สธ.-คพ. ยัน ยังไม่พบหลักฐานคนริมกก รับผลกระทบ ‘สารหนู’ ในระดับอันตรายต่อสุขภาพ
หลายหน่วยงานประสานเสียง ผลตรวจ ‘สารหนู’ อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน แต่ไม่ประมาท สธ.สั่งเฝ้าระวังกลุ่มคนใกล้แม่น้ำ-วิถีชีวิตสัมผัสน้ำโดยตรง เตรียมใช้ การศึกษาระบาดวิทยา หาต้นตอสารหนู ชู แผนปี 69 เดินหน้าเก็บตัวอย่างกว่า 1,400 ราย ครอบคลุมทุกแม่น้ำที่พบปนเปื้อน คัดกรองความเสี่ยง
วันนี้ (26 ก.พ. 69) นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมอนามัย, กรมควบคุมโรค, กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์, ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขเขตสุขภาพที่ 1 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย และศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 1/1 เชียงราย โดยมีกรมควบคุมมลพิษร่วมให้ข้อมูลเพิ่มเติม
โดยการประชุมมีขึ้นภายหลังมีนักวิชาการ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เปิดเผยข้อมูลตรวจพบ “สารหนู” ในร่างกายประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำกก จ.เชียงราย ส่งผลให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเกิดความวิตกกังวล รวมถึงกระทบต่อภาพลักษณ์และเศรษฐกิจของพื้นที่
- ข่าวที่เกี่ยวข้อง :วิจัยพบ ‘สารหนู’ สะสมใน ‘เล็บ-เส้นผม’ กลุ่มตัวอย่างคนริมน้ำกก ห่วงกระทบสุขภาพระยะยาว
ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า การประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อนำข้อมูลเฝ้าระวังตลอด 1 ปีที่ผ่านมา จากทุกหน่วยงานมาสรุปร่วมกันอย่างรอบด้าน ว่าสถานการณ์ในปัจจุบันมีความเสี่ยงต่อสุขภาพประชาชนหรือไม่
กรมควบคุมมลพิษ เผยผลตรวจน้ำ 5 ครั้ง ยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ รายงานว่า กรมควบคุมมลพิษได้ตรวจติดตามคุณภาพน้ำในพื้นที่ตั้งแต่เดือนมีนาคมปีที่ผ่านมา รวม 5 ครั้ง ครอบคลุม 27 จุดตรวจตลอดแนวแม่น้ำ
ผลการตรวจล่าสุดพบว่า
ค่าปริมาณสารหนูบางจุดตรวจพบเล็กน้อย แต่ยังไม่เกินมาตรฐาน
ค่าออกซิเจนละลายในน้ำเฉลี่ยประมาณ 7.8 มิลลิกรัมต่อลิตร
ค่า pH อยู่ราว 5
จัดอยู่ในแหล่งน้ำประเภทที่ 3
นั่นหมายความว่าน้ำสามารถนำไปอุปโภคบริโภคได้ หากผ่านกระบวนการปรับคุณภาพและกรองอย่างเหมาะสม รวมถึงสามารถใช้เพื่อการเกษตรได้
อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ยืนยันว่า แนวโน้มผลตรวจ 5 ครั้งที่ผ่านมา “แทบไม่พบค่าที่เกินมาตรฐาน” และยังคงเฝ้าระวังต่อเนื่องตามนโยบายของรัฐบาล
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ตรวจทั้งน้ำ พืชผัก ปัสสาวะคนในพื้นที่
ขณะที่ วิชาดา จงมีวาสนา ผู้อำนวยการสำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่เฝ้าระวังตั้งแต่ปีที่ผ่านมา รวม 4 ครั้ง และในปีนี้มีแผนสำรวจต่อเนื่องอีก 12 ครั้ง การตรวจครอบคลุมทั้ง
น้ำประปาหมู่บ้าน
พืชผักที่ปลูกริมแม่น้ำ
การตรวจสารหนูในปัสสาวะประชาชน
ผลการตรวจทุกครั้งจนถึงรอบล่าสุดเดือนมกราคม 2569 พบว่า ปริมาณสารหนูในน้ำ พืชผัก และสิ่งแวดล้อม “อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน” ขณะที่การตรวจปัสสาวะประชาชนไม่พบความเชื่อมโยงกับการสัมผัสสารหนูอย่างต่อเนื่อง
กรมควบคุมโรค เตรียมขยายเฝ้าระวังสุขภาพ 1,400 คน
ณัฐพงศ์ แหละหมัน จากกองโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมโรค บอกว่า ในปี 2568 มีการเฝ้าระวังสุขภาพประชาชนในพื้นที่เสี่ยงจำนวน 32 ราย โดยพบผู้มีค่าผิดปกติ 7 ราย ซึ่งได้รับการยืนยันและติดตามอาการอย่างใกล้ชิด
อย่างไรก็ตาม ในปี 2569 จะขยายการเฝ้าระวังสุขภาพประชาชนเป็นกว่า 1,400 คน ครอบคลุมทุกลุ่มน้ำที่เกี่ยวข้อง พร้อมติดตามต่อเนื่องอย่างน้อย 5 ปี ตามแนวทางองค์การอนามัยโลก
นอกจากนี้ยังเตรียมนำกลุ่มตัวอย่างจากงานวิจัยจำนวน 19 คน เข้ามาอยู่ในระบบเฝ้าระวัง เพื่อยืนยันข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์ให้ชัดเจนมากขึ้น
กรมอนามัย แนะประชาชนสังเกตอาการเสี่ยง พร้อมหลีกเลี่ยงแหล่งน้ำไม่มั่นใจ
พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย ย้ำว่า แม้ผลตรวจปัจจุบันยังยืนยันความปลอดภัย แต่กระทรวงสาธารณสุขจะไม่ประมาท และยังคงเฝ้าระวังกลุ่มประชาชนที่อาศัยใกล้แม่น้ำหรือมีวิถีชีวิตสัมผัสน้ำโดยตรง
กรมอนามัยแนะนำให้ประชาชนสังเกตอาการที่อาจเกี่ยวข้องกับการได้รับสารหนูในระดับสูง เช่น
คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย
อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร
ผื่นหรือผิวหนังเปลี่ยนสีคล้ำ
แม้อาการดังกล่าวไม่จำเพาะ แต่หากมีประวัติสัมผัสน้ำเสี่ยงร่วมด้วย ควรเข้ารับการตรวจวินิจฉัยโดยเร็ว พร้อมย้ำแนวทางป้องกัน ได้แก่ หลีกเลี่ยงใช้น้ำจากแหล่งที่ไม่มั่นใจ เลือกดื่มน้ำที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน และติดตามประกาศจากหน่วยงานภาครัฐอย่างใกล้ชิด
ปลัด สธ.ย้ำข้อมูลรวมทุกด้าน “ยังไม่พบอันตรายต่อสุขภาพ”
ปลัดกระทรวงสาธารณสุข สรุปผลการประชุมว่า จากข้อมูลการเฝ้าระวังของทุกหน่วยงานในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ยังไม่พบหลักฐานชี้ว่ามีอันตรายต่อสุขภาพประชาชนในจังหวัดเชียงรายจากสารหนูในแม่น้ำกก
อย่างไรก็ตาม กระทรวงสาธารณสุขได้สั่งการให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงรายจัดทำแผนเฝ้าระวังระยะยาว 5 ปี และบูรณาการแผนของทุกหน่วยงานให้เป็นภาพรวมเดียว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว ทั้งยังย้ำว่า ภาครัฐจะติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่า จังหวัดเชียงรายยังคงปลอดภัยทั้งต่อการอยู่อาศัยและการท่องเที่ยว พร้อมมีระบบเฝ้าระวังความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมอย่างรอบด้านในระยะยาว
ขณะที่ อธิบดีกรมอนามัย อธิบายถึงการประเมินว่าสารหนูสะสมในร่างกายแบบเรื้อรังหรือไม่นั้น ต้องพิจารณาแหล่งที่ได้รับเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งโดยหลักมาจาก “อาหารและน้ำ” โดยสารหนูที่พบไม่ได้หมายความว่าจะเป็นสารพิษเสมอไป เนื่องจากมีสารหนูชนิดที่พบในอาหารทะเล ซึ่งเป็นสารหนูรูปแบบออร์แกนิกที่ไม่เป็นพิษต่อร่างกาย
ด้วยเหตุนี้ ก่อนเก็บตัวอย่างปัสสาวะเพื่อตรวจสารหนู จึงแนะนำให้ผู้เข้ารับการตรวจงดรับประทานอาหารทะเลล่วงหน้า 2–5 วัน เพื่อให้ผลตรวจสะท้อนการรับสัมผัสจากแหล่งอื่น เช่น น้ำหรือสิ่งแวดล้อม ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
พญ.อัมพร ยังระบุว่า เมื่อสารหนูเข้าสู่ร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบออร์แกนิกหรืออนินทรีย์ ร่างกายจะขับออกทางปัสสาวะ การตรวจปัสสาวะจึงเป็นวิธีสะท้อนระดับสารหนูในร่างกายได้ดี หากตรวจพบค่าสูงเพียงครั้งเดียว อาจต้องติดตามตรวจซ้ำ เพื่อประเมินว่ามีการสะสมต่อเนื่องหรือไม่
หากตรวจซ้ำแล้วยังคงสูงต่อเนื่อง อาจบ่งชี้ว่ามีการสะสมจริง แต่หากค่าลดลงหรือกลับสู่ปกติ อาจเกิดจากการรับสัมผัสชั่วคราวหรือร่างกายกำจัดออกไปแล้ว
เปรียบเทียบ “ผม–เล็บ” กับ “ปัสสาวะ” สะท้อนระยะเวลาการสัมผัสต่างกัน
เมื่อถามถึงความแตกต่างของการตรวจสารหนูจากเล็บและเส้นผม ซึ่งใช้ในงานวิจัยบางชิ้น กับการตรวจปัสสาวะที่หน่วยงานรัฐใช้เป็นหลัก ผู้แทนจากกองโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมโรค ชี้แจงว่า วิธีตรวจแต่ละชนิดสะท้อนระยะเวลาการสัมผัสต่างกัน โดย การตรวจเล็บหรือเส้นผม สะท้อนการสัมผัสในระยะยาวหลายปี และ การตรวจปัสสาวะ สะท้อนการรับสัมผัสในช่วง 1–2 เดือนล่าสุด
สำหรับกรณีในลุ่มแม่น้ำกก หน่วยงานรัฐเลือกใช้การตรวจปัสสาวะ เพราะเป็นมาตรฐานสากลในการประเมินความเสี่ยงสุขภาพระยะสั้น และสามารถจำแนกชนิดสารหนูที่เป็นพิษได้ชัดเจนกว่า
อีกทั้งการตรวจเส้นผมอาจมีปัจจัยแทรกซ้อนจากสารเคมีภายนอก เช่น การย้อมผม หรือสิ่งปนเปื้อนบนเส้นผม ทำให้ต้องมีกระบวนการทำความสะอาดและวิเคราะห์ที่ซับซ้อน ขณะที่การตรวจปัสสาวะสามารถบ่งชี้การรับสัมผัสสารหนูที่เข้าสู่ร่างกายจริงได้แม่นยำกว่า
เกณฑ์ประเมินความเสี่ยง หากเกิน 100 ไมโครกรัมต่อลิตร ต้องแยกชนิดสารหนูพิษ
ณัฐพงศ์ ยังอธิบายเพิ่มเติมว่า การตรวจปัสสาวะจะใช้เกณฑ์เบื้องต้นที่ระดับ 100 ไมโครกรัมต่อลิตร หากค่าต่ำกว่านี้จะถือว่าอยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวังทั่วไป แต่หากเกิน 100 ไมโครกรัมต่อลิตร จะต้องส่งตรวจเพิ่มเติมเพื่อแยกชนิดสารหนูที่เป็นพิษ ซึ่งเป็นรูปแบบอนินทรีย์ เช่น สารหนูชนิด 3+ และ 5+ โดยค่าที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงสุขภาพควรไม่เกิน 10 ไมโครกรัมต่อลิตร
กระบวนการดังกล่าวจึงเป็นการคัดกรองก่อน แล้วจึงวิเคราะห์เชิงลึกเฉพาะกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง เพื่อใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม เนื่องจากการตรวจแยกชนิดสารหนูมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า 2,000 บาทต่อราย
เตรียมใช้ระบาดวิทยาหาต้นตอ เชื่อมโยงแหล่งสัมผัสและอาชีพ
ส่วนเรื่องการหาต้นตอของสารหนูว่าเกิดจากเหมือง แหล่งน้ำ หรือสารเคมีเกษตรหรือไม่นั้น กรมควบคุมโรค ระบุว่า จำเป็นต้องใช้การศึกษาทางระบาดวิทยา โดยเก็บข้อมูลตัวอย่างจำนวนมากเพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างของกลุ่มประชากร โดยแผนปี 2569 จะเก็บตัวอย่างกว่า 1,400 ราย ครอบคลุมทุกแม่น้ำที่เกี่ยวข้องกับข่าวการตรวจพบสารหนู พร้อมใช้แบบสอบถามคัดกรองความเสี่ยง เช่น ระยะห่างจากแหล่งน้ำ อาชีพ และพฤติกรรมการบริโภค ก่อนคัดเลือกผู้มีความเสี่ยงสูงเข้ารับการตรวจปัสสาวะ
นอกจากนี้ยังมีแผนศึกษากลุ่มเกษตรกรโดยเฉพาะ เพื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มประชาชนทั่วไป ว่ามีความเชื่อมโยงกับการใช้สารเคมีทางการเกษตรหรือไม่
ย้ำ “สารหนูพบได้ตามธรรมชาติ” พร้อมดูแลระบบประปาหมู่บ้าน
อธิบดีกรมอนามัย ระบุด้วยว่า สารหนูเป็นธาตุที่พบได้ตามธรรมชาติในหลายพื้นที่ของประเทศ ไม่เฉพาะในลุ่มน้ำกกเท่านั้น โดยที่ผ่านมาเคยพบค่าบางหมู่บ้านในภาคใต้และภาคกลางสูงเป็นจุด ๆ เมื่อพบค่าที่สูง หน่วยงานสาธารณสุขจะเข้าไปปรับปรุงระบบประปาหมู่บ้าน เพื่อกำจัดสารหนูออกจากน้ำก่อนการใช้อุปโภคบริโภค เพื่อป้องกันความเสี่ยงระยะยาว
ชี้ข้อสันนิษฐาน “เกษตรกร” ต้องศึกษาต่อ ยังไม่ฟันธงต้นเหตุ
ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ระบุจากข้อมูลการตรวจพบสารหนูในปัสสาวะบางราย พบว่ากลุ่มที่มีค่าสูงส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร ซึ่งมีโอกาสสัมผัสสารเคมีทางการเกษตรที่ยังอนุญาตให้ใช้ในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถสรุปได้ชัดเจนว่าเป็นสาเหตุจากสารเคมีเกษตรเพียงอย่างเดียว จำเป็นต้องศึกษาข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติม โดยจะให้กรมควบคุมโรคร่วมกับหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมและวิชาการลงพื้นที่ตรวจสอบการใช้สารเคมี การใช้น้ำ และวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างละเอียด
ย้ำว่ากลุ่มตัวอย่างที่พบค่าสูงมีเพียงจำนวนน้อย และส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร ไม่ได้กระจายไปในประชาชนทั่วไป จึงยังไม่มีหลักฐานชี้ว่าประชาชนทั่วไปได้รับสารหนูจากสิ่งแวดล้อมในระดับอันตราย
ภาพรวมสถานการณ์ “ประชาชนทั่วไปความเสี่ยงต่ำ” พร้อมเฝ้าระวังต่อเนื่อง
ปลัดกระทรวงสาธารณสุข สรุปว่า จากข้อมูลเฝ้าระวังด้านสิ่งแวดล้อม อาหาร และสุขภาพประชาชนที่รวบรวมได้ในขณะนี้ ยังไม่พบหลักฐานว่าประชาชนทั่วไปในพื้นที่ได้รับผลกระทบจากสารหนูในระดับที่เป็นอันตราย
ขณะเดียวกัน กระทรวงสาธารณสุข ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งการตรวจสิ่งแวดล้อม การตรวจสุขภาพประชาชน และการศึกษาความเชื่อมโยงกับปัจจัยเสี่ยงด้านอาชีพ เพื่อให้ได้ข้อสรุปเชิงวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจน และสร้างความมั่นใจต่อประชาชนในระยะยาว