โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง "วิชามาร-โจมตี-ให้ร้าย" ดึงคะแนน
เมื่อเลี้ยวเข้าโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง ปี 2569 กระแสการ "เลื่อน" การเลือกตั้งกลับมาอีกแล้ว และน่าจะมาพร้อมกับกระแส "เตะตัดขา" พรรคการเมืองบางพรรค รวมถึงข้อสังเกตต่างๆ ด้วย ตั้งแต่พฤติกรรม "ซื้อเสียง กลั่นแกล้งและใช้อำนาจรัฐแทรกแซง" หรือแม้แต่ "วาทกรรมทางการเมือง"
และในโค้งสุดท้ายนี้ ไม่ว่าใคร หรือพรรคไหน จะตกอยู่ในความเคลือบแคลงสงสัยอย่างไร ต่างก็เร่งชี้แจง เพราะอาจมีผลต่อการตัดสินใจเลือกของประชาชน ในวันที่ 8 ก.พ.นี้ได้ ซึ่งเป็นเหตุผลให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล ชี้แจงความคืบหน้าในคดีเขากระโดง และบางพรรคการเมืองก็ต้องออกมาย้ำถึงแผนรับมือเหตุฉุกเฉินทางการเมือง
เรียกว่า สารพัดวิชามาร-สารพัดกระแสความต่างๆ ที่ถูกขุดออกมาหาคำตอบในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง รวมถึงคดีเขากระโดงหายไปไหน ที่ล่าสุดนายอนุทิน ชาญวีรกูล ออกมาชี้ว่า เป็นวาทกรรมจากพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้าม คิดจะจี้จุดอ่อน เพื่อสร้างจุดแข็ง ก่อนจะย้ำว่าเรื่องอยู่ในกระบวนการตามกฎหมายแล้ว "ไม่มีดองไว้และไม่มีคำว่าละเว้น"
คดีเขากระโดงหายไปไหน น่าจะมาจากเวทีปราศรัยของพรรคเพื่อไทย ที่ตั้งคำถามไว้กับการเข้ามารับหน้าที่นายกรัฐมนตรี และเป็น "รัฐบาลเฉพาะกาล" ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล และเป็นเหตุผลให้ต้องชี้แจงว่า เรื่องอยู่ในกระบวนการของกฎหมายแล้ว
พร้อมกับสวนกลับว่า "วาทกรรมทางการเมือง" เจตนาจะลดทอนความเชื่อมั่นไหม ด้วยมาเป็นชุดคำถาม ทั้งเรื่องโหนกระแสรักชาติ ฟังแต่ครูใหญ่และมีทีมบริหารเป็นเดอะแบก ก่อนที่นายอนุทิน จะกล่าวย้ำให้พูดในข้อเท็จจริง ไม่ควรเป็น "ตลกหน้าม่าน"
แต่ยังไม่จบแค่นี้ "ภูมิธรรม เวชยชัย" ยังจัดเต็ม ด้วยการโพสต์เฟซบุ๊ก เตือนการ "แบ่งแยก-ตีตรา" รัก..ไม่รักชาติหยิบความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน มาเป็นเครื่องมือสร้างคะแนนนิยม ปลุกความกลัว ความเกลียดชัง การเป็นศัตรู บั่นทอนความสามัคคีของคนในชาติ และโพสต์อีกว่า ช่วงโค้งสุดท้าย พบการใช้เงินซื้อเสียง การใช้อำนาจรัฐ และการแทรกแซง กลั่นแกล้ง หรือคุกคามผู้สมัครของพรรคฝ่ายตรงข้าม
ก่อนหน้านี้เคยมีมาแล้ว สำหรับกระแสเลื่อนการเลือกตั้งเหตุเพราะปมชายแดน พอเลี้ยวเข้าโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้งกลับมาอีกแล้ว แต่ก็มีคำอธิบายในเชิงตีความข้อกฎหมาย ว่าหากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นจริงสามารถเลื่อนการลงคะแนนได้ และ กกต.เองก็มีแผนรองรับอยู่แล้วด้วย รวมไปถึงกระแสที่พูดถึง "เกมเตะตัดขา" บางพรรคที่คะแนนนิยมนำ อาจได้เข้าทำเนียบฯ
บางพรรคที่ว่า น่าจะหมายถึงการคาดการณ์ไปที่ พรรคที่จะชนะเลือกตั้ง เป็นพรรคอันดับ 1 และเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ในแบบที่บางฝ่าย-บางขั้วไม่พึงประสงค์ จึงมีการพูดถึง หรือเป็นกระแสกันอยู่ว่า จะเจอ "เกมเตะตัดขา" เข้าทำเนียบรัฐบาล
และถ้าม้วนตามกระแสที่ว่าทำให้ตั้งข้อสังเกตไปที่พรรคประชาชน และจากแผนการเลือกตั้ง การตั้งทีมบริหาร ซึ่งแกนนำพรรคประชาชน ก็กล่าวย้ำมาตลอด ว่ามี "แผนรองรับสถานการณ์" นั้นไว้แล้ว โดยเฉพาะแผนเผชิญเหตุที่จะเกิดขึ้นกับนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ก็ยังมีนายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอีกคนหนึ่ง รวมถึงการจัดวางผู้สมัคร สส.ที่เตรียมการเรื่องนี้ไว้แล้วด้วย
ส่วนกระแส "เลื่อนการเลือกตั้ง เพราะเหตุชายแดน" ซึ่งที่พูดถึงกันคือ ชายแดนไทย-กัมพูชา กับการปะทะรอบ 3 และตีความไปที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 102 กรณีการเลือกตั้งต้องเป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร ถ้าย้อนกลับไปดูแผนการจัดการเลือกตั้ง "กกต." ก็ประกาศแผนเลือกตั้งแบบพิเศษไว้แล้ว สำหรับ 16 เขตใน 7 จังหวัดชายแดน
นั่นเพราะว่า บางฝ่ายชี้ว่า "เลื่อนวันลงคะแนน" ได้ จะย้ายคนไปหาหน่วย หรือย้ายหน่วยไปหาคน อยู่ที่แผนของ กกต. แต่บางฝ่ายก็ชี้ว่าเลื่อนแล้ว ต้องเลื่อนทั่วราชอาณาจักร อาจจะยังเป็นข้อถกเถียง แต่ในรายละเอียดขึ้นอยู่กับอำนาจของ กกต.ที่ถือกฎหมายอยู่ในมือ แต่ทางที่ดีหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ชี้ว่าไม่ควรนำสถานการณ์ความมั่นคง มาเป็นเหตุผล หรือโยงกับการเลือกตั้ง
เลื่อนไม่เลื่อนการเลือกตั้ง รัฐบาลรักษาการจะอยู่ยาว เลือกพรรครักชาติไม่รักชาติ เลือกพรรคซ้ายพรรคขวา คลิปเปิดเผยเรื่องราวต่างๆ ปมปัญหามากมายหลายด้าน เอาว่าเข้าโค้งสุดท้ายทั้งหมดที่ว่ามานี้ ไม่เพียงแต่จะกระแสดิสเครดิตกันไปมา สาดโคลนให้ร้าย แต่ยังหวังเป็นเส้นนำทาง การตัดสินใจ ของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ที่กำลังจะใช้สิทธิวันที่ 8 ก.พ. ผู้มีสิทธิเลือกตั้งคงต้องทบทวน ไตร่ตรองให้รอบด้าน
วิเคราะห์ : เสาวลักษณ์ วัฒนศิลป์ บรรณาธิการข่าวการเมือง
อ่านข่าว :
กกต. ถอนชื่อ 7 ผู้สมัคร สส.เขต 4 พรรคการเมือง ขาดคุณสมบัติชิงเก้าอี้
กทม.เผย "เลือกตั้งล่วงหน้า 2569" ราบรื่น ผู้ใช้สิทธิกว่า 87% "ตะวันนา 2 เขตบางกะปิ" มากสุด