กทม.เข้มมาตรการทะเบียนทั่วกรุง สั่งตรวจย้อนหลังปม "พ่อทิพย์"
วันนี้ (14 ก.ค.2569) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กำชับผู้อำนวยการเขต และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้ง 50 เขต ในที่ประชุมหัวหน้าหน่วยงานกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 7/2569 หลังเกิดกรณีเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนถูกจับกุม จากการทุจริตรับแจ้งเกิดและออกสูติบัตรสัญชาติไทย ให้กับบุตรที่มารดาเป็นคนต่างด้าว แต่ระบุชื่อบิดาเป็นคนไทยอันเป็นเท็จ หรือกรณี "พ่อทิพย์" ซึ่งพบว่ามีความเชื่อมโยงกับโรงพยาบาลเอกชนหลายแห่งในพื้นที่กรุงเทพมหานครนั้น
ผู้ว่าฯ กทม. ระบุว่า ผู้บังคับบัญชาในแต่ละสำนักงานเขต ต้องติดตามและตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด เมื่อมีการจดสูติบัตรทุกครั้ง นอกจากการตรวจสอบด้านกฎหมายแล้ว ยังต้องมีวิจารณญาณหรือความเป็นไปได้ประกอบการพิจารณา เพื่อให้เท่าทันกลอุบายของมิจฉาชีพที่มีมากมายในปัจจุบันด้วย
นอกจากนี้ ที่ประชุมฯ รายงานความคืบหน้าการดำเนินการเพื่อแก้ไขและป้องกันปัญหาดังกล่าวอย่างเข้มงวด โดยกรุงเทพมหานครออกมาตรการเร่งด่วนและสั่งการในหลายมิติ ดังนี้
ตั้งคณะทำงานชุดใหญ่ ลงพื้นที่ตรวจแล้ว 31 เขต
กทม. แต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบและแก้ไขปัญหาการดำเนินการทางทะเบียน และบัตรประจำตัวประชาชนโดยมิชอบ โดยมีรองปลัดกรุงเทพมหานครเป็นหัวหน้าคณะทำงาน ซึ่งนับตั้งแต่วันที่ 2 มิ.ย. - 7 ก.ค.2569 คณะทำงานฯ ลงพื้นที่ตรวจสอบสำนักงานเขตไปแล้วถึง 31 เขต เพื่อตรวจสอบประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางทะเบียน ในเบื้องต้นยังไม่พบการรับแจ้งเกิดในลักษณะทุจริต ซ้ำรอยกับที่เกิดขึ้นในพื้นที่สำนักงานเขตธนบุรี
สั่งปูพรมตรวจย้อนหลังตั้งแต่ปี 2560
ทุกสำนักงานเขตได้รับคำสั่งให้ตรวจสอบข้อมูลการรับแจ้งเกิดและออกสูติบัตร ให้กับบุตรที่มารดาเป็นคนต่างด้าวและบิดาเป็นคนไทย ย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2560 จนถึงปัจจุบัน โดยเน้นกรณีเด็กที่เกิดในโรงพยาบาลเอกชนในพื้นที่ และต้องรายงานข้อมูลกลับมาภายในวันที่ 27 ก.ค.2569 ใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่
• จำนวนการรับแจ้งเกิดและออกสูติบัตรในแต่ละปี
• ความถูกต้องครบถ้วนของหลักฐานและการปฏิบัติงานของนายทะเบียน
• ตรวจสอบประวัติบิดาคนไทยว่ามีบุตรกี่คน เกิดจากมารดาคนเดียวกันหรือต่างมารดา เพื่อตรวจหาความผิดปกติ
หากพบมีกรณีที่น่าสงสัยหรือเป็นการดำเนินการโดยมิชอบ จะถูกดำเนินคดีและจัดการตามอำนาจหน้าที่ตามแนวทางของกระทรวงมหาดไทยอย่างเด็ดขาด
คุมเข้มมาตรการ "จดทะเบียนสมรสอำพราง" กับชาวต่างชาติ
กทม.ยังสั่งเข้มการจดทะเบียนสมรสระหว่างคนไทยกับชาวต่างชาติ เพื่อป้องกันกลุ่มมิจฉาชีพหรืออาชญากรรมข้ามชาติ ที่ใช้การจดทะเบียนสมรสทุจริต/อำพรางในการแสวงหาสิทธิตามกฎหมาย
เจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบตัวตนอย่างเคร่งครัด ผ่านแอปพลิเคชัน ThaID หรือใช้เอกสารราชการ/หนังสือเดินทางที่น่าเชื่อถือ รวมถึงให้พิจารณาคุณสมบัติและประวัติสถานภาพอย่างละเอียด หากพบข้อสงสัยในเจตนาทุจริต ให้ใช้วิธีการสอบปากคำเพิ่มเติมทันที และกรณีมีเหตุอันควรสงสัย หากตรวจสอบแล้วพบเป็นการดำเนินการโดยมิชอบ ให้พิจารณาดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจโดยถือปฏิบัติตามหนังสือกระทรวงมหาดไทยที่ มท 0309.6/ว 323 ลงวันที่ 12 ก.พ.57 เรื่อง แนวทางดำเนินการกรณีทุจริตทางทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชน
“เนเน่” ยันเป็น “คนภูเก็ต ประเทศไทย 100 %” ไม่ใช่ชาติอื่น ย้ำ “กัมพูชา” อย่าเคลม
"ประยูร วงษ์ชื่น" ผู้กำกับชื่อดัง เสียชีวิต ในวัย 81 ปี
คนวางดอกไม้อาลัยโรงเบียร์ไฟไหม้ แรงงานลาวห่วงพาเพื่อนเสียชีวิตกลับบ้าน