3 เดือน 3 คน 3 คดี ไทม์ไลน์ โบว์ดำผู้สมัครพรรคส้ม
20 กุมภาพันธ์ 2569 “มีเราไม่มีเทา” และ “ความเท่าเทียมทางเพศ” คือคำมั่นสัญญาที่พรรคประชาชน ใช้เป็นวาทกรรมในการซื้อใจฐานเสียง เพื่อแสดงตนเป็นพรรคการเมืองหัวก้าวหน้า ที่แตกต่างจากพรรคการเมืองที่มีอยู่เดิมในระบบการเมืองไทย แต่ภาพลักษณ์เหล่านั้นกำลังสั่นคลอนอย่างหนัก เมื่อไทม์ไลน์ช่วงธันวาคม 68 ถึงกุมภาพันธ์ 69 ซึ่งเป็นช่วงของการรับสมัคร จนถึงช่วง หาเสียงเลือกตั้ง และหลังเลือกตั้งไม่นาน ปรากฏรายชื่อผู้สมัคร สส. ของพรรค ตกเป็นข่าวอื้อฉาวในคดีอาญาร้ายแรงถึง 3 รายซ้อน ต่อคิวกันแบบเดือนต่อเดือน ราวกับนัดหมายกันมา
เปิดไทม์ไลน์ 3 ผู้สมัคร สส. กับคดีที่โลกไม่ลืม
ธันวาคม 68 (กทม. เขต 33): เริ่มต้นที่ “แบงค์” บุญฤทธิ์ ถูกจับกุมในคดีฟอกเงินที่พัวพันกับเครือข่ายยาเสพติดมูลค่ากว่า 20,000 ล้านบาท โดยมีหลักฐานการโอนเงินรายเดือนจากเครือข่ายค้ายา ซึ่งถือเป็นคดีที่กระทบต่อความมั่นคงและศีลธรรมอย่างรุนแรง
มกราคม 69 (ตาก เขต 2): ตามมาติดๆ กับ “ปอนด์” รัชต์พงศ์ ที่ถูกรวบในข้อหาร่วมกันจัดให้มีการเล่นพนันออนไลน์ และสมคบกันฟอกเงิน ซึ่งขัดแย้งกับภาพลักษณ์นักการเมืองรุ่นใหม่ที่จะเข้ามาล้างมาเฟียและธุรกิจสีเทา
กุมภาพันธ์ 69 (มหาสารคาม เขต 1): รายล่าสุดที่เป็นจุดพีคคือ “บอย” ธีระวัฒน์ เมื่อศาลฎีกาพิพากษาลงโทษ จำคุก 2 ปี 8 เดือน ไม่รอลงอาญา ในคดีข่มขืนกระทำชำเรา ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2563
ย้อนศรนโยบาย: พูดอย่าง ทำ (ลืม) อย่าง?
สิ่งที่ทำให้สังคมตั้งคำถามหนักที่สุด ไม่ใช่แค่เรื่องตัวบุคคล แต่คือ "ความล้มเหลวของระบบกรองคน" ของพรรคประชาชนเอง:
ไหนว่า "มีเราไม่มีเทา"? : พรรคชูธงรบกับคอรัปชั่นและผู้มีอิทธิพลสีเทามาตลอด แต่กลับมีผู้สมัครพัวพันทั้งคดียาเสพติดและพนันออนไลน์เสียเอง
สิทธิสตรีที่ถูกละเลย : พรรคเน้นย้ำเรื่องความเท่าเทียมและการยุติความรุนแรงทางเพศ แต่กลับปล่อยให้คนที่มีคดีติดตัวระดับ “ข่มขืนกระทำชำเรา” หลุดเข้ามาเป็นตัวแทนประชาชนได้ จนถึงขั้นศาลฎีกาสั่งจำคุก
ตรวจสอบคนอื่นเก่ง แต่ตรวจสอบคนใน…สอบตก? : พรรคเสนอตัวสร้างกลไกตรวจสอบสารพัดเพื่อปฏิรูปประเทศ แต่แค่การเช็กประวัติ (Background Check) ผู้สมัครของตัวเองกลับทำไม่ได้ หรือ "แกล้งไม่เห็น" เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองหรือไม่?
การเมืองที่อ้างความสดใหม่และความสะอาด จะหมดความขลังทันทีเมื่อพฤติกรรมจริงสวนทางกับคำพูด หากพรรคประชาชนยังไม่สามารถสร้างระบบตรวจสอบคนภายในให้เข้มข้นเท่ากับการตรวจสอบผู้อื่น
เรื่องฉาวของผู้สมัครและสมาชิกพรรค ที่ปรากฏคดีรายเดือนเช่นนี้ เป็น สิ่งที่ทำให้ประชาชน ที่มั่นใจในพรรคส้ม ว่าเป็นพรรคแห่งความหวังที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองให้ดีขึ้น คงต้องคิดใคร่ครวญ และตั้งคำถามมากขึ้นว่า ความมั่นใจที่มีต่อพรรคแบบไม่มีข้อสงสัยใดๆ ชนิดที่ว่า ส่งใครมาก็เลือกทั้งนั้น หรือ บางคนหนักถึงขั้นว่า ส่งเสาไฟฟ้ามาก็จะเลือก ถึงวันนี้ยังใช้ได้อยู่หรือไม่
ในเมื่อคดีฉาวต่างๆ ที่เกิดขึ้นแบบเดือนชนเดือนของผู้สมัครที่พรรคเลือกมานั้น มันคือภาพสะท้อนความไร้ประสิทธิภาพ และความ “กลวงโบ๋ “ ของระบบการคัดกรองคน ที่พรรคการเมืองที่ดี และโฆษณา ว่าตัวเองดี จะต้องมีนั่นเอง