โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

อ้างความมั่นคง! ทรัมป์แบน 12 ประเทศห้ามเข้าสหรัฐฯ เริ่ม 9 มิ.ย.

Thai PBS

อัพเดต 05 มิ.ย. 2568 เวลา 03.08 น. • เผยแพร่ 05 มิ.ย. 2568 เวลา 02.51 น. • Thai PBS
โดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามคำสั่ง 12 ประเทศห้ามเดินทางเข้าสหรัฐฯ และจำกัดบางส่วนอีก 7 ประเทศ อ้างเหตุผลด้านความมั่นคง หลังเหตุโจมตีต่อต้านยิวในโคโลราโด มีผลบังคับใช้ 9 มิ.ย. ท่ามกลางความกังวลเรื่องผลกระทบต่อมนุษยธรรมและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.2568 CNN รายงานว่า ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามในคำสั่งกำหนดห้ามพลเมืองจาก 12 ประเทศเดินทางเข้าสหรัฐฯ และจำกัดการเดินทางบางส่วนจากอีก 7 ประเทศ โดยให้เหตุผลว่าเป็นการปกป้องความมั่นคงของชาติ หลังเกิดเหตุโจมตี ต่อต้านชาวยิวในเมืองโบลเดอร์ รัฐโคโลราโด เร่งให้รัฐบาลตัดสินใจออกนโยบายนี้เร็วกว่าที่คาด

คำสั่งดังกล่าวจะมีผลตั้งแต่เวลา 00:01 น. ของวันที่ 9 มิ.ย.2568 ซึ่งเป็นช่วงไม่ถึง 5 เดือน หลังทรัมป์เริ่มวาระที่ 2

12 ประเทศที่ถูกห้ามเดินทางเข้าสหรัฐฯ แบบเต็มรูปแบบ ได้แก่

  • อัฟกานิสถาน
  • เมียนมา
  • ชาด
  • สาธารณรัฐคองโก
  • อิเควทอเรียลกินี
  • เอริเทรีย
  • เฮติ
  • อิหร่าน
  • ลิเบีย
  • โซมาเลีย
  • ซูดาน
  • เยเมน

ส่วนอีก 7 ประเทศที่ถูกจำกัดบางส่วน ได้แก่ บุรุนดี คิวบา ลาว เซียร์ราลีโอน โตโก เติร์กเมนิสถาน และเวเนซุเอลา อย่างไรก็ตาม คำสั่งนี้ยกเว้นให้กับผู้ที่มีถิ่นพำนักถาวรในสหรัฐฯ ผู้ถือวีซาที่ถูกต้อง และกรณีที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของชาติ เช่น นักการทูตหรือผู้ที่มีความสำคัญต่อสหรัฐฯ

ทรัมป์ระบุว่านโยบายนี้มุ่งป้องกันภัยคุกคามจากผู้ก่อการร้ายและอาชญากรข้ามชาติ โดยชี้ว่าประเทศที่ถูกแบนมีระบบตรวจสอบวีซาที่ไม่รัดกุม มีอัตราการอยู่นานเกินวีซาสูง หรือขาดการแบ่งปันข้อมูลด้านความมั่นคงกับสหรัฐฯ ตัวอย่างเช่น อัฟกานิสถานและโซมาเลีย เผชิญความขัดแย้งภายในและการก่อการร้าย ขณะที่คิวบาและเวเนซุเอลามีความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดกับสหรัฐฯ การโจมตีในโบลเดอร์กลายเป็นตัวเร่งให้รัฐบาลออกนโยบายนี้ เพื่อแสดงท่าทีแข็งกร้าวต่อภัยคุกคามทั้งในและนอกประเทศ

คำสั่งนี้ชวนให้นึกถึงนโยบายแบนการเดินทางสมัยแรกของทรัมป์ในปี 2560 ซึ่งจำกัดพลเมืองจากประเทศมุสลิมเป็นหลัก และถูก ปธน.โจ ไบเดน ยกเลิกในปี 2564 การกลับมาของนโยบายนี้แสดงถึงจุดยืนที่ไม่เปลี่ยนแปลงของทรัมป์ในการควบคุมการเข้าเมืองอย่างเข้มงวด โดยครั้งนี้ขยายขอบเขตครอบคลุมมากขึ้น และเพิ่มประเทศที่ไม่ได้อยู่ในรายชื่อเดิม เช่น อัฟกานิสถานและเฮติ

นโยบายนี้จุดกระแสวิจารณ์ โดยเฉพาะกรณีอัฟกานิสถาน ซึ่งมีชาวอัฟกันจำนวนมากที่เคยช่วยกองทัพสหรัฐฯ อาจถูกตัดขาดจากโอกาสลี้ภัยหรือย้ายถิ่นฐาน การจำกัดการเดินทางอาจกระทบต่อความสัมพันธ์ทางการทูตกับบางประเทศ และเพิ่มความท้าทายด้านมนุษยธรรม เช่น การอพยพผู้ลี้ภัยจากพื้นที่ขัดแย้ง นอกจากนี้ การที่ทรัมป์ระบุว่ารายชื่อประเทศอาจขยายได้ในอนาคต ทำให้เกิดความไม่แน่นอนในหมู่ผู้อพยพและชุมชนนานาชาติ

นโยบายนี้สะท้อนแนวคิด "อเมริกาต้องมาก่อน" ของทรัมป์ ที่ให้ความสำคัญกับความมั่นคงภายในประเทศเหนือการเปิดรับผู้อพยพ อย่างไรก็ตาม การยกเว้นบางกลุ่มแสดงถึงความพยายามลดผลกระทบด้านกฎหมายและมนุษยธรรม การที่รัฐบาลพร้อมปรับเปลี่ยนรายชื่อตามภัยคุกคามใหม่ ๆ บ่งชี้ว่านโยบายนี้อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการควบคุมชายแดนที่เข้มข้นยิ่งขึ้นในอนาคต

อ่านข่าวอื่น :

สว.จี้รัฐบาลจริงใจแก้ "มลพิษแม่กก" เจรจาจีน-ว้า ทำธุรกิจแบบรับผิดชอบ

ผู้ประกอบการร้องทบทวนคำสั่งห้ามรถ 2 ชั้นวิ่งขึ้น "เขาพับผ้า"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

เลขาฯนาโต ชื่นชมปฏิบัติการสหรัฐฯ-อิสราเอลต่ออิหร่าน ยืนยันพันธมิตรไม่เข้าร่วม

43 นาทีที่แล้ว

สภาพอากาศวันนี้ เตือน "พายุฤดูร้อน" เหนือ-อีสาน-ตะวันออก ฝนฟ้าคะนอง ลมแรง

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ภาพแชร์อ้างเหตุขีปนาวุธโจมตีเทลอาวีฟ ตรวจสอบแล้วเป็นภาพ AI

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สนามรบแห่งความคิด เมื่อข้อมูลกลายเป็นอาวุธในสงครามข่าวสาร

4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ต่างประเทศ อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...