“ทองนิวยอร์ก” ปิดบวก 54 เหรียญ! รับอานิสงส์บอนด์ยีลด์ร่วง-ภูมิรัฐศาสตร์ระอุ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (28 ก.พ. 69) สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวขึ้นใกล้ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 1 เดือนในวันศุกร์ (27 ก.พ.) และปิดบวกติดต่อกันเป็นเดือนที่ 7 โดยได้แรงหนุนจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ หลังสหรัฐฯ และอิหร่านขยายเวลาการเจรจานิวเคลียร์ ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ลดลงยิ่งหนุนแรงซื้อทองคำ
ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือน เม.ย. เพิ่มขึ้น 53.70 ดอลลาร์ หรือ 1.03% ปิดที่ 5,247.90 ดอลลาร์/ออนซ์
นักวิเคราะห์รายหนึ่งระบุว่า ตลาดมีความวิตกอย่างมากเกี่ยวกับสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ และมีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดปฏิบัติการทางทหารในช่วงสุดสัปดาห์ ทำให้นักลงทุนอยู่ในภาวะหลีกเลี่ยงความเสี่ยงและเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย
ผู้ไกล่เกลี่ยจากโอมานเปิดเผยว่า การเจรจานิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเมื่อวันพฤหัสบดีมีความคืบหน้า แต่ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงที่อาจหลีกเลี่ยงการโจมตีของสหรัฐฯ ได้ ท่ามกลางการเสริมกำลังทางทหารครั้งใหญ่
ขณะเดียวกัน สถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงเยรูซาเลมอนุญาตให้เจ้าหน้าที่และครอบครัวเดินทางออกจากอิสราเอล โดยอ้างถึงความเสี่ยงด้านความปลอดภัย
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับตัวลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือน ส่งผลให้ทองคำซึ่งไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ยมีความน่าสนใจมากขึ้น เนื่องจากต้นทุนค่าเสียโอกาสลดลง
นักวิเคราะห์ประเมินว่า เป้าหมายถัดไปของราคาทองคำอยู่ที่ 5,450 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ โดยมีแนวรับสำคัญอยู่ใกล้ระดับ 5,120 ดอลลาร์สหรัฐ
ข้อมูลเศรษฐกิจระบุว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐฯ ในเดือนม.ค. เพิ่มขึ้นมากกว่าคาด ซึ่งบ่งชี้ว่า เงินเฟ้ออาจเร่งตัวขึ้นในช่วงหลายเดือนข้างหน้า
ตลาดประเมินความเป็นไปได้ราว 42% ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในเดือนมิ.ย. ตามข้อมูลจากเครื่องมือ FedWatch ของ CME
ข้อมูลจากหน่วยงานสถิติฮ่องกงระบุว่า การนำเข้าทองคำสุทธิของจีนผ่านฮ่องกงในเดือนม.ค. เพิ่มขึ้น 68.7% จากเดือนธ.ค. โดยจีนเป็นผู้บริโภคทองคำรายใหญ่ที่สุดของโลก