โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ชัยยศ” แนะเก็บ AMATA-BDMS ชูพื้นฐานแกร่ง-ปัจจัยบวกเฉพาะ

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 02 ก.ค. 2568 เวลา 04.04 น. • เผยแพร่ 02 ก.ค. 2568 เวลา 04.04 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นายชัยยศ จิวางกูร ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS เปิดเผยในรายการ "ข่าวหุ้นเจาะตลาด" วันที่ 2 กรกฎาคม 2568 ว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นแรงกว่า 20 จุดของวานนี้ โดยได้รับปัจจัยหนุนจากทั้งสถานการณ์การเมืองในประเทศที่ผ่อนคลายลงและกระแสเงินทุนใหม่จากกองทุน ESG ที่เริ่มกลับเข้ามาในตลาดอีกครั้ง

โดยศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ชะลอการปฏิบัติหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี ส่งผลให้กลุ่มผู้ชุมนุมที่เดิมประกาศยกระดับการเคลื่อนไหวในวันที่ 1 กรกฎาคม 2568 ไม่ได้ดำเนินการตามแผน ทำให้ความกังวลในตลาดลดลง

ขณะเดียวกันเม็ดเงินใหม่จากกองทุน ESG ก็เริ่มมีการลงทุนสุทธิ โดยมีเม็ดเงินไหลเข้ามากกว่า 17,000 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับแรงซื้อจากฝั่งกองทุนที่เห็นชัดในช่วงที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากความคาดหวังเกี่ยวกับการประชุมหารือระหว่างรัฐบาลไทยกับผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ในวันที่ 3 กรกฎาคมนี้ ซึ่งหากสามารถตกลงลดอัตราภาษีตอบโต้จาก 38% ลงมาใกล้ระดับที่นักวิเคราะห์หลายสำนักประเมินไว้ที่ราว 15% ได้ จะส่งผลดีต่อภาพรวมตลาดและหุ้นกลุ่มส่งออก โดยประเมินว่า หากการเจรจามีความคืบหน้าในเชิงบวก ดัชนีตลาดหุ้นไทยอาจมีโอกาสปรับตัวขึ้นไปสู่แนวต้านที่ระดับ 1,130–1,150 จุดได้

อย่างไรก็ตาม ในมุมมองระยะกลางยังต้องติดตามปัจจัยภายในประเทศอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะตัวเลขการบริโภคภายในประเทศ การเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐประจำปี 2569 รวมถึงการส่งออกในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งอาจชะลอตัวลงหลังจากที่ในช่วงไตรมาสแรกและไตรมาสสองมีการเร่งออเดอร์ล่วงหน้าก่อนเริ่มจัดเก็บภาษีนำเข้า ทั้งนี้ หากการอนุมัติงบประมาณประจำปีมีความล่าช้า ก็อาจส่งผลกระทบต่อประมาณการ GDP ได้เช่นกัน

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในช่วงนี้ ทางฝ่ายวิจัยแนะนำทยอยสะสมหุ้นรายตัวที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งและมีแนวโน้มได้รับประโยชน์จากสถานการณ์ดังกล่าว

บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ AMATA ได้รับอานิสงส์จากกระแสเงินลงทุนจากต่างประเทศที่มีแนวโน้มไหลกลับเข้ามาในกรณีที่การเจรจาการค้าประสบผลสำเร็จ โดยให้มูลค่าพื้นฐานไว้ที่ 33.50 บาทต่อหุ้น

บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS แม้ราคาหุ้นจะยังไม่ปรับตัวขึ้นตามดัชนี แต่คาดว่าผลประกอบการไตรมาส 2/2568 จะเติบโตต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนหน้า โดยให้มูลค่าพื้นฐานไว้ที่ 37.50 บาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...