่งถ้าหากมีการสูญเสียอธิปไตยของชาติไม่ว่าส่วนหนึ่งส่วนใด..ถือว่าเป็นผู้ประพฤติตน“ขายชาติ”..เท่ากับกระทำความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงภายนอกราชอาณาจักร..ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 119..ต้องระวางโทษประหารชีวิต..หรือจำคุกตลอดชีวิต

อย่างไรก็ตาม ก่อนจะไปถึงจุดนั้น..หรือถึงวันที่ 14 มิถุนายนที่จะมีการประชุม JBC ที่กรุงพนมเปญ..ก็ยังมีเรื่อง“มติแพทยสภา”..ที่จะมีการประชุมในวันที่ 12 มิถุนายนพรุ่งนี้..และเรื่องการไต่สวนคดี“ป่วยทิพย์-ชั้น 14”..ซึ่งทั้งสองเรื่องนี้จะเป็นจุดชี้เป็นชี้ตายเกี่ยวกับ“อำนาจในการครอบงำรัฐบาล”ที่มีอยู่ของ“ทักษิณ ชินวัตร”.. หาก“ทักษิณ”ต้องเข้าคุก..ก็เป็นอันว่าทุกอย่าง“จบ”

เมื่อ“หัว”ไม่มีแล้ว..หางก็ย่อมส่ายไม่ได้..อันเท่ากับว่ารัฐบาลพรรคเพื่อไทยและ“แพทองโพย”..ไม่ต่างจากเรือที่ไม่มีหางเสือ..และก็คงต้องอับปางในที่สุด !

เอวัง ! ก็มีด้วยประการฉะนี้ !

รุ่งเรือง ปรีชากุล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...