ทนาย "โรงเบียร์ลาดพร้าว" ยันไม่ทิ้งเหยื่อไฟไหม้ เตรียมเยียวยาเบื้องต้น จ่ายค่าฌาปนกิจรายละ 10,000 บาท
ทนาย "โรงเบียร์ลาดพร้าว" ยันไม่ทิ้งเหยื่อไฟไหม้ เตรียมเยียวยาเบื้องต้น จ่ายค่าฌาปนกิจรายละ 10,000 บาท
วันนี้ (14 ก.ค.69) นายนิธิรุจน์ เจติยาธีรนันท์ ทนายความของร้าน “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน ที่สถานีตำรวจนครบาลพหลโยธิน เพื่อนำเอกสารสำคัญเกี่ยวกับกิจการของร้าน ทั้งเอกสารการจดทะเบียน สัญญาเช่า และเอกสารที่เกี่ยวข้อง มอบให้เจ้าหน้าที่ พร้อมเข้าให้ปากคำเบื้องต้นในฐานะผู้ได้รับมอบอำนาจจากทางร้าน
นายนิธิรุจน์ เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ประสานงานกับตำรวจมาตั้งแต่ช่วงเช้า รวมถึงเตรียมลงบันทึกประจำวันในกรณีที่มีผู้เสียชีวิตรายหนึ่ง ซึ่งเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในจังหวัดชลบุรี ซึ่งทางร้านได้สำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นเป็นเงิน 10,200 บาทแล้ว ในส่วนของการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ทางร้านยืนยันว่าพร้อมรับผิดชอบทั้งผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บ โดยสำหรับผู้เสียชีวิต ได้จัดเตรียมเงินค่าฌาปนกิจ และเงินช่วยเหลือเบื้องต้นรายละ 1 หมื่นบาท พร้อมสำรองงบประมาณรองรับผู้เสียชีวิตได้ 30 ราย และเปิดให้ญาติผู้เสียหายติดต่อรับเงินได้ที่ สน.พหลโยธิน
ทนายความระบุว่า เงินจำนวนดังกล่าวเป็นเงินสำรองที่ครอบครัวเจ้าของร้าน และผู้เกี่ยวข้องประมาณ 4-5 คน ร่วมกันตัดสินใจจัดเตรียมขึ้น แม้ทุกฝ่ายจะกังวลต่อการดำเนินคดี แต่เห็นตรงกันว่าการช่วยเหลือผู้เสียหายเป็นสิ่งสำคัญที่สุด โดยจะดำเนินการเยียวยาตามศักยภาพทางการเงินของร้านในเบื้องต้น ส่วนแนวทางช่วยเหลือผู้บาดเจ็บยังอยู่ระหว่างหารือรายละเอียดเพิ่มเติม แต่ยืนยันว่าจะดำเนินการช่วยเหลือเช่นเดียวกันสำหรับความคุ้มครองจากประกันภัย นายนิธิรุจน์ เปิดเผยว่า เบื้องต้นเชื่อว่ากรมธรรม์ประกันภัยของร้านมีแนวโน้มครอบคลุมความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด แต่ยังไม่สามารถระบุตัวเลขได้ เนื่องจากต้องรอการประเมินความเสียหายจากบริษัทประกันภัย ซึ่งขณะนี้ได้ส่งมอบเอกสารที่เกี่ยวข้องครบถ้วนแล้ว และหากได้รับค่าสินไหมเมื่อใด จะเร่งนำเงินมาชดใช้เยียวยาผู้เสียหายโดยเร็ว
ส่วนอาการของเจ้าของร้าน ขณะนี้ยังพักรักษาตัวอยู่ในห้องผู้ป่วยวิกฤต (ICU) โดยแพทย์ประเมินอาการว่ายังอยู่ในภาวะ 50 ต่อ 50 และยังไม่สามารถเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนได้ เนื่องจากยังหมดสติ และไม่รับทราบรายละเอียดของเหตุการณ์ อย่างไรก็ตาม หากอาการดีขึ้น ก็พร้อมให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ในภายหลัง สำหรับประเด็นโครงสร้างผู้ถือหุ้นของร้าน ทนายความระบุว่า ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ จึงยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าผู้ถือหุ้น หรือหุ้นส่วนมีความเกี่ยวข้องเป็นเครือญาติกับเจ้าของร้านหรือไม่ ด้านการดำเนินกิจการ ทนายความเปิดเผยว่า เท่าที่ตรวจสอบเบื้องต้น ร้านจดทะเบียนเป็น “ร้านอาหาร” ที่สามารถเปิดการแสดงดนตรีสดได้ แต่รายละเอียดเกี่ยวกับเงื่อนไขการให้บริการและเวลาเปิด-ปิด ยังต้องรอตรวจสอบเอกสารเพิ่มเติม เนื่องจากเอกสารส่วนใหญ่อยู่กับเจ้าของร้าน นอกจากนี้ ตัวแทนของร้านมีความตั้งใจจะเดินทางไปพบครอบครัวผู้เสียหายทุกราย เพื่อพูดคุย แสดงความเสียใจ และแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทนายความยังระบุว่า หลังจากนี้จะต้องตรวจสอบสิทธิการเยียวยาจากบริษัทประกันภัย รวมถึงสิทธิประโยชน์ของลูกจ้างตามมาตรา 33 ของกองทุนประกันสังคม ว่าพนักงานทุกคนได้รับการขึ้นทะเบียน และมีสิทธิได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายหรือไม่ พร้อมยืนยันว่า ภายหลังเกิดเหตุ ตนเองไม่ได้หลบหนี แต่ใช้เวลารวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดเพื่อส่งมอบให้พนักงานสอบสวน และยอมรับว่าผู้ที่เกี่ยวข้องกับร้านทุกคนอยู่ในสภาพจิตใจที่ย่ำแย่ และเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างมาก โดยหากมีความพร้อม เจ้าของร้าน และผู้เกี่ยวข้องจะออกมาขอโทษต่อครอบครัวผู้สูญเสีย และสังคมด้วยตนเอง