โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“พาณิชย์” เข้ม! จ่อยกระดับ “ผู้คุมบัญชี” สกัดเอื้อ “ต่างด้าว” ทำธุรกิจผิดกฎหมาย

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 28 เม.ย. 2568 เวลา 05.22 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เตรียมปรับเพิ่มเงื่อนไขและคุณสมบัติของผู้ทำบัญชี โดยกำหนดให้ต้องไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการช่วยเหลือ สนับสนุน หรือร่วมประกอบธุรกิจกับคนต่างด้าวในลักษณะนอมินี ซึ่งขัดต่อพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 โดยปัจจุบันอยู่ในระหว่างการเปิดรับฟังความคิดเห็นผ่านเว็บไซต์ www.law.go.th ตั้งแต่วันที่ 23 เมษายน ถึง 7 พฤษภาคม 2568

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการป้องกันและปราบปรามธุรกิจอำพรางของคนต่างด้าว (Nominee) ได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาการอำพรางการถือหุ้นโดยคนต่างด้าว เพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมาย โดยพบว่ามีสำนักงานบัญชีและผู้ทำบัญชีจำนวนหนึ่งเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดดังกล่าว

ทั้งนี้ กฎหมายกำหนดให้คนต่างด้าวที่ถือหุ้นตั้งแต่ 50% ขึ้นไปในกิจการที่ระบุในบัญชีท้ายพระราชบัญญัติฯ เช่น การก่อสร้าง การค้าปลีกค้าส่งขนาดเล็ก โรงแรม ธุรกิจนำเที่ยว หรือร้านอาหาร ต้องได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว หากฝ่าฝืนจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับระหว่าง 100,000 - 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และผู้ใดให้การสนับสนุนจะได้รับโทษในอัตราเดียวกันตามมาตรา 36

อย่างไรก็ตาม เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ทำบัญชีเกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือดังกล่าว กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ยกร่างประกาศเรื่อง "กำหนดคุณสมบัติและเงื่อนไขของการเป็นผู้ทำบัญชี" โดยกำหนดชัดเจนว่าหากผู้ทำบัญชีถูกพบว่ามีส่วนช่วยเหลือนอมินี จะขาดคุณสมบัติการเป็นผู้ทำบัญชี เว้นแต่จะพ้นระยะเวลา 2 ปีนับจากการชำระค่าปรับ หรือได้ให้ข้อมูลสำคัญที่สามารถใช้ดำเนินคดีผู้กระทำผิดได้ ซึ่งจะสามารถกลับมาเป็นผู้ทำบัญชีได้อีกครั้ง

นางอรมน ย้ำว่า การกำหนดคุณสมบัติดังกล่าวจะช่วยปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติ ส่งเสริมการแข่งขันที่เป็นธรรม และสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เหมาะสมสำหรับผู้ประกอบการไทยและต่างชาติที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมเชิญชวนประชาชนและผู้เกี่ยวข้องร่วมแสดงความคิดเห็นต่อร่างประกาศฯ ผ่านระบบกลางทางกฎหมาย ภายในวันที่ 7 พฤษภาคม 2568

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...