โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

คปท. บุก ก.ยุติธรรม ค้านพักโทษ ‘ทักษิณ’ ชี้พฤติการณ์ไม่เข้าเกณฑ์ ซัดอย่าหลับตาข้างเดียว

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

คปท. บุก ก.ยุติธรรม ค้านพักโทษ ‘ทักษิณ’ ชี้พฤติการณ์ไม่เข้าเกณฑ์ ซัดอย่าหลับตาข้างเดียว

วันที่ 22 ม.ค. 2569 ที่ กระทรวงยุติธรรม เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) นำโดย นายพิชิต ไชยมงคล และนายนัสเซอร์ ยีหมะ เดินทางเข้ายื่นหนังสือคัดค้านกรณีคุณสมบัติของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่จะได้รับการพิจารณาพักการลงโทษในเดือน พ.ค.โดยมี นายกิตติวิทย์ คงบุญรักษ์ หัวหน้าศูนย์บริการร่วม กระทรวงยุติธรรม เป็นตัวแทนรับเรื่อง

นายพิชิต กล่าวว่า วันนี้ตนเดินทางมายื่นหนังสือต่อ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ขอให้พิจารณาอย่างรอบคอบในเรื่องของพิจารณาพักการลงโทษทั่วไปต่อนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เนื่องจากก่อนหน้านี้ พล.ต.ท.รุทธพล รมว.ยุติธรรม ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนกรณีการพิจารณาพักการลงโทษ นายทักษิณ ชินวัตร เนื่องจากเข้าเงื่อนไขการพักการลงโทษ จากการรับโทษ 2 ใน 3 ตามระเบียบการพักการลงโทษของกรมราชทัณฑ์นั้น และจะได้พักโทษในเดือน พ.ค. เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) เห็นว่า หากนับย้อนไปดูคำสั่งของศาลฎีกาฯ ที่ได้มีคำสั่งบังคับโทษนายทักษิณ 1 ปี ก็มองว่าอาจเข้าเงื่อนไขนั้น แต่เพียงแค่ว่ากรณีของนายทักษิณ ชินวัตร จะพิจารณาเฉพาะโทษที่ได้รับ 1 ปี จากการถูกคำสั่งศาลให้กลับมารับโทษใหม่ เมื่อวันที่ 9 ก.ย.68 เพียงอย่างเดียวไม่ได้ เพราะเรื่องนี้ศาลเคยออกหมายขังนายทักษิณไปแล้วครั้งแรกเมื่อวันที่ 22 ส.ค.66 แต่กลับมีขบวนการร่วมกันสนับสนุน ช่วยเหลือให้นายทักษิณไม่ต้องรับโทษตามความจริง ไปอยู่ที่ รพ.ตำรวจ ชั้น 14 จนศาลฎีกาฯ ได้มีคำสั่งให้นายทักษิณกลับเข้าไปอยู่ในเรือนจำฯ เมื่อวันที่ 9 ก.ย.68 ฉะนั้น พฤติการณ์การกระทำผิดปรากฏชัดแจ้งแล้ว และกรณีที่ผู้ต้องขังมีการกระทำผิดวินัยดังกล่าว ย่อมทำให้สถานะการเป็นผู้ต้องขังต้องถูกลดชั้นจากผู้ต้องขังชั้นกลางลงมาเป็นผู้ต้องขังชั้นต้องปรับปรุง หรือต้องปรับปรุงมาก แต่ในกรณีของนายทักษิณกลับพบว่าในการกลับเข้าไปเรือนจำฯ ครั้งนี้ ราชทัณฑ์กลับไม่มีการปรับลดชั้น ดังนั้น กรณีที่รมว.ยุติธรรมให้สัมภาษณ์ว่าการพักโทษที่จะเกิดขึ้นในเดือน พ.ค.เป็นไปตามระเบียบกฎหมายนั้น ตนมองว่าเป็นเรื่องที่จะต้องมีการกลับไปพิจารณาทบทวนพฤติกรรมของนายทักษิณนับแต่เดือน ส.ค.66 เช่น ตอนวันที่ 22 ส.ค.66 นายทักษิณอาจเป็นผู้ต้องขังเด็ดขาดชั้นกลาง แต่เมื่อมีคำสั่งศาลฎีกาฯ วันที่ 9 ก.ย.68 โทษครั้งนี้ นายทักษิณไม่ควรยังอยู่ในสถานะผู้ต้องขังเด็ดขาดชั้นกลาง เพราะมีการกระทำความผิด ไม่อย่างนั้นศาลฎีกาฯ คงไม่สั่งบังคับโทษ 1 ปี อีกทั้งนักโทษที่จะได้รับการพักโทษจะต้องเป็นนักโทษเด็ดขาดชั้นดีเท่านั้น

นายพิชิต กล่าวว่า ไม่ต้องลุ้นว่า พ.ค.นี้ นายทักษิณ จะได้เข้าเกณฑ์พักโทษหรือไม่ เพราะแค่นี้ก็ถือว่านายทักษิณไม่ควรได้รับสิทธิ์แล้ว ส่วนกรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร ปัจจุบันอายุเกินกว่า 70 ปีและมีอาการเกี่ยวกับเจ็บป่วยด้วยโรคประจำตัว คราวที่แล้วก็อ้างอาการเจ็บป่วยแบบนี้ มีอ้างแขนยกไม่ขึ้น เส้นเอ็นเปื่อยยุ่ย ถึงขนาดบอกว่าช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ หากย้อนไปในตอนนั้นนายทักษิณได้รับการพักโทษกรณีมีเหตุพิเศษ จนได้มาคุมประพฤติที่บ้านจันทร์ส่องหล้า แต่ในข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร เห็นหรือไม่ว่ามันตรงกันข้ามทั้งหมด ตนจึงมองว่าในครั้งนี้ หากกระทรวงยุติธรรมไม่หลับตาข้างเดียว หรือแม้ในกรณีที่รมว.ยุติธรรม ตอนนี้ก็เหมือนอธิบายแบบหลับตาหนึ่งข้าง อ้างเฉพาะว่านายทักษิณอาจเข้าเงื่อนไขเพราะได้จำคุกมา 2 ใน 3 ซึ่งก็จะตรงกับเดือนพ.ค.นี้ แต่เป็นการอ้างเพียงเงื่อนไขเดียว

เมื่อถามว่าการมาร้องครั้งนี้เป็นเหมือนกันค้านนักโทษนายทักษิณ ชินวัตร ใช่หรือไม่ นายพิชิต ระบุว่า ถ้ามีสิทธิ์ในการพักโทษ ตนก็มองว่า คปท. ไม่ได้คัดค้านแต่อย่างใด หากเขาถูกต้องตามสิทธิ์ ตนก็มองว่าเป็นสิทธิ์ที่นักโทษทั่วไปควรได้รับ แต่เพียงแค่ว่าเรามีข้อสงสัยต่อนายทักษิณ ตามที่ได้เรียนไป ไม่ว่าจะเป็นการกระทำความผิดซ้ำ หรือการปรับเลื่อนชั้นนักโทษ ซึ่งถ้าหากสองเงื่อนไขดังกล่าวที่เราได้ยื่นสอบถามรมว.ยุติธรรม แล้วรัฐมนตรีสามารถชี้แจงสังคมได้ ตนคิดว่าคงไม่มีใครคัดค้าน ส่วนกรณีที่ทนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของนายทักษิณ ได้ยืนยันว่า นายทักษิณยินดีน้อมรับระยะการจำคุกตามระเบียบของราชทัณฑ์ โดยไม่มีการไปแทรกแซงอำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ แม้ต้องติดระยะ 8 เดือนหรือมากกว่านั้น ก็จะปฏิบัติตามเงื่อนไขทุกอย่าง จึงขอความเป็นธรรมด้วย แต่อย่าลืมว่านายทักษิณ อาจเข้าเกณฑ์พักโทษทั่วไปตามที่ รมว.ยุติธรรม ได้ให้สัมภาษณ์ไปก่อนหน้านี้ ซึ่งก็เป็นไปตามกฎหมายว่าถ้าเข้าเกณฑ์ก็คือ 2 ใน 3 ซึ่งก็คือเดือน พ.ค.นี้ จะได้พักโทษ เพียงแต่เรามองว่าก็อยากให้มีการพิจารณาทบทวนตามเงื่อนไขที่เราตั้งข้อสังเกตเพียงเท่านั้น

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...