โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

KTC เข้าเก็บได้หรือยัง

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 23 มิ.ย. 2568 เวลา 11.02 น. • เผยแพร่ 23 มิ.ย. 2568 เวลา 23.30 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

บมจ.บัตรกรุงไทย (เคทีซี) และ บมจ.เอ็กซ์สปริง แคปปิตอล (XPG) วานนี้ราคาหุ้นร่วงมาที่ “ฟลอร์” (-15%ตามเกณฑ์ชั่วคราว ตลาดหลักทรัพย์ฯ) พร้อมกัน

หากเข้าไปดูกลุ่มผู้ถือหุ้นของทั้งเคทีซี และ XPG

จะพบว่ามีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่เป็นรายเดียวกัน แต่จะเกี่ยวพันกับหุ้นที่ลงมาติดฟลอร์หรือเปล่า ยังไม่สามารถยืนยันได้

แต่จากกระแสข่าวบอกว่าผู้ถือหุ้นที่เป็นคนเดียวกันของทั้งสองบริษัท น่าจะถูก “บังคับขาย” (ฟอร์ซเซล)

เพราะกรณีเคทีซี หากพิจารณาข้อมูลจากรายงานสรุปหลักทรัพย์ที่ใช้เป็นหลักประกันการชำระหนี้ในบัญชีมาร์จิ้นของตลาดหลักทรัพย์ฯ ณ เดือนพฤษภาคม 2568 พบว่า มีการนำหุ้น เคทีซี มาใช้เป็นหลักประกันจำนวน 420.2 ล้านหุ้น

หรือคิดเป็นสัดส่วน 16.30% ของหุ้นทั้งหมด

และถือเป็นระดับที่สูงพอสมควร

ส่วนของ XPG พบนำหุ้นมาเป็นหลักประกันจำนวน 1,443.7 ล้านหุ้น

คิดเป็น 13.49%ของจำนวนหุ้นทั้งหมด

ในช่วงภาคเช้าฝั่ง Offerของหุ้นเคทีซี มีออเดอร์คงค้างอยู่กว่า 150 ล้านหุ้น (ช่วงลงมาฟลอร์) ก่อนที่ออเดอร์จะถูกถอดออกไปราว ๆ 30 ล้านหุ้น ทำให้มีออเดอร์คงค้างอยู่ประมาณ 116 ล้านหุ้นในช่วงภาคบ่าย และเมื่อปิดตลาดมีออเดอร์ค้างอยู่ 97.9 ล้านหุ้น หรือถูกถอดออกไปอีกราว ๆ 18 ล้านหุ้น

จำนวนหุ้นที่ถูกวางมากขนาดนี้ เป็นของกลุ่มของนักลงทุนรายใหญ่แน่ ๆ

ส่วน XPGราคาหุ้นในช่วงภาคเช้าจะค่อย ๆ ปรับลงมานับจากช่วงของการเปิดตลาด กระทั่งลงมาที่ฟลอร์

แต่ออเดอร์คงค้างในฝั่ง Offerมีไม่มากเท่ากับเคทีซี หรือประมาณ 8-9 ล้านหุ้นเท่านั้น

อย่างที่รับทราบกันว่า การใช้บัญชีมาร์จิ้น “มีความเสี่ยงสูง” เพราะหากราคาหุ้นที่ลงทุนลดลงอาจทำให้ต้องวางเงินเพิ่มหรืออาจถูกบังคับให้ขายหุ้นออก (Forced Sell)

ย้อนกลับไปดูราคาหุ้นเคทีซี 5 ปีย้อนหลัง

ในช่วงต้นปี 2564 ราคาเคยขึ้นมาระดับ 70.00 บาท บวก/ลบ

และหลังจากนั้น ราคาหุ้นได้ปรับลงมาต่อเนื่อง น่าจะเป็นผลมาจากสถานการณ์โควิด ก่อนที่ราคาหุ้นจะค่อย ๆ ปรับดีขึ้นอีกครั้งในข่วงเดือนก.ค. 2567 และขึ้นมาที่ระดับ 50.00 บาท บวก/ลบ ในช่วงเดือนกพ. 2568

จากนั้น ราคาหุ้นเคทีซี ร่วงลงต่อเนื่อง

และล่าสุดมาอยู่ที่ ระดับ 35.00 บาท เมื่อวันศุกร์ที่ 20 มิ.ย. 2568

ก่อนจะลงติดฟลอร์เมื่อวานนี้

ปุจฉา เหตุที่ทำให้ราคาหุ้นเคทีซีร่วง หากจะถามว่ามาจากผลประกอบการหรือไม่?

วิสัชนา คำตอบคือ ก็ไม่น่าจะใช่

เพราะหากย้อนกลับไปดูผลประกอบการเคทีซี 5 ปีย้อนหลังพบว่า

ปี 2564 มีรายได้รวม 21,441.67 ล้านบาท

ปี 2565 รายได้รวม 23,170.28 ล้านบาท

ปี 2566 รายได้รวม 25,281.88 ล้านบาท

ปี 2567 รายได้รวม 27,229.93 ล้านบาท

และปี 2568 (ม.ค.-มี.ค.) มีรายได้รวม 6,772.05 ล้านบาท

ส่วนกำไรสุทธิ ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 5,878.69 ล้านบาท

ปี 2565 กำไรสุทธิ 7,079.40 ล้านบาท

ปี 2566 กำไรสุทธิ 7,295.39 ล้านบาท

ปี 2567 กำไรสุทธิ 7,437.16 ล้านบาท

และปี 2568 (ม.ค.-เม.ย.) กำไรสุทธิ 1,860.51 ล้านบาท

งบการเงินของเคทีซี 5 ปีย้อนหลัง จะเห็นว่า ทั้งรายได้ และอัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นมาต่อเนื่อง ซึ่งสวนทางกับราคาหุ้นที่ปรับลงมาตลอด

เช่นเดียวกับงบการของ XPGในช่วง 3-4 ปีย้อนหลัง ได้ (ฟื้น) ดีขึ้นตามลำดับ

จากปี 2565 ที่มีผลขาดทุนสุทธิ 171ล้านบาท

แต่ต่อจากนั้นได้มีรายได้และกำไรเติบโตขึ้นทุกปีตามแผนงานธุรกิจใหม่ภายใต้การบริหารของ “ระเฑียร ศรีมงคล” อดีต ซีอีโอของเคทีซี

แน่นอนว่า การลงมาของเคทีซี จะมีคำถามจากนักลงทุนจว่า “เข้าซื้อได้ไหม”

หากดูจาก 15 โบรกเกอร์ที่วิเคราะห์หุ้นเคทีซีให้ราคาเป้าหมายต่ำสุด 34.00 บาท สูงสุด 58.00 บาท และมีราคา (เป้าหมาย) เฉลี่ยที่ 48.50 บาท

ราคาปิดวานนี้ 29.50 บาท ถือว่า มีอัพไซด์จากราคาเป้าหมายอยู่พอสมควร

หากวันนี้ผู้ถือหุ้นที่ถูกฟอร์ซเซล หาเงินมาเติมได้ พร้อมกับดึงออเดอร์ขายกลับ เราน่าจะเห็นการฟื้นตัวของเคทีซีราคาค่อนข้างแรง

หากแต่ยังไม่มีการเติมเงิน

เราคงต้องรอแรงขายให้สะเด็ดน้ำก่อนนั่นแหละ

ธนะชัย ณ นคร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...