“ผิดก็ว่าผิด ถูกก็ว่าถูก” 2 กรมใหญ่พาณิชย์ พร้อมตรวจสอบจนท.เรียกรับผลประโยชน์
วันนี้ (17 พ.ค.2569) นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมฯ ตระหนักถึงปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันในภาครัฐ เนื่องจากเป็นดัชนีชี้วัดความสามารถของประเทศหลากหลายด้าน โดยเฉพาะการสร้างความเชื่อมั่น ประกอบการตัดสินใจลงทุนของนักธุรกิจชาวต่างชาติ รวมถึง การเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ โดยยึดหลักธรรมาภิบาลในการปฏิบัติราชการทุกระดับ และพร้อมให้ทุกหน่วยงานตรวจสอบการปฏิบัติราชการทุกขั้นตอน เพื่อแสดงถึงความโปร่งใสในทุกกระบวนการทำงาน
ที่ผ่านมา กรมฯ มีความเข้มงวดต่อการกำกับดูแลการปฏิบัติราชการ และการให้บริการของเจ้าหน้าที่ทุกคน และกำหนดบทลงโทษอย่างชัดเจน หากมีข้อร้องเรียนจากภาคธุรกิจหรือภาคประชาชน จะรีบดำเนินการตรวจสอบทันที เนื่องจากมีผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือต่อการให้บริการ
รวมทั้งนำระบบดิจิทัลมาให้บริการในทุกกระบวนงาน ซึ่งช่วยลดการติดต่อแบบเผชิญหน้าระหว่างเจ้าหน้าที่กับภาคธุรกิจและประชาชนที่มาขอรับบริการ ที่อาจเป็นสาเหตุหลักนำมาซึ่งการเรียกรับผลประโยชน์หรือการทุจริตคอร์รัปชันในภาครัฐ
ผลสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชน เกี่ยวกับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการของภาครัฐ ภายใต้โครงการ คนไทยไม่ทนคอร์รัปชัน ซึ่งมีการระบุชื่อ "กรมพัฒนาธุรกิจการค้า" เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเรียกรับผลประโยชน์ (สินบน) แม้จะอยู่ลำดับที่ 21 จาก 26 หน่วยงาน ของผลการสำรวจเรื่องจำนวนเงินต่อครั้ง ที่ธุรกิจจ่ายให้หน่วยงานที่ติดต่อ รู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมาก
เนื่องจากที่ผ่านมา ภาคธุรกิจและประชาชนสามารถใช้บริการกรมฯ ผ่านระบบดิจิทัลได้ครบ 100% แล้ว เช่น การจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนบริษัท ผ่านระบบ DBD Biz Regist การจดทะเบียนบริษัทมหาชน ผ่านระบบ DBD e-PCL การนำส่งงบการเงิน ผ่านระบบ DBD e-Filing การขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างชาติ ผ่านระบบ e-Foreign Business การจดทะเบียนหลักประกันทางธุรกิจ ผ่านระบบ e-Secured และการให้บริการข้อมูลนิติบุคคล ผ่านระบบ DBD DataWarehouse+ เป็นต้น ซึ่งทุกระบบที่กล่าวมามีผู้เข้าใช้บริการเกือบครบ 100% แล้ว
ทั้งนี้กรมฯ ได้ทบทวนและปรับปรุงระบบดิจิทัลให้ทันสมัย ปลอดภัย และสอดรับกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี เพื่อลดระยะเวลาและขั้นตอนการให้บริการ จัดทำคู่มือการปฏิบัติราชการ/การให้บริการที่มีรูปแบบเดียวกัน เพื่อสร้างมาตรฐานการตรวจสอบเอกสารที่เป็นเอกภาพ
รวมทั้งสร้างระบบติดตามสถานะทุกขั้นตอนของการให้บริการ เพื่อสื่อสารให้ภาคธุรกิจและประชาชน ได้ทราบระยะเวลาการให้บริการที่ชัดเจน ช่วยลดความคลางแคลงใจในการให้บริการของกรมฯ ซึ่งช่วยขจัดปัญหาการเรียกรับผลประโยชน์อันเป็นต้นตอของการทุจริตคอร์รัปชัน
ได้สั่งการเจ้าหน้าที่ให้บริการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และต้องไม่เรียกรับผลประโยชน์จากการปฏิบัติหน้าที่ราชการ รวมถึงได้กำหนดบทลงโทษที่ชัดเจน ตลอดจนมีระบบตรวจสอบภายในที่เข้มงวด แต่เมื่อผลสำรวจฯ ออกมาเช่นนี้ กรมฯ ก็พร้อมเดินหน้าตรวจสอบถึงข้อกล่าวอ้างฯ ผิดก็ว่าผิด ถูกก็ว่าถูก โดยไม่เข้าข้างผู้ใดทั้งสิ้น
หากพบการกระทำความผิด พร้อมลงโทษทั้งวินัยและทางกฎหมายขั้นเด็ดขาด และจะเรียกประชุมพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศในวันอังคารหน้า (19 พ.ค.) ให้รับทราบนโยบายและข้อสั่งการในเรื่องดังกล่าว เพื่อปฏิบัติงานให้เกิดความโปร่งใสไปในทิศทางเดียวกัน
เห็นด้วยและขอชื่นชมกับการที่ภาคเอกชนกล้าแสดงออก และเข้ามาร่วมตรวจสอบการปฏิบัติราชการ และการให้บริการของภาครัฐในทุกขั้นตอน เพื่อให้เกิดความโปร่งใส และสร้างความชอบธรรมในการประกอบธุรกิจ/การใช้บริการของภาครัฐ รวมทั้งการต่อต้านและไม่ทนต่อการทุจริตคอร์รัปชันของภาครัฐ ซึ่งเป็นปัญหาที่ใหญ่มากของประเทศและเป็นปัญหาที่สะสมมาอย่างยาวนาน
โดยเชื่อว่า เสียงสะท้อนของภาคธุรกิจและประชาชน จะช่วยผลักดันให้เกิดการปฏิรูปภาครัฐให้มีความโปร่งใส พร้อมเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) และเดินหน้าสู่ภาครัฐโปร่งใส ตามความคาดหวังของภาคธุรกิจและประชาชน
แต่มีข้อสังเกตถึงสาเหตุที่มีข้อถกเถียงของเกือบทุกหน่วยงานที่ถูกกล่าวหา และไม่ยอมรับผลสำรวจ เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับรูปแบบของการทำสำรวจ เช่น การเลือกหน่วยงานภาครัฐแบบเฉพาะเจาะจงเพียง 5 กลุ่ม การตอบแบบสอบถามของกลุ่มตัวอย่างเพียง 401 ราย และข้อคำถามที่อาจมีความไม่ชัดเจน ซึ่งอาจนำไปสู่ความเข้าใจที่อาจคลาดเคลื่อนของผู้ตอบแบบสอบถาม
หากภาคธุรกิจและประชาชน พบเห็นเจ้าหน้าที่กรมฯ เรียกรับผลประโยชน์ หรือทุจริตคอร์รัปชัน สามารถร้องเรียนผ่านทางเว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า www.dbd.go.th และ Call Center 1570
ด้าน นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกระดับปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต โปร่งใส และไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการเรียกรับผลประโยชน์ หรือการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบทุกรูปแบบ
พร้อมเปิดรับความเห็นและให้ความร่วมมือกับทุกฝ่าย ในการพัฒนากระบวนการทำงานให้ปราศจากการทุจริตและตรวจสอบได้ ยกระดับความเข้มงวดในการกำกับดูแลภายในองค์กร โดยสั่งการให้ทุกหน่วยงาน ทบทวนกระบวนการปฏิบัติงาน ลดช่องว่าง ที่อาจนำไปสู่ความไม่โปร่งใส รวมทั้งกำชับบุคลากรทุกระดับของกรมฯ ให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต ถูกต้อง โปร่งใส และยึดหลักจริยธรรมอย่างเคร่งครัด
ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในกรมฯ เพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะส่วนงานบริการที่เกี่ยวข้องกับประชาชนและผู้ประกอบการ รวมทั้งกำหนดมาตรการติดตาม ตรวจสอบ และรายงานข้อร้องเรียนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง และดำเนินการแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็วและเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ได้เร่งทบทวนขั้นตอนการให้บริการ โดยกำหนดแนวทางการติดต่อประสานงานกับประชาชน ไม่ใช้ช่องทางส่วนตัวของเจ้าหน้าที่ แต่ดำเนินการผ่านระบบที่ตรวจสอบได้ อาทิ การให้คำปรึกษาประชาชนผ่านระบบ Tele-Consulting ซึ่งมี
การบันทึกภาพ/เสียงการสนทนา การส่งเสริมให้ประชาชนรับบริการของกรมฯ ผ่านช่องทางออนไลน์เต็มรูปแบบ ทั้งการยื่นคำขอจดทะเบียนและติดตามสถานะคำขอผ่านระบบ e-Filing การชำระค่าธรรมเนียมผ่านระบบ e-Payment เป็นต้น เพื่อลดการติดต่อแบบเผชิญหน้า และเพิ่มความโปร่งใส ตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน
อ่านข่าว:
"คอร์รัปชันภาครัฐ" ฉุดต้นทุนธุรกิจพุ่ง 58% เปิด 10 หน่วยงาน รับสินบนสูงสุด
พาณิชย์ ลั่นคุมเข้มต้านทุจริต ชู “โปร่งใส ไม่รับสินบน” เปิดช่องร้องเรียนตรง
"อนุทิน" สั่งตรวจสอบหน่วยงานรัฐรับสินบน ลั่นต้องล้างตราบาปคอร์รัปชัน