ฝ่าวิกฤตพลังงานโลก รัฐ-เอกชน รุกดีเซล B20 การันตีความพร้อม
วันนี้ (20 พ.ค.2569) นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวว่า จากสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ที่ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพในการจัดหาน้ำมันดิบและราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง
กรมฯร่วมกับกรมพัฒนาพลังงานทดแทน และอนุรักษ์พลังงาน สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำ และบริษัทผู้ค้าน้ำมันผู้จำหน่ายน้ำมันดีเซลหมุนเร็วบี 20 ประกาศความพร้อม และตอกย้ำความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน ในการใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็วบี 20 โดยมุ่งเป้าในการลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล ท่ามกลางวิกฤตการณ์ราคาน้ำมันโลก
ดังนั้น การส่งเสริมการเพิ่มสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ ที่สามารถผลิตได้จากพืชผลทางการเกษตรภายในประเทศ โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลบี 20 ซึ่งมีสัดส่วนการผสมไบโอดีเซล สูงถึง 20% จึงเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการสร้างความมั่นคงทางพลังงานภายในประเทศ
โดยช่วยลดการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศ และเนื่องจากไบโอดีเซล เป็นพลังงานเผาไหม้สะอาด การส่งเสริมการใช้น้ำมันดีเซลบี 20 จึงมีส่วนสำคัญในการช่วยลดการปล่อยฝุ่นละออง ซึ่งรวมถึงฝุ่น PM 2.5 ซึ่งเป็นปัญหามลพิษทางอากาศที่สำคัญประการหนึ่งของประเทศไทย
ปัจจุบันกรมฯ กำกับดูแลคุณภาพของน้ำมันดีเซลบี 20 โดยกำหนดมาตรฐานคุณภาพภาคบังคับ ซึ่งเป็นมาตรฐานที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และเป็นที่ยอมรับจากทั้งอุตสาหกรรมน้ำมันและยานยนต์ และตรวจสอบคุณภาพของน้ำมันที่จำหน่าย สู่ผู้บริโภคอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างความมั่นใจในคุณภาพของน้ำมันดีเซลบี 20 อีกทั้งรัฐบาลมีนโยบายเร่งเพิ่มสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ
ในด้านราคาโดยกำหนดให้น้ำมันดีเซลบี 20 มีราคาถูกกว่าน้ำมันดีเซลธรรมดาถึงลิตรละ 7 บาท ดังนั้น การใช้น้ำมันดีเซลบี 20 จึงไม่เพียงแต่จะช่วยประเทศชาติในการลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศ ยังเป็นการช่วยลดภาระต้นทุนค่าน้ำมันเชื้อเพลิงของประชาชนในช่วงภาวะวิกฤตได้
ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในครั้งนี้ คือก้าวสำคัญที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และภาคขนส่งไทย ในการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาดที่ยั่งยืน พร้อมยกระดับมาตรฐานพลังงานไทยให้สามารถก้าวข้ามวิกฤตการณ์โลกได้อย่างมั่นคง
ด้านนายอดิศักดิ์ ชูสุข รองอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กล่าวว่า จากการพยากรณ์ของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร คาดว่าในปี 2569 ประเทศไทยจะมีผลผลิตปาล์มน้ำมันรวมประมาณ 21.87 ล้านตันต่อปี คิดเป็นปริมาณการผลิตน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ประมาณ 3.94 ล้านตันต่อปี
ขณะที่ความต้องการใช้น้ำมันปาล์มดิบภายในประเทศ สำหรับภาคบริโภคและภาคอุตสาหกรรม อยู่ที่ประมาณ 1.25 ล้านตันต่อปี การส่งออกประมาณ 1.20 ล้านตันต่อปี ส่งผลให้ยังมีปริมาณน้ำมันปาล์มดิบคงเหลือ ที่สามารถนำไปใช้ในภาคพลังงานได้ประมาณ 1.49 ล้านตันต่อปี ทั้งนี้ หากส่งเสริมการใช้น้ำมันดีเซลบี 20 ในสัดส่วนร้อยละ 10 ของปริมาณ
การใช้น้ำมันดีเซลทั้งหมด จะส่งผลให้ใช้น้ำมันปาล์มดิบในภาคพลังงานรวมประมาณ 1.23 ล้านตันต่อปี ซึ่งยังอยู่ในระดับที่สอดคล้องกับปริมาณผลผลิตที่คาดการณ์ไว้ สะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยมีผลผลิตปาล์มน้ำมันเพียงพอรองรับการผลิตไบโอดีเซล เพื่อผสมเป็นน้ำมันดีเซลบี 20
ขณะที่ น.ส.ยุพิน บุญศิริจันทร์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย กลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ และผู้ผลิตรถยนต์ภายใต้แบรนด์ชั้นนำ 13 แห่ง ซึ่งรวมจำนวนรถยนต์ทั้งหมด 1,135 รุ่น ยืนยันว่าสามารถรองรับการใช้น้ำมันดีเซลบี 20 โดยไม่กระทบต่อประสิทธิภาพของรถ และผู้ใช้รถยังคงได้รับการรับประกันตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด และกลุ่มยานยนต์ยินดีให้ความร่วมมือกับภาครัฐอย่างเต็มที่ เพื่อร่วมแก้ปัญหาวิกฤตน้ำมันของประเทศ รวมถึงเพื่อสนับสนุนการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน
ด้านกลุ่มผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ภายใต้แบรนด์ใหญ่ของประเทศ ทั้ง 8 แบรนด์ ยืนยันว่า ภาคเอกชนและกลุ่มผู้ค้าน้ำมัน มีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการสนับสนุนนโยบายของภาครัฐ ทั้งด้านคุณภาพผลิตภัณฑ์ การกระจายสินค้า และการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้งาน
โดยน้ำมันดีเซลบี 20 ทุกลิตรที่จำหน่ายผ่านสถานีบริการ ผ่านมาตรฐานคุณภาพที่กรมธุรกิจพลังงาน กำหนดอย่างเข้มงวด เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ในด้านคุณภาพและประสิทธิภาพสำหรับรถยนต์ที่รองรับ
พร้อมขยายเครือข่ายสถานีบริการที่จำหน่ายน้ำมันดีเซลบี 20 แล้วกว่า 600 สถานีทั่วประเทศ ครอบคลุมทั้งเส้นทางหลักและเส้นทางเชื่อมต่อสำคัญ เพื่อรองรับการใช้งานของภาคขนส่งและผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่องและภายในเดือนพ.ค.นี้ มีเป้าหมายขยายสถานีบริการน้ำมันดีเซลบี 20 เพิ่มเป็นกว่า 1,000 สถานี
อ่านข่าว:
ราคาปาล์ม ขยับแล้ว 6.80-7.20 บ./กก. “ค้าภายใน” ลงพื้นที่ตรวจโรงสกัด ยันไม่ห้ามส่งออก
กบน.เพิ่มอุดหนุน "น้ำมันดีเซล" ลิตรละ 2.32 บาท B20 ที่ 8.97 บาท