คาด ‘ฤดูร้อน’ ปีนี้ ระอุกว่าปีก่อน เตือน 23-25 ก.พ. ระวัง! พายุฤดูร้อนถล่ม
22 ก.พ.นี้ ไทยเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการ อุตุฯ เผย แนวโน้มร้อนกว่าปีก่อน ช่วงกลางเดือนมีนาคม – เมษายน ร้อนจัด เฝ้าระวัง แม่ฮ่องสอน ลำปาง ตากอุณหภูมิแตะ 42-43 องศาฯ
วันนี้ (19 ก.พ. 69) สุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศ ประเทศไทยจะเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 22 ก.พ. 2569 เป็นต้นไป พร้อมเตือนช่วงเปลี่ยนฤดูระหว่าง วันที่ 23–25 ก.พ. จะเกิดพายุฤดูร้อนในประเทศไทยตอนบน ขณะเดียวกันปีนี้มีแนวโน้มร้อนกว่าปีก่อน และอุณหภูมิสูงสุดอาจแตะ 42–43 องศาเซลเซียส
ทั้งนี้จากการติดตามสภาวะอากาศ พบว่า ประเทศไทยตอนบนมีอุณหภูมิสูงสุดตั้งแต่ 35 องศาเซลเซียสขึ้นไปครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ และทิศทางลมเปลี่ยนเป็นลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ จึงเข้าเกณฑ์การเริ่มต้นฤดูร้อนตั้งแต่วันที่ 22 ก.พ.เป็นต้นไป
อย่างไรก็ตาม ในช่วงต้นฤดูจะมีอากาศแปรปรวนจากมวลอากาศเย็นปะทะอากาศร้อน ส่งผลให้เกิดพายุฤดูร้อน มีลักษณะฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และอาจมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ หลังพายุผ่านอุณหภูมิจะลดลงชั่วคราวก่อนกลับมาสูงขึ้นอีกครั้ง
สำหรับภาพรวมฤดูร้อนปี 2569 คาดว่าจะสิ้นสุดประมาณกลางเดือนพฤษภาคม โดยเฉพาะช่วงกลางเดือนมีนาคมถึงเมษายนจะร้อนจัดกว่าปีที่ผ่านมา พื้นที่เฝ้าระวังอากาศร้อนจัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน, ลำปาง และตาก ซึ่งอาจมีอุณหภูมิสูงกว่า 42 องศาเซลเซียส
ในด้านสภาพภูมิอากาศโลก ช่วงฤดูร้อนนี้ยังได้รับอิทธิพลลานีญากำลังอ่อนที่กำลังเปลี่ยนสู่สภาวะเป็นกลาง ทำให้ปริมาณฝนโดยรวมใกล้เคียงค่าปกติ แต่ยังมีสัญญาณแห้งแล้งเล็กน้อยในภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก
เตือน! อันตรายจาก “ฮีทสโตรก” (โรคลมแดด)
ทั้งนี้ในช่วงเดือน เม.ย. – ต้น พ.ค. (เวลา 10.00 – 19.00 น.) ต้องระวัง “ดัชนีความร้อน” (Heat Index) ซึ่งประเมินรวมกับความชื้น หากค่าสูงเกิน 52.0°C จะเป็นอันตรายมาก เสี่ยงหน้ามืด เป็นลม หรือฮีทสโตรกได้หากอยู่กลางแจ้งนาน ๆ
ภาคเกษตร อากาศร้อนกระทบผลผลิต
หากอุณหภูมิสูงเกิน 35°C ต่อเนื่องจะส่งผลกระทบต่อพืชหลัก โดยเฉพาะ “ข้าว” อาจทำให้ออกดอกช้า รวงลีบ และผลผลิตลดลง
เอลนีโญอ่อนกำลัง ปีนี้ไม่แล้งจัด!
ข่าวดีคือปรากฏการณ์เอลนีโญในปีนี้ไม่รุนแรง อุณหภูมิน้ำทะเลสูงกว่าปกติเพียงเล็กน้อย ภาพรวมความแห้งแล้งของประเทศยังมีน้อย และโอกาสเกิดน้ำท่วมใหญ่รุนแรงมีโอกาสเกิดได้ยากเพราะต้องอาศัยหลายปัจจัยร่วมกัน
ฝุ่น PM 2.5 มีแนวโน้มดีขึ้น
ขณะเดียวกันเมื่อเข้าสู่ฤดูร้อน อากาศจะลอยตัวได้ดีขึ้น (เพดานอากาศเปิด) และมีลมใต้ช่วยพัดระบายฝุ่น ทำให้สถานการณ์ฝุ่นในภาพรวม (เช่น กทม.) คลี่คลายลง ยกเว้นพื้นที่ภาคเหนือ และอีสาน หากยังมีการเผาป่าหรือเผาทางการเกษตรอยู่ ก็จะยังมีฝุ่นสะสมได้