โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

TMAN วิ่ง 7% หลังกำไรปี 68 โต 16% รับยอดขายพุ่ง-บุ๊กเงินประกันไฟไหม้ พ่วงปันผล 0.32 บ.

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (26 ก.พ.69) ราคาหุ้น บริษัท ที.แมน ฟาร์มาซูติคอล จำกัด (มหาชน) หรือ TMAN ณ เวลา 10:20 น. อยู่ที่ระดับ 13.40 บาท บวก 0.90 บาท หรือ 7.20% สูงสุดที่ระดับ 13.40 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 12.90 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 13.26 ล้านบาท

ทั้งนี้ราคาหุ้นของ TMAN ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ภายหลังการรายงานผลประกอบการงวดไตรมาส 4 และงวดปี 2568 ดังนี้

โดยสะท้อนถึงประสิทธิภาพในการดำเนินงานและการบริหารต้นทุนที่ดีภายใต้กลยุทธ์การเติบโตที่ชัดเจน ทั้งการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง การเพิ่มสินค้าสำหรับจำหน่ายในช่องทางธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่และร้านค้าปลีกเฉพาะอย่าง เพื่อเพิ่มการเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง รวมถึงการขยายธุรกิจในกลุ่ม DBU และ OEM ตลอดจนการขยายช่องทางจัดจำหน่ายในตลาดต่างประเทศ

สำหรับผลการดำเนินงานงวดปี 2568 กลุ่มบริษัทฯ มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 2,506.1 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 293.5 ล้านบาท หรือร้อยละ 13.3 เมื่อเทียบกับปี 2567 โดยสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจหลัก (ไม่รวมส่วนงานจัดจำหน่ายสินค้าภายใต้แบรนด์ของบุคคลภายนอกรายใหม่) ให้อยู่ในระดับที่แข็งแกร่งที่ร้อยละ 50.0 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 49.1 ในปีก่อนหน้า

หากจำแนกรายได้ตามกลุ่มผลิตภัณฑ์ในปี 2568 พบว่าสัดส่วนรายได้จากการขายและการให้บริการของผลิตภัณฑ์ยาเพิ่มขึ้นเป็นประมาณร้อยละ 63 จากร้อยละ 60 ในปี 2567 เนื่องจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการจัดจำหน่ายสินค้าภายใต้แบรนด์ของบุคคลภายนอก ซึ่งเข้ามาเสริมรายได้ในกลุ่มผลิตภัณฑ์สมุนไพร ขณะที่รายได้ในกลุ่มผลิตภัณฑ์อื่นๆ มีการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย ในส่วนของรายได้จำแนกตามกลุ่มลูกค้า พบว่ามีการเติบโตในทุกกลุ่มสอดคล้องกับกลยุทธ์การขยายตลาด ได้แก่ 1) ช่องทางโรงพยาบาล มุ่งสร้างรายได้จากผลิตภัณฑ์ยาแผนปัจจุบันสำหรับโรค NCDs 2) ช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่และร้านค้าปลีกเฉพาะอย่าง ขยายฐานผ่านการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ (NPD) 3) ช่องทางคลินิก นำเสนอผลิตภัณฑ์ครบวงจรสำหรับคลินิกเสริมความงาม และ 4) ช่องทางร้านขายยา อาศัยความแข็งแกร่งของเครือข่ายทั่วประเทศ

ทั้งนี้ หากเจาะจงเฉพาะผลงานไตรมาส 4 ปี 2568 กลุ่มบริษัทฯ ประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่น โดยมีรายได้จากการขายและการให้บริการ 726.1 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 152.1 ล้านบาท หรือร้อยละ 26.5 เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2567 และเพิ่มขึ้น 70.0 ล้านบาท หรือร้อยละ 10.7 จากไตรมาส 3 ปี 2568 ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นของช่องทางร้านขายยาทั้งค้าปลีกและค้าส่ง ซึ่งเป็นผลจากการเริ่มจัดจำหน่ายสินค้าภายใต้แบรนด์ของบุคคลภายนอก ภายใต้สัญญากับ BERTRAM ผู้ผลิต “เซียงเพียว” และ “เป๊ปเปอร์มิ้นท์ ฟิลด์” ขณะเดียวกัน รายได้จากการรับจ้างผลิต (OEM) สินค้ากลุ่มสุขภาพและความงามจากลูกค้ารายใหญ่ยังคงเติบโตต่อเนื่อง สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพการผลิตของบริษัท นอกจากนี้ บริษัทยังคงรักษาความแข็งแกร่งของแบรนด์ชั้นนำ 5 อันดับแรก พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อกระจายความเสี่ยงและเพิ่มศักยภาพการทำกำไรระยะยาว

ส่วนในปี 2568 บริษัทมีการรับรู้รายการพิเศษจากเหตุการณ์ไฟไหม้บริเวณห้องปฏิบัติการ (ห้องแล็บ) เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2568 โดยขั้นตอนการชดเชยได้สิ้นสุดลงแล้ว บริษัทได้รับค่าสินไหมทดแทนจำนวน 164.5 ล้านบาท และมีค่าเสียหายเกิดขึ้น 107.1 ล้านบาท คิดเป็นส่วนเพิ่มจากมูลค่าเสียหายทางบัญชี 57.4 ล้านบาท หรือสุทธิจากภาษีเงินได้จำนวน 49.5 ล้านบาท

ด้านรายได้อื่น ในไตรมาส 4 ปี 2568 อยู่ที่ 4.1 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 32.8 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลงร้อยละ 22.6 จากไตรมาสก่อนหน้า ส่วนภาพรวมปี 2568 มีรายได้อื่น 20.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.6 ล้านบาท หรือร้อยละ 50.7 เนื่องจากไม่มีรายได้ค่าบริการนำเสนอสินค้าตัวอย่างภายใต้แบรนด์ของบุคคลภายนอก และการปรับตัวลดลงของรายได้ดอกเบี้ยรับ

ขณะที่กำไรขั้นต้น ไตรมาส 4 ปี 2568 อยู่ที่ 502.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 70.7 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 77.2 จากไตรมาสก่อนหน้า (หากไม่รวมค่าสินไหมฯ กำไรขั้นต้นจะอยู่ที่ 338.1 ล้านบาท โต 14.8% YoY และ 19.2% QoQ) ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 4 อยู่ที่ร้อยละ 56.2 (หากไม่รวมค่าสินไหมฯ จะอยู่ที่ร้อยละ 46.3) ขณะที่กำไรขั้นต้นรวมปี 2568 อยู่ที่ 1,352.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 23.7 จากปีก่อน (หากไม่รวมค่าสินไหมฯ จะอยู่ที่ 1,187.8 ล้านบาท โต 8.6% YoY) ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นทั้งปีอยู่ที่ร้อยละ 50.3 (หากไม่รวมค่าสินไหมฯ จะอยู่ที่ร้อยละ 47.0 ลดลงจากปีก่อนที่มีสัดส่วนร้อยละ 49.1 เนื่องจากอัตรากำไรของสินค้าบุคคลภายนอกต่ำกว่าธุรกิจหลัก)

สำหรับต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร ไตรมาส 4 ปี 2568 อยู่ที่ 175.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.6 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักจากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับผู้แทนขายและค่าขนส่งของสินค้ารายใหม่ รวมถึงงบการตลาดปลายปี ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ไตรมาส 4 อยู่ที่ร้อยละ 19.6 (หากไม่รวมค่าเสียหายจากไฟไหม้ จะอยู่ที่ร้อยละ 24.1 ปรับตัวดีขึ้นจากร้อยละ 26.9 ในไตรมาส 4/67) ส่วนทั้งปี 2568 ต้นทุนส่วนนี้อยู่ที่ 597.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.2 จากปีก่อน เนื่องจากการขยายทีมผู้แทนขาย ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ทั้งปีอยู่ที่ร้อยละ 22.2 (หากไม่รวมค่าเสียหายจากไฟไหม้ จะอยู่ที่ร้อยละ 23.6 ปรับตัวดีขึ้นจากร้อยละ 24.6 ในปี 2567)

ด้านต้นทุนทางการเงิน ไตรมาส 4 ปี 2568 ลดลงเหลือ 5.8 ล้านบาท (ลดลง 42.0% YoY และ 14.7% QoQ) จากการทยอยชำระคืนเงินกู้และดอกเบี้ยขาลง แต่ภาพรวมปี 2568 ต้นทุนทางการเงินอยู่ที่ 28.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 52.7 จากปีก่อนหน้า สาเหตุจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้นในไตรมาส 4/2567 โดยบริษัทนำเงิน IPO ไปลงทุนในบัญชีเงินฝากดอกเบี้ยพิเศษเพื่อเตรียมขยายธุรกิจตามแผน

จากปัจจัยทั้งหมด ส่งผลให้กำไรสุทธิไตรมาส 4 ปี 2568 พุ่งแตะ 181.8 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 68.2 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และโตร้อยละ 61.5 จากไตรมาสก่อนหน้า (หากไม่รวมรายการสินไหมฯ สุทธิหลังภาษี กำไรสุทธิอยู่ที่ 135.9 ล้านบาท โต 25.7% YoY และ 20.7% QoQ) ทำให้อัตรากำไรสุทธิไตรมาส 4 อยู่ที่ร้อยละ 20.3 สนับสนุนให้ภาพรวมกำไรสุทธิปี 2568 ทำสถิติที่ 523.1 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 72.4 ล้านบาท หรือร้อยละ 16.1 จากปี 2567 (หากไม่รวมรายการสินไหมฯ กำไรสุทธิอยู่ที่ 477.2 ล้านบาท โต 5.9% YoY) โดยมีอัตรากำไรสุทธิทั้งปีที่แข็งแกร่งในระดับร้อยละ 19.4 ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถของกลุ่มบริษัทฯ ในการรักษาความสามารถในการทำกำไรได้อย่างยั่งยืน

พร้อมกันนี้ บริษัทมีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดให้แก่ผู้ถือหุ้นสามัญของบริษัทฯ ในอัตรา 0.32 บาทต่อหุ้น จากมูลค่าที่ตราไว้ (Par) หุ้นละ 0.75 บาท โดยเป็นการจ่ายปันผลจากงวดผลการดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้กำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) ในวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 และกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับปันผล (Record date) ในวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 โดยมีกำหนดการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างเป็นทางการในวันที่ 26 พฤษภาคม 2569

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...