โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

CGSI ลดน้ำหนักลงทุน “กลุ่มน้ำมัน-ก๊าซ” รับแรงกดดันต้นทุน Q3 พุ่ง

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 23 มิ.ย. 2568 เวลา 08.20 น. • เผยแพร่ 23 มิ.ย. 2568 เวลา 08.20 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI เปิดเผยในบทวิเคราะห์ล่าสุดว่า ราคาน้ำมันดิบ Murban ซึ่งเป็นน้ำมันดิบชนิดเบาที่ผลิตจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ได้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยหลีกเลี่ยงการส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ผ่านทางท่าเรือ Jebel Dhana ซึ่งมีความปลอดภัยมากกว่า ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Murban ในตลาด ICE Future Abu Dhabi (IFAD) สำหรับการจัดส่งเดือนกรกฎาคม 2568 ปรับขึ้นเป็น 3.56 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล จากระดับ 1.22 ดอลลาร์ในเดือนพฤษภาคม

พร้อมกันนี้ ราคาพรีเมียมของน้ำมันดิบ Labuan เมื่อเทียบกับน้ำมันดิบดูไบ (Dubai) ลดลงมาอยู่ที่ 9.8 ดอลลาร์/บาร์เรลสำหรับการจัดส่งเดือนกรกฎาคม แต่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นราว 1.5-2.0 ดอลลาร์/บาร์เรลในเดือนสิงหาคม ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากโรงกลั่นในเอเชีย นอกจากนี้ ค่าขนส่งทางทะเลสำหรับเรือขนาด VLCC ได้ปรับตัวขึ้นจาก 1.1 ดอลลาร์/บาร์เรลในต้นเดือนมิถุนายน เป็น 1.8 ดอลลาร์/บาร์เรลในช่วงกลางเดือน ซึ่งจะเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อค่าการกลั่นตลาด (GRM) ของโรงกลั่นในประเทศไทย

ในส่วนของ crack spread น้ำมันดีเซลในภูมิภาคเอเชีย เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 18-19 ดอลลาร์/บาร์เรล จาก 15-16 ดอลลาร์ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม อันเป็นผลมาจากการหยุดซ่อมบำรุงของโรงกลั่นในเอเชีย อุปสงค์นำเข้าที่แข็งแกร่งจากสิงคโปร์ และการผลิตที่ลดลงในมาเลเซีย ขณะที่จีนมีการส่งออกน้ำมันดีเซลอยู่ที่ 520,000 บาร์เรล/วันในเดือนพฤษภาคม ซึ่งลดลง 51% เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากมาร์จินการส่งออกยังคงติดลบ

ขณะเดียวกัน ราคาของ HSFO (High Sulphur Fuel Oil) ซึ่งเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่หนุนค่าการกลั่นแบบ Simple GRM ได้ปรับลดลงเหลือต่ำกว่า 2 ดอลลาร์/บาร์เรล จากระดับสูงสุดที่ 4.4 ดอลลาร์ในเดือนพฤษภาคม ตามการปรับขึ้นของราคาน้ำมันดิบ อย่างไรก็ตาม มีโอกาสที่ราคาจะปรับเพิ่ม หากการขนส่ง HSFO ผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้รับผลกระทบ เนื่องจากเป็นเส้นทางหลักในการส่งออกจากอิรัก ซาอุดิอาระเบีย และอิหร่านมายังภูมิภาคเอเชีย สหรัฐ และยุโรป

ทั้งนี้ ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI คาดว่า ราคาน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางที่ปรับตัวสูงขึ้นจากความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน จะเริ่มส่งผลต่อค่าการกลั่นของโรงกลั่นไทยในไตรมาส 3/2568 โดยเฉพาะบริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC ที่ใช้น้ำมันดิบ Murban เป็นหลัก และบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP ที่ใช้น้ำมันดิบจากตะวันออกไกล

อย่างไรก็ดี แม้ว่า crack spread ของผลิตภัณฑ์กลั่น เช่น น้ำมันดีเซลและเบนซิน จะอาจลดลงเมื่อโรงกลั่นทั่วโลกทยอยเปิดดำเนินการหลังการซ่อมบำรุง แต่ความเสี่ยงจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซอาจทำให้เกิดภาวะขาดแคลนผลิตภัณฑ์ และดันราคาสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นอาจหักล้างประโยชน์จากราคาผลิตภัณฑ์ที่สูงขึ้น

CGSI จึงยังคงคำแนะนำ “ลดน้ำหนักการลงทุน” (Underweight) ในกลุ่มน้ำมันและก๊าซ โดยให้เหตุผลว่าอุปสงค์ยังคงมีความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอก เช่น นโยบายภาษีและท่าทีทางการทูตของสหรัฐ ขณะที่ราคาหุ้นกลุ่มพลังงานอาจได้รับแรงกดดันหากความต้องการน้ำมันอยู่ในระดับต่ำ ส่วนความเสี่ยงเชิงบวก (Upside risk) จะมาจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเหตุการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง โดย SPRC ยังเป็นหุ้นที่ฝ่ายวิเคราะห์แนะนำเป็น Top pick ในกลุ่มโรงกลั่น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...