โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชีวิตแพทย์ที่เคยร่ำไห้! เพื่อนร่วมรุ่น...เล่าย้อนวัยเด็ก'หมอประสิทธิ์'

แนวหน้า

เผยแพร่ 31 พ.ค. 2568 เวลา 17.00 น.

เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2568 เพจเฟซบุ๊ก "Werawit Sethawong" ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่นของ ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล สมัยเรียนโรงเรียนอัสสัมชัญ (บางรัก) ได้โพสต์ข้อความระบุว่า หมอมก คือชื่อที่ AC 89/2515 เรียกขานหมอดีท่านนี้ (มกคือชื่อบิดาของท่าน มิใช่หมอลามกเด็ดขาดครับ เด็ก นร.อัสสัมชัญ บางรัก รุ่น 89 จะเรียกชื่อบุพการีแทนชื่อตัวครับ 5555)

หมอมกคือที่ 1 อัสสัมชัญ บางรัก สายวิทยาศาสตร์ ติดบอร์ด 1 ใน 50 ประเทศไทย ด้วยคะแนน 88% เขาเข้า อสช.ช่วงประถม 5 ภาคภาษาอังกฤษ

(มิใช่ ป.มูล หรือ ป.1 เหมือนรุ่นเราส่วนมาก หมอซ้ง (ที่มิใช่แพทย์) ก็เข้าช่วงมัธยม เช่นกันครับ มกไม่เคยสอบได้ที่ 1 ของรุ่นมาก่อนเลย ปกติ จะเป็น หมอสุรัตน์ หมอวสันต์ แต่มาได้ช่วงสอบ 1000 คะแนนเต็มจากกระทรวงศึกษาธิการ

ใน พ.ศ.2518 ไม่มีคะแนนช่วยจาก รร.แม้ 1 คะแนน ! เขาสอบเข้าคณะแพทยศาสตร์ ศิริราช ได้ที่ 1 ในยุคนั้น เจริญก้าวหน้าบนเส้นทางราชการตลอดมา เคยได้เป็นอัสสัมชนิกดีเด่น ปัจจุบัน เขาเป็นกำลังสำคัญของแพทยสภาที่กำลังจะพิสูจน์ความจริงเชิงประจักษ์บางอย่างของใครบางคนที่ insatiable ! ใครจะนึกว่า ชีวิตแพทย์ท่านนี้จะเคยร่ำไห้ น้ำตานองหน้าคนเดียวในห้องพัก

ต่อไปนี้เป็นข้อความที่ quoted มาครับ

ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ กล่าวอย่างถ่อมตนว่าส่วนตัวไม่ใช่คนเด่น หากว่าประสบการณ์ของตนจะทำให้คนที่ท้อแท้มีกำลังใจฮึดสู้ก็ยินดีแบ่งปัน

“ชีวิตผมล้มมาเยอะ เชื่อว่าล้มมากกว่าหลายคน แต่ถ้าล้มแล้วกองอยู่กับที่ก็ไม่ได้มาแบบนี้ ล้มแล้วต้องกลับมายืนให้ได้ และทำอย่างไรจะไม่ล้มอีก ความผิดพลาด ความล้มเหลวไม่สำเร็จ มีโอกาสเกิดขึ้น ถ้าเราจมกับสิ่งเหล่านี้ไม่มีทางไปสู่ความสำเร็จ ล้มได้ พลาดได้ เรียนรู้ไปและพร้อมล้มใหม่ทุกครั้งที่ล้มเราจะเก่งขึ้น รู้ว่าทำอย่างไรจะไม่ล้ม หากทำอย่างนี้ได้ชีวิตมีแต่จะพัฒนาไปเรื่อยๆ”

“อย่าจมปลักกับความล้มเหลวที่เคยมี เพราะไม่เคยมีใครไม่ล้มเหลว อย่าหลงกับความสำเร็จของตัวเอง ระยะเวลาสั้นๆ ความสำเร็จก็ล้าหลังไปแล้ว หมั่นคิดอะไรใหม่ๆ” เป็นคำพูดของ Albert Einstein ที่บอกว่า

“การใช้ความรู้หรือทักษะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในเวลาเดียวกันมันแก้ไม่ได้หมายความว่าปัญหาเกิดขึ้น เอาความรู้ที่เกิดขึ้นในเวลานั้นมาแก้ปัญหาไม่ได้หรอก ถ้าแก้ได้ปัญหาไม่เกิด มันต้องเป็นอีก level หนึ่งของความรู้ หมั่นคิดอะไรหลุดจากกรอบเดิมบ้าง ยังย้ำคิดแบบเดิม แก้แบบเดิม แก้ไม่ได้หรอก ต้องคิดนอกกรอบเลย เป็นอีก level หนึ่ง”

คงมีน้อยคนที่จะทราบว่าตอนไปเรียนต่อต่างประเทศ ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์เคยคิดจะเดินทางกลับประเทศไทยหลังไปถึงเพียง 2 สัปดาห์

“คนส่วนใหญ่มองว่าผมเป็นเด็กเรียนเก่งตอนไปเรียนที่อังกฤษถูกคาดหวังให้ทำปริญญาเอกและทำบอร์ดผ่าตัดด้วย จนถึงเดี๋ยวนี้ก็มีคนเดียวที่บ้าพอจะทำ เพราะสองอย่างเป็นคนละเรื่องกันและต้องใช้เวลาทั้งคู่ กว่าจะได้เป็นบอร์ด ของ UK ต้องสอบครั้งที่ 3 จึงจะผ่านได้ Fellow of the Royal College of Surgeons of Edinburgh

“เราเป็นอาจารย์โรงเรียนแพทย์ มั่นใจกับความรู้มาก สอบตกทีก็เสียความรู้สึกตอนสอบครั้งที่ 2 ผมคาดว่าสอบได้แน่นอน (แต่ไม่ได้) ผมนั่งรถไฟจาก Edinburgh กลับเข้า London น้ำตาคลอ นั่งฝั่งที่เห็นพระอาทิตย์ตกด้วย…ตอนไปเรียนอายุ 29 ปี ผมตั้งคำถามกับตัวเองว่ามาลำบากทำไมได้เป็นอาจารย์ในศิริราช เป็นบอร์ดผ่าตัดของประเทศไทย ทำไมต้องหาจากต่างประเทศและทำปริญญาเอกอีก หมอผ่าตัดไม่ทำปริญญาเอกแบบนี้…

“ผมอยู่ที่นั่น 3 ปี 4 เดือน เขียนไดอารี่ทุกวัน จำได้ว่าวันศุกร์ 4 ทุ่ม ผมนั่งน้ำตาไหลในห้องคนเดียว ตอนนั้นเพิ่งไปถึงได้ 2 อาทิตย์ ผมหยิบกระเป๋าเดินทาง คิดๆ อยู่ว่าจะกลับไหม ถามตัวเองว่ามาทำไม เหนื่อยก็เหนื่อย หนาวก็หนาว เงินที่ได้จากประเทศไทยไม่เยอะนัก ดีว่าสัก 5 ทุ่มผมมีคำถามเกิดขึ้น 2 คำถาม ถ้ากลับมาจะอยู่ศิริราชต่อไปได้ไหม ได้คำตอบว่าคงอยู่ไม่ได้ อาย…อันที่ 2 หนักกว่านั้นอีก พ่อตาคาดหวังเยอะ ผมจะเข้าหน้าพ่อตาได้หรือ คงลำบากแน่ทั้งครอบครัวและที่ทำงาน สุดท้ายก็ไปต่อ”

ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ เอ่ยถึงตนเองว่าเป็นคนมีวินัย หากตั้งใจทำเรื่องใดต้องทำให้สำเร็จ ทำไม่ได้จริงๆ จึงจะยอม และตั้งเป้าหมายว่าต้องเป็นศาสตราจารย์ก่อนอายุ 40 ปี ได้ซี 11 ก่อนอายุ 45 ปี ซึ่งสำเร็จทั้งสองเรื่อง หลังจากนั้นรู้สึกว่าพอแล้ว

“ผมมาเกินกว่าที่เคยคิดตอนเด็ก ไม่เคยคิดว่าจะเป็นอาจารย์ในศิริราช หรือถวายการดูแลรักษา (รัชกาลที่ 9) มัน beyond เกินตัวผมไปเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ตั้งใจว่า 1 ใน 3 ของชีวิตเป็นช่วงที่คืนให้กับสังคมก็จะมีไปบรรยายให้องค์กรต่างๆ และทำกิจกรรมเพื่อสังคม การบริหารโรงพยาบาลศิริราชเป็นส่วนหนึ่งที่ผมชอบ มันตอบโจทย์การทำงานเพื่อสังคมไปในตัว”

ที่มา & ภาพ : ตัดตอนบทสัมภาษณ์ ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา เมื่อ "ความสุข" ขึ้นกับปริมาณงานที่ทำ | Forbes Thailand 30 ธ.ค.2022

FB: โต๊ะป้าศรี CH
@highlight

- 006

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...