โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

คน กทม. 40.1% ระแวงไม่กล้ารับสายเบอร์แปลก เพราะแก๊งคอลเซนเตอร์

Thai PBS

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

วันนี้ (22 ม.ค.2569) ศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ได้ดำเนินโครงการสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับแก๊งคอลเซนเตอร์ โดยเก็บจากกลุ่มตัวอย่างจากประชาชนที่อาศัยอยู่ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร จำนวนทั้งสิ้น 1,121 กลุ่มตัวอย่าง เก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 6-9 ม.ค.2569

ผศ.ดร.สิงห์ สิงห์ขจร ประธานคณะกรรมการศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ กล่าวว่า ผลการสำรวจในครั้งนี้ต่อแก๊งคอลเซนเตอร์ เนื่องจากสถานการณ์แก๊งคอลเซนเตอร์ในประเทศไทย ยังคงเป็นปัญหาที่ยังเป็นโจทย์ใหญ่ของประเทศไทย ภาครัฐมีการปราบปรามอย่างต่อเนื่อง แต่กลุ่มมิจฉาชีพได้ปรับตัวด้วยการยกระดับรูปแบบกลโกงให้มีความซับซ้อนตามเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป พร้อมทั้งขยายฐานปฏิบัติการใหม่ๆ เพื่อหลบเลี่ยงการจับกุม

โดยในปัจจุบันวิธีการที่ มิจฉาชีพได้นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และจิตวิทยาขั้นสูงมาประยุกต์ใช้อย่างแนบเนียน โดยเฉพาะการใช้ AI หลอก AI หรือ "Deepfake ขั้นสูง" ซึ่งหลอกล่อให้ผู้เสียหายวิดีโอคอลหรือส่งข้อมูลใบหน้า เพื่อนำไปสร้างภาพเคลื่อนไหวปลอมสำหรับปลดล็อกระบบสแกนใบหน้า (Biometric) ของแอปพลิเคชันธนาคาร ควบคู่ไปกับการตัดเส้นทางการเงินด้วยวิธีการใหม่ที่เรียกว่าแก๊ง "รับจ้างกดเงิน" โดยจ้างคนในพื้นที่ผ่านแอปพลิเคชัน ให้ตระเวนกดเงินสดจากตู้ ATM ทันที วิธีนี้เข้ามาแทนที่การโอนผ่านบัญชีม้าหลายทอดแบบเดิม

ทำให้เจ้าหน้าที่ติดตามเส้นทางการเงินได้ยากลำบากยิ่งขึ้น กลโกงรูปแบบเดิมที่เน้นเล่นกับความกลัวก็ยังคงถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลาย โดยมีการปรับบทละครให้ดูน่าเชื่อถือและน่าหวาดกลัวยิ่งขึ้น เช่น การอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ ของรัฐ เพื่อหลอกลวงเรื่องภาษี ผลกระทบจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยีนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงความสูญเสียทางทรัพย์สิน ทำให้สังคมไทยเกิดภาวะ "ความหวาดระแวง" ผู้คนไม่กล้ารับสายเบอร์แปลก หรือแม้แต่หวาดระแวงเจ้าหน้าที่รัฐตัวจริง ส่งผลให้การติดต่อสื่อสารทางธุรกิจและธุระสำคัญต้องหยุดชะงัก

ยิ่งไปกว่านั้น ปัญหานี้ยังเป็นเหตุให้เกิด "ครอบครัวแตกแยก" จากความขัดแย้งและการโทษกันเองเมื่อเกิดความสูญเสีย โดยเฉพาะเมื่อหัวหน้าครอบครัวหรือผู้สูงอายุสูญเสียเงินเก็บทั้งชีวิต นำไปสู่ความรุนแรงในครอบครัว แก๊งคอลเซนเตอร์ กลายเป็น ภัยคุกคามความมั่นคง"ที่ทำลายทั้งระบบเศรษฐกิจและสังคมไทย โดยมีข้อมูลที่น่าสนใจดังต่อไปนี้

กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ ได้รับสายโทรศัพท์ หรือข้อความ (SMS/Line) จากมิจฉาชีพ/แก๊งคอลเซนเตอร์ ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา อันดับแรกคือ 1-2 ครั้งต่อเดือน ร้อยละ 35.1 อันดับสองคือ 1-3 ครั้งต่อสัปดาห์ ร้อยละ 23.6 อันดับสามคือ 3 - 4 ครั้งต่อเดือน ร้อยละ 10.9 อันดับสี่คือ ทุกวัน เท่ากับ ไม่เคยได้รับเลย ร้อยละ 10.7 และอันดับสุดท้ายคือ 4-6 ครั้งต่อสัปดาห์ ร้อยละ 9

ในส่วนของรูปแบบการหลอกลวงที่พบบ่อยที่สุด อันดับแรกคือ อ้างหน่วยงานรัฐ ร้อยละ 58.9 อันดับสองคือ อ้างบริษัทขนส่ง ไปรษณีย์ ร้อยละ 51.1 อันดับสามคือ หลอกให้ลงทุน เทรดหุ้น คริปโต ร้อยละ 41.7 อันดับสี่คือ หลอกให้รักแล้วลงทุน (Romance Scam) ร้อยละ 40.5 อันดับห้าคือ หลอกให้ติดตั้งแอปดูดเงิน ร้อยละ 40.1 อันดับหกคือ การใช้ AI เลียนเสียง หน้าคนรู้จัก ร้อยละ 38.6 และอันดับสุดท้ายคือ หลอกกู้เงินออนไลน์ สินเชื่อ ร้อยละ 37.6

กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ มีประสบการณ์ของตนเองหรือคนในครอบครัว ไม่เคยหลงเชื่อ หรือ สูญเสียทรัพย์สิน ให้กับแก๊งคอลเซนเตอร์ ร้อยละ 62.4 รองลงมาคือ เกือบหลงเชื่อ ร้อยละ 30.4 และอันดับสุดท้ายคือ เคยสูญเสียทรัพย์สิน ร้อยละ 7.2

ปัญหาแก๊งคอลเซนเตอร์ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน อันดับแรกคือ เกิดความหวาดระแวง ไม่กล้ารับสายเบอร์แปลก ร้อยละ 40.1 อันดับสองคือ ไม่ได้รับผลกระทบ ร้อยละ 27.8 อันดับสามคือ เสียสุขภาพจิต เครียดจากการถูกข่มขู่หรือรบกวน ร้อยละ 18.5 และอันดับสุดท้ายคือ ไม่กล้าทำธุรกรรมออนไลน์ Mobile Banking ร้อยละ 13.6

ขณะที่ความพึงพอใจต่อการแก้ปัญหาของภาครัฐ ในปัจจุบันระดับ ปานกลาง ร้อยละ 40.6 และ ต้องการให้ รัฐบาลใหม่ ดำเนินการ เร่งด่วนที่สุด อันดับแรกคือ เพิ่มโทษทางกฎหมายให้หนักขึ้น ร้อยละ 36.7 อันดับสองคือ พัฒนาระบบ AI ตรวจจับและตัดสายมิจฉาชีพอัตโนมัติก่อนถึงมือถือประชาชน ร้อยละ 30.3 อันดับสามคือ เจรจากับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อกวาดล้างฐานปฏิบัติการข้ามแดน ร้อยละ 20.6 และอันดับสุดท้ายคือ บังคับให้ค่ายมือถือ ธนาคาร รับผิดชอบคืนเงินผู้เสียหาย ร้อยละ 12.4

อ่านข่าว :

ส่องนโยบายการศึกษา 9 พรรค ถูกใจเหล่า Pre-Voter หรือไม่

คพ.แจงกฎหมาย "ห้ามเผา" โทษปรับสูงสุด 2 ล้านบาท จำคุกสูงสุด 20 ปี

คน กทม. 90.5% รู้ 8 ก.พ.เลือกตั้ง-ลงประชามติ ยังไม่ตัดสินใจใครนั่งนายกฯ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

"บิ๊กโจ๊ก" ส่งทนายยื่นฟ้อง "บิ๊กเต่า - ผู้การ ปปป." กระทำผิด ม.157

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กรมศิลป์ ลำเลียงซากหิน-ค้ำยัน "ปราสาทตาควาย" ป้องกันพังถล่ม

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เฮลิคอปเตอร์ เครื่องขัดข้อง ลงจอดฉุกเฉินกลางทุ่งนาบางปะอิน - ไร้เจ็บ

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ศาลอุทธรณ์สั่งจำคุก 20 ปี 3 จำเลย คดีทุจริตสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว สังคม อื่น ๆ

คปท. บุก ก.ยุติธรรม ค้านพักโทษ ‘ทักษิณ’ ชี้พฤติการณ์ไม่เข้าเกณฑ์ ซัดอย่าหลับตาข้างเดียว

THE ROOM 44 CHANNEL

สวนปาล์มเฮ! รับอานิสงส์ ถั่วเหลืองนำเข้าสะดุด ดันราคาปาล์มพุ่ง หวั่นกระทบส่งออก

ฐานเศรษฐกิจ

พระเมาซิ่งเก๋งชนหญิง 53 ดับสลด ลูกสาวยันไม่ให้อภัยดำเนินคดีถึงที่สุด

Amarin TV
วิดีโอ

ลั่นงานดีเบต! “ธนาธร” ซัด เพื่อไทยการละคร ย้อนนาทีโหวต “พิธา” ไม่ปิดประตูรัฐบาลผสม ฝังอนุรักษ์นิยม

ThaiNews - ไทยนิวส์ออนไลน์

ไขข้อสงสัย เหตุใดปั๊มปตท. เลิกขาย 'น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85'

ฐานเศรษฐกิจ
วิดีโอ

โครงการคนละหมัด! “ธนาธร” ชน “สาธิต” สปิริตการเมือง ปิดเรื่องส.ส.สีเทา ยันเลือกส้มไร้หนู

ThaiNews - ไทยนิวส์ออนไลน์
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...