"ณัฐพงษ์" พร้อม "วรภพ-ศุภโชติ" ใช้หลักทรัพย์ส่วนตัว ยื่นประกันคดีหมิ่นประมาททุนพลังงาน
"ณัฐพงษ์" พร้อม "วรภพ-ศุภโชติ" ใช้หลักทรัพย์ส่วนตัว ยื่นประกันคดีหมิ่นประมาททุนพลังงาน ไม่ขอใช้เอกสิทธิ์ สส.ชิงความได้เปรียบทางคดี ปัดเสียสมาธิก่อนเลือกตั้ง - มั่นใจคะแนนนิยม "ประชาชน" เพิ่มขึ้น ชี้กา 2 ใบเพื่อเปลี่ยนประเทศ บอกรอชมหมัดเด็ดเวทีสุพรรณฯเย็นนี้ เผย ขอดูความผิดปกติ-จงใจทุจริตกกต.ก่อน หากพบจ่อดำเนินการตามกฎหมาย
วันที่ 2 ก.พ. 69 ที่ ศาลอาญารัชดา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วยนายวรภพ วิริยะโรจน์ และนายศุภโชติ ไชยสัจ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เดินทางมาขอยื่นประกันตัวจากกรณี การแถลงข่าวตั้งข้อสังเกตต่อโครงการจัดซื้อพลังงานไฟฟ้าหมุนเวียนของรัฐบาล และการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี
นายณัฐพงษ์ เปิดเผยว่า วันนี้ตนเอง นายวรภพ และนายศุภโชติ มาดำเนินการเรื่องเอกสารขอประกันตัวล่วงหน้าในคดีถูกฟ้องหมิ่นประมาทจากบริษัททุนพลังงาน จำนวน 100 ล้านบาท ซึ่งตนเองถูกฟ้องในกรณีที่แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน เรียกร้องเรื่องการแก้ไขปัญหาค่าไฟแพงในช่วงปี 2567 ส่วนนายวรภพ และนสยศุภโชติ ถูกฟ้องหลังจากที่มีการอภิปรายเรื่องนี้ในสภาฯ
สำหรับขั้นตอนการยื่นขอประกันตัว เป็นไปตามขั้นตอนตามปกติของคดี เพราะศาลได้รับคำฟ้องแล้ว พวกตนเองมั่นใจว่าไม่มีการหลบหนีอย่างแน่นอน เพราะอยู่ในช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง อย่างไรก็ตามต้องรออยู่จนกว่าการเลือกตั้งจะแล้วเสร็จ โดยคาดว่าสังคมจะให้ความเป็นธรรมกับตนเอง
สำหรับการยื่นขอประกันตัวในวันนี้ นายณัฐพงษ์ ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดเรื่องหลักทรัพย์ เนื่องจากกังวลว่าจะกระทบต่อรูปคดี แต่ยืนยันว่าเป็นหลักทรัพย์ส่วนตัวทั้งหมด ส่วนคำสั่งศาลในขณะนี้ยังไม่มีรายละเอียดเรื่องเงื่อนไขต่าง ๆ
เมื่อถามว่า เมื่อถูกฟ้องคดีนี้บั่นทอนกำลังใจในการเดินหน้าต่อหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ต้องแยกกันระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งและการเดินหน้าต่อสู้ทางคดี ซึ่งจะไม่ได้ทำให้เสียสมาธิมากที่สุด รวมถึงจะเดินหน้าการเรียกร้องการดำเนินนโยบายของภาครัฐในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพลังงาน การรับซื้อพลังงานไฟฟ้าภายในประเทศ พรรคยังคงเดินหน้าต่อไปเพื่อให้ค่าไฟฟ้าเป็นธรรมต่อประชาชน ซึ่งถ้าหากพรรคประชาชนเป็นรัฐบาลก็จะเดินหน้าเรื่องนี้ต่อไป การถูกฟ้องร้องในคดีนี้จะไม่ทำให้เราหวั่นไหวหรือหยุดกระบวนการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานภายในประเทศ เพื่อความเป็นธรรมของประชาชนให้ได้มากที่สุด
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ารูปคดีดังกล่าว จะกระทบต่อการหาเสียงในนามผู้สมัคร สส.ของพรรคหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ไม่กระทบใด ๆ ทั้งสิ้น โดยได้ปรึกษากับทนายความว่าการฟ้องหมิ่นประมาทครั้งนี้ ไม่ใช่โทษร้ายแรง ไม่ได้มีผลกระทบต่อคุณสมบัติของผู้สมัคร สส. ถ้าหลังการเลือกตั้งแล้วต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ตนเอง นายวรภพ และนายศุภโชติ จะไม่ใช้เอกสิทธิ์ความเป็น สส.เพื่อสร้างความได้เปรียบทางคดี ซึ่งตนเองพร้อมที่จะชี้แจงอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้สังคมรับรู้ถึงข้อเท็จจริง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศบริเวณหน้าศาลอาญา มีแฟนคลับด้อมส้มมารอให้กำลังพร้อมพวงมาลัยสีส้มมามอบให้นายณัฐพงษ์ โดยทันทีที่นายณัฐพงษ์เดินทางมาถึง แฟนคลับต่างให้กำลังใจตะโกนว่า ”นายกฯ เท้ง“ เข้าสวมกอดและขอถ่ายรูปอย่างอบอุ่น
สำหรับคดีดังกล่าว ศาลนัดสอบให้คำให้การในคดีของนายณัฐพงษ์ ในวันที่ 16 ก.พ.69 เวลา 09.00 น. นายศุภโชติ เวลา 13.00 น.ของวันเดียวกัน และคดีนายวรพ ศาลนัดสอบคำให้การในวันที่ 11 พ.ค.69 เวลา 09.00 น.
"เท้ง" มั่นใจคะแนนนิยม "ประชาชน" เพิ่มขึ้น ชี้กา 2 ใบเพื่อเปลี่ยนประเทศ บอกรอชมหมัดเด็ดเวทีสุพรรณฯเย็นนี้
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ กรณีผลโพลที่ออกมาในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งมองเป็นอย่างไร ว่า ผลออกมารวมถึงโซเชียลมีเดียต่างๆพบว่าความนิยมของพรรคประชาชนเพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณ ตนและสมาชิกพรรคมีความเชื่อมั่น แต่สิ่งที่สำคัญในการ เลือกตั้งครั้งนี้ในวันที่ 8ก.พ. ไม่อยากให้มองว่าเป็นการเลือกนักการเมืองไปบริหารประเทศ แต่เป็นการเลือกอนาคตของประเทศไทย อยากให้ทุกคนตัดสินการกาบัตรเลือกตั้งเพื่อที่จะเปลี่ยนประเทศไทยให้หลุดจากวงจรการเมืองแบบเดิม ถ้าอยากได้ประเทศไทย ที่ดีกว่าไม่มีสีเทาคนไทยเท่าเทียมกันเชื่อว่าพรรคประชาชนเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
ส่วนจะมีอะไรเด็ดในการปราศรัยช่วงครึ่งหลังหรือไม่ เช่นนโยบายหรือสิ่งที่ต้องประกาศให้รู้นั้น นายณัฐพงษ์กล่าวว่าพรรคประชาชนมีเวทีปราศรัยย่อยหลายจังหวัดและคาราวานออกไปทั่วทั้งประเทศ ซึ่งเป็นหมัดเด็ดที่มีทุกวันก่อนการเลือกตั้ง และมีสิ่งที่อยากสื่อสารต่อประชาชนให้มีคะแนนเสียงเพื่อหาทางออกให้ประเทศ ส่วนในจังหวัดสุพรรณบุรีเย็นนี้ที่จะไปเจอกับพรรคภูมิใจไทยนั้น มองว่าตนอยากให้รอติดตามไม่ได้หวั่นเกรงอะไรทั้งสิ้นเชื่อว่าชาวสุพรรณบุรีก็ลงคะแนนเปลี่ยนมาแล้วตั้งแต่การเลือกตั้งปี 2566 จากคะแนนบัญชีรายชื่อของพรรค และการเลือกตั้งครั้งนี้เชื่อว่าประชาชนเห็นว่าต้องกาสองใบประเทศไทยจึงจะเปลี่ยน ซึ่งต้องรอติดตามชมในเวทีปราศรัยเย็นนี้
“ณัฐพงษ์” ขอดูความผิดปกติ-จงใจทุจริตกกต.ก่อน หากพบจ่อดำเนินการตามกฎหมาย จี้กกต.ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาเป็นธรรม ไม่เอื้อให้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
เมื่อถามถึงการเลือกตั้งล่วงหน้าที่มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของพรรคประชาชนที่เขตไม่ตรงกันจะมีการดำเนินการกับสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)อย่างไร นายณัฐพงศ์กล่าวว่าตัวแทนของพรรครวมถึงทนายความของพรรคได้มีการรวบรวมพยานหลักฐานถ้าพบเห็น สิ่งผิดปกติที่เกิดจากความบกพร่องของเจ้าหน้าที่หรือความจงใจก็พร้อมจะดำเนินการตามกระบวนการและอยากเรียกร้องไปยังกกต. ให้กันเลือกตั้งครั้งนี้โปร่งใสและเป็นธรรมมากที่สุดเพราะประชาชนเฝ้ามองและจับตาดูอยู่ ถ้าไม่สามารถจัดการเลือกตั้งอย่างโปร่งใสเดี๋ยวจะมีปัญหาตามมา
ส่วนจะยื่นฟ้อง ม. 157 หรือไม่กับกกต. นายณัฐพงศ์กล่าวว่าตนขอดูในรายละเอียดก่อนถ้าพบความผิดปกติที่จงใจทุจริตต่อหน้าที่หรือความบกพร่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นก็พร้อมดำเนินการตามกระบวนการที่กฎหมายให้อำนาจ ส่วนคำชี้แจงของนายแสวง บุญมี เลขาธิการกกต. ที่บอกเกิดขึ้นจากความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ฟังขึ้นหรือไม่นั้น ตนมองว่าถ้าหากกกต.ทำหน้าที่ได้ดีกว่านี้ตัวยกตัวอย่างการแชร์โพสต์เฟสบุ็กของไอลอวน์ แสดงถึงการที่ประชาชนต้องพยายามจะรักษาสิทธิ์ของตัวเองซึ่งกกต.สามารถดำเนินการได้ให้ดีกว่านี้ป้องกันความผิดพลาดอย่างเช่นการสื่อสารอย่างการเขียนเลขรหัสเขตเลือกตั้ง คิดล่วงหน้าและทำได้ดีกว่านี้ก็จะปกป้องสิทธิ์ของประชาชน
เมื่อถามย้ำว่าข้อเสียเหล่านั้นถ้าหากเลือกผิดจะกลายเป็นเสียงตกน้ำไปหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งที่น่ากังวลเพราะเรื่องบัตรแบบแบ่งเขตถ้าส่งไปผิดหน่วยก็อาจจะเกิดปัญหาบัดเขย่งได้ เป็นสิ่งที่รอฟังคำตอบที่ชัดเจนจากกกต. ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นจากการเลือกตั้งล่วงหน้าที่ผ่านมาในส่วนปัญหาบัตรเขย่งที่ไปผิดเขตนั้นจะแก้อย่างไร
ส่วนกรณีของนางสาวชลณัฏฐ์ โกยกุล ผู้สมัครสส.กทม. พรรคประชาชน ที่ออกมาบอกว่ากกต. มีการโทรมาพูดคุยถึงกรณีโพสต์กรณีที่สแกน QR Code แล้วข้อมูลเป็นของปี 2566 นั้น จะดำเนินการทางกฎหมายมองเรื่องนี้อย่างไร นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ตนอยากให้กกต.ตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมาซึ่งได้ติดตามแล้วก็พบว่ามีข้อผิดพลาดมองว่าวิธีการตอบสนองอย่างแรกของกกต. ไม่ควรที่จะไปฟ้องข่มขู่ เพราะกกต.ก็เป็นหน่วยงานที่มีความรับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรงไม่ว่าจะร้องเรียนกับผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคใดหรือจากประชาชนกลุ่มใดจึงอยากให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและคนของของตัวเองก่อนที่จะให้คำตอบว่าถ้าให้ข้อมูลไม่ถูกต้องและดำเนินการฟ้องร้อง
เมื่อถามว่าปัญหาหลายๆอย่างเกิดขึ้นเฉพาะกับพรรคประชาชนทางพรรคมีการมองเรื่องนี้อย่างไรบ้าง นายณัฐพงษ์กล่าวว่าในรายละเอียดที่ตัวติดตามมาพบว่าของพรรคอื่นก็มีปัญหาด้วยเพียงแต่ปัญหาที่เกิดขึ้นเกิดกับพรรคประชาชนเป็นส่วนมากซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่เห็นได้จากเมื่อวานนี้จึงอยากให้กกต.ทำหน้าที่อย่างเป็นธรรมและไม่อยากให้เกิดเหตุผิดปกติสำหรับพรรคใดพรรคหนึ่ง หรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ส่วนจะมองว่าเป็นการสกัดกั้นพรรคประชาชนที่มีกระแสขึ้นหรือไม่นั้นตนมองว่าเป็นสิ่งที่ประชาชนตรวจสอบและพยามจะรักษาสิทธิ์ให้มากที่สุดตนอยากจะเรียกร้องกกต. ว่าหน้าที่กกต. คือทำการเลือกตั้งโปร่งใสไปทำให้กับทุกพรรคการเมือง