โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มหัศจรรย์แอนิเมชัน: จากจุดเริ่มต้นสู่จักรวาลแห่งความฝันที่ไร้ขีดจำกัด

นิตยสารคิด

อัพเดต 24 มี.ค. 2568 เวลา 21.14 น. • เผยแพร่ 24 มี.ค. 2568 เวลา 21.14 น.
history-of-animation-cover

หากพูดถึงความทรงจำในวัยเด็ก ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ในหัวใจของเราทุกคนต่างก็มีการ์ตูนตัวโปรดที่คอยเป็นเพื่อนในช่วงชีวิตอันแสนพิเศษ ที่แม้เวลาจะผ่านไปนานเพียงใด เมื่อไรที่ได้นึกถึง ความรู้สึกประทับใจและช่วงเวลาแห่งความสุขก็พร้อมจะพาย้อนกลับไปสัมผัสกับวัยเยาว์ได้อีกครั้ง “แอนิเมชัน” จึงไม่เพียงเป็นส่วนสำคัญของอุตสาหกรรมบันเทิงมาอย่างยาวนาน แต่ยังเป็นความทรงจำที่เติบโตมาพร้อมกับเรา

ด้วยพัฒนาการที่ไม่หยุดนิ่งด้านภาพและเสียง อุตสาหกรรมแอนิเมชันจึงได้เติบโตและก้าวไกลจากภาพวาดลายเส้นด้วยมือ สู่โลกของการออกแบบดิจิทัลที่สร้างสรรค์การเคลื่อนไหวอย่างมีชีวิตชีวาด้วยเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์

“คิด”ชวนย้อนสำรวจเส้นทางอันน่าทึ่งของแอนิเมชัน ตั้งแต่จุดกำเนิดอันเรียบง่าย ผ่านยุคทองแห่งการสร้างสรรค์ จนถึงการพัฒนาและเติบโตในปัจจุบัน รวมถึงความสำเร็จที่ทำให้แอนิเมชันกลายเป็นคอนเทนต์ที่สามารถจับหัวใจผู้คนทุกเพศทุกวัยไว้ได้อย่างไม่มีวันเสื่อมคลาย

Zoetrope
(cottonbro studio / Pexels)

จุดกำเนิดแอนิเมชัน: จากจินตนาการสู่ศิลปะเคลื่อนไหวที่ครองใจคนทั่วโลก
แอนิเมชันหรือการ์ตูนที่เราคุ้นเคยกันมานั้นมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 90 ปีแล้ว คำว่า “แอนิเมชัน” มีรากศัพท์มาจากภาษาละติน ความหมายว่า “ความมีชีวิตชีวา” ซึ่งสะท้อนถึงลักษณะของมันได้อย่างชัดเจน นั่นคือการสร้างชีวิตให้กับภาพนิ่งผ่านการเคลื่อนไหว จนเติบโตเป็นอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ในปัจจุบัน

ประวัติศาสตร์ของแอนิเมชันมีความหลากหลายและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ในยุคแรก ทฤษฏีพื้นฐานแอนิเมชันปรากฏขึ้นก่อนการถือกำเนิดของภาพยนตร์เสียอีก โดยนักทดลองในยุควิคตอเรียได้สร้างมิติใหม่ให้กับวงการบันเทิงด้วยอุปกรณ์ที่เรียกว่า Magic Lantern ซึ่งสามารถฉายภาพเคลื่อนไหวบนผนังได้

แต่จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี ค.ศ.1832 เมื่อ โจเซฟ พลาโท (Joseph Plateau) ได้สร้างอุปกรณ์เชิงพาณิชย์ชิ้นแรกอย่าง “ฟีนาคิสโตสโคป” (Phenakistoscope) สำเร็จ แผ่นกระดาษแข็งหมุนได้ที่สร้างภาพลวงตาของการเคลื่อนไหวเมื่อหมุนและส่องกระจก ตามมาด้วยการประดิษฐ์ “โซโทรป” (Zoetrope) โดยวิลเลียม จอร์จ ฮอร์เนอร์ (William George Horner) ในปี ค.ศ. 1834 ซึ่งใช้หลักการคล้ายกัน นับเป็นความพยายามในครั้งแรก ๆ ของการสร้างแอนิเมชันคลาสสิกในยุคนั้น

ต่อมาในปี ค.ศ.1876 เอมิเล เรย์โนด์ (Emilé Reynaud) ชาวฝรั่งเศสได้นำหลักการต่าง ๆ เหล่านี้มาประยุกต์ใช้จนสามารถฉายภาพต่อหน้าผู้ชมในโรงละคร ซึ่งเขายังกลายเป็นศิลปินคนแรกที่สร้างสีสันและบุคลิกให้กับตัวละคร และเปิดมิติใหม่สู่แอนเมชันยุคใหม่

ทางฝั่งตะวันตก แอนิเมชันยุคแรกได้รับอิทธิพลมาจากภาพยนตร์ในฝั่งของยุโรป โดยผลงานสำคัญ ได้แก่ แอนิเมชันของผู้กำกับชาวฝรั่งเศสอย่างเอมีล โคล (Émile Cohl) เรื่อง Fantasmagorie (1908) ส่วนภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่องยาวเรื่องแรกของโลกคือ Satire du Pt Irigoyen (1917) จากประเทศอาร์เจนตินา

ขณะที่ “วอล์ท ดิสนีย์” ได้ก้าวเข้ามามีบทบาทในอุตสาหกรรมนี้ โดยเริ่มจากแอนิเมชัน 2D ที่ตัวละครหรือการ์ตูนจะถูกวาดด้วยมือทั้งหมด พัฒนาสู่การสร้างระบบคอมพิวเตอร์เฉพาะทางที่เรียกว่า Computer Animation Production System ซึ่งสามารถสแกนลายเส้นของศิลปินลงบนคอมพิวเตอร์ได้ จากนั้นก็ก้าวสู่การปฏิวัติวงการด้วยแอนิเมชัน 3D ที่สร้างด้วย Multiplane Camera ซึ่งสามารถเพิ่มความสมจริงให้กับภาพและตัวละครได้อย่างน่าทึ่ง

Steamboat Willie (1928)
(Walt Disney / Wikimedia Commons)

ยุคทองแห่งแอนิเมชัน มหัศจรรย์ภาพเคลื่อนไหวที่ครองใจคนทั่วโลก
ยุคที่แอนิเมชันเจริญรุ่งเรืองและประสบความสำเร็จจนถึงขั้นเรียกได้ว่าเป็นยุคทองนั้นอยู่ในช่วงปี ค.ศ.1930-1960 เมื่อวอล์ท ดิสนีย์ ได้สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญจากการเปิดตัว “มิกกี้ เมาส์” ในปี ค.ศ.1928 ตามมาด้วย “Steamboat Willie” ภาพยนตร์เรื่องที่สามของมิกกี้ เมาส์ ที่ได้รับผลตอบรับอย่างล้นหลามด้วยการเพิ่มองค์ประกอบของ “เสียง” เข้าไปกับภาพเคลื่อนไหวเป็นครั้งแรก เพื่อเพิ่มความมีชีวิตชีวาให้กับตัวละครได้อย่างสมบูรณ์มากขึ้น

นอกจากนี้ ดิสนีย์ยังพัฒนาองค์ประกอบเสริมอื่น ๆ ให้กับแอนิเมชัน ทั้งเทคนิคสีใน Flowers and Trees (1932) และการผสานดนตรีใน The Skeleton Dance (1929) ซึ่งต้องยอมรับว่า นวัตกรรมเหล่านี้ช่วยให้การ์ตูนของดิสนีย์มีความสมจริงและเป็นธรรมชาติอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

จนกระทั่งในปี ค.ศ.1937 เมื่อดิสนีย์ได้ปล่อยผลงานภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่องยาวเรื่องแรกอย่าง Snow White and the Seven Dwarfs หรือสโนว์ไวท์กับคนแคระทั้งเจ็ด ซึ่งใช้เทคนิคล้ำสมัยอย่าง Multiplane Camera และได้รับการเผยแพร่อย่างกว้างขวาง ตามมาด้วยผลงานภาพยนตร์คลาสสิกอีกมากมายทั้ง Pinocchio (1940), Fantasia (1940), Dumbo (1941) และ Bambi (1942) จนมาถึงปัจจุบันที่หลาย ๆ เรื่องก็ได้รับการพัฒนาสู่เวอร์ชัน Live Action หรือเวอร์ชันคนแสดงอย่างซีรีส์เจ้าหญิงดิสนีย์ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น Cinderella (2015), Beauty and the Beast (2017), Aladdin (2019), Mulan (2020), The Little Mermaid (2023) และล่าสุดคือเรื่อง Snow White (2025)

ในปี 1994 เป็นปีที่ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหม่ เมื่อบริษัท Pixar Animation Studios ได้เริ่มเข้ามามีบทบาทในการนำเสนอเทคโนโลยีแอนิเมชัน 3D ผ่านผลงานสุดโดดเด่นอย่าง Toy Story (1995) ภาพยนตร์แอนิเมชันคอมพิวเตอร์เรื่องแรกของโลกที่ได้รับความนิยมและครองใจผู้คนทุกช่วงวัย จนได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรม

ขณะเดียวกัน ฝั่งตะวันออกอย่างญี่ปุ่นก็มี Studio Ghibli ที่ก่อตั้งในปี ค.ศ.1985 นำเสนอแนวทางที่ผสมผสานระหว่างการวาดด้วยมือและเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ได้อย่างลงตัว โดยมีผลงานแอนิเมชันที่โดดเด่นอย่าง Spirited Away (2001) ที่ทำให้ผู้กำกับ ฮายาโอะ มิยาซากิ (Hayao Miyazaki) คว้ารางวัลออสการ์ สาขาแอนิเมชันยอดเยี่ยมไปครองได้สำเร็จ

มาถึงเส้นทางของวงการแอนิเมชันฝีมือคนไทย ที่หลายคนอาจคาดไม่ถึงว่า มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 60 ปีแล้ว เริ่นต้นจากความสำเร็จของอาจารย์ปยุต เงากระจ่าง ผู้บุกเบิกผลงานการ์ตูนแอนิเมชัน เรื่อง “เหตุมหัศจรรย์” ในปี พ.ศ. 2498 และต่อยอดสู่การสร้างการ์ตูนแอนิเมชันเรื่องยาวเรื่องแรกของไทยอย่าง “สุดสาคร” ในปี พ.ศ. 2522 ที่ก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีในยุคนั้นเช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม “ยุคทอง” ของแอนิเมชันไทยเริ่มชัดเจนขึ้นในปี พ.ศ. 2545 เมื่อ “ปังปอนด์ ดิ แอนิเมชั่น ตอน ตะลุยโลกอนาคต” จากบริษัท วิธิตา แอนิเมชั่น จำกัด ประสบความสำเร็จและปลุกกระแสความตื่นตัวในวงการแอนิเมชันไทยให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง ตามมาด้วยปรากฏการณ์ “ก้านกล้วย” ทั้งสองภาคที่ออกฉายในปี พ.ศ. 2549 และ 2552 จากบริษัทกันตนา แอนิเมชัน สตูดิโอ ที่กลายเป็นผลงานแอนิเมชันที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุด และครองใจเด็ก ๆ จนกลายเป็นการ์ตูนในดวงใจของใครหลาย ๆ คนจนถึงปัจจุบัน

(Vancouver Film School / Flickr)

การเติบโตของอุตสาหกรรมแอนิเมชัน : มหาอำนาจทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจโลก
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมแอนิเมชันได้เติบโตขึ้นเป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นผลมาจากการกระตุ้นการผลิตจากทั่วโลก โดยรัฐบาลจากประเทศต่าง ๆ ได้ตระหนักถึงศักยภาพทางเศรษฐกิจอันมหาศาลของอุตสาหกรรมนี้ จึงใช้มาตรการจูงใจทางการผลิตที่น่าสนใจเพื่อส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจในประเทศของตน

โดยในปี 2021 อุตสาหกรรมแอนิเมชันทั่วโลกเติบโตได้ถึง 5% มีมูลค่าสูงถึง 372 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และนับตั้งแต่นั้นมา การเติบโตของอุตสาหกรรมแอนิเมชันทั่วโลกก็ยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง โดยรายงานล่าสุดคาดการณ์ว่าในปี 2024 อุตสาหกรรมนี้จะมีมูลค่าทะลุ 420 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งยังมีแนวโน้มจะสูงเกิน 600 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2030 อันเนื่องมาจากแรงขับเคลื่อนหลักจากความต้องการคอนเทนต์แอนิเมชันในภาพยนตร์ แพลตฟอร์มสตรีมมิง และเกม

ในช่วงศตวรรษที่ผ่านมา อุตสาหกรรมแอนิเมชันในสหรัฐอเมริกาได้ผ่านการเปลี่ยนแปลงและวิวัฒนาการไปอย่างมาก จากแอนิเมชันแบบดั้งเดิมที่วาดด้วยมือสู่แอนิเมชันคอมพิวเตอร์มีเพิ่มมากขึ้น โดยมีแพลตฟอร์มสตรีมมิงยักษ์ใหญ่อย่าง Netflix, Apple TV + และ Amazon Prime ได้ลงทุนอย่างมากในการสร้างคอนเทนต์แอนิเมชันต้นฉบับ ส่งผลให้ความต้องการบุคลากรด้านแอนิเมชันทั้งแบบดั้งเดิมและแบบดิจิทัลเพิ่มสูงขึ้นทั่วสหรัฐอเมริกา

ณ ช่วงเวลานี้ เราได้เห็นภาพยนตร์แอนิเมชันจากสตูดิโอชั้นนำมากมายที่ได้รับรางวัลใหญ่ในอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็น Walt Disney Imagination, Pixar, DreamWorks, Sony Pictures Animation และ Universal’s Studio สตูดิโอที่มีชื่อเสียงเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนและสนับสนุนโลกของอุตสาหกรรมแอนิเมชัน พร้อมทั้งยังกำหนดทิศทางการเติบโตมาจนถึงปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าอุตสาหกรรมแอนิเมชันจะเติบโตอย่างรวดเร็วและมีอนาคตอีกยาวไกล แต่ก็ยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายหลายประการ เช่น ต้นทุนการผลิตที่สูง การแข่งขันที่รุนแรง การพัฒนานวัตกรรมทางเทคนิค การรักษาคุณภาพ และความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป เพราะในหลาย ๆ ครั้งต้นทุนการผลิตหรืองบประมาณมหาศาลก็อไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่จะตัดสินความสำเร็จของแอนิเมชันเสมอไป เห็นได้จากงานประกาศรางวัลรางวัลออสการ์ครั้งที่ 97 ประจำปี 2025 ที่รางวัลสาขาภาพยนตร์แอนิเมชันยอดเยี่ยม (Best Animated Feature Film) ตกเป็นของ “Flow” จากลัตเวีย ซึ่งใช้งบประมาณเพียง 3.7 ล้านดอลลาห์สหรัฐ ภาพยนตร์เรื่องนี้บอกเล่าเรื่องราวการผจญภัยของแมวตัวน้อยหลังเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ในโลกที่ไร้มนุษย์ แม้จะไม่มีบทพูด แต่ก็สามารถถ่ายทอดเรื่องราวมิตรภาพที่สวยงามและปฏิสัมพันธ์ของตัวละครออกมาได้เป็นอย่างดี จนครองใจผู้ชมและคว้ารางวัลใหญ่นี้มาได้สำเร็จ

ความคิดสร้างสรรค์ การเล่าเรื่องที่มีพลัง และการสร้างอารมณ์ความรู้สึกร่วมให้ผู้ชม ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของแอนิเมชันที่ประสบความสำเร็จ นอกเหนือไปจากเทคโนโลยีและงบประมาณ ในขณะที่อุตสาหกรรมนี้ก้าวไปสู่อนาคต การผสมผสานระหว่างศิลปะการเล่าเรื่องและนวัตกรรมเทคโนโลยีจะยังคงเป็นกุญแจสำคัญที่เปิดประตูสู่ความสำเร็จในโลกของแอนิเมชัน

ที่มา : บทความ “Animation” จาก britannica.com
บทความ “ANIMATION อนิเมชั่น คืออะไร ?” จาก vithita.com
บทความ “History of Animation and its Evolution in Film” โดย Fatima Najeeb
บทความ “Animation Around the World: How Incentives Drive a Growing Industry” โดย Joseph Chianese
บทความ “The History of Animation: Celebrating Disney’s 100 Years of Stories” จาก nyfa.edu
บทความ “Animation Industry: Past, and Present Trends, Future Predictions” โดย Nathan Sebastian
บทความ “ประวัติศาสตร์แอนิเมชันคร่าวๆ และแอนิเมชั่นยุคแรกของไทย : แอนิเมชั่นคืออะไร?” โดย Sirirat Soonsakul
บทความ “รวมเจ้าหญิงดิสนีย์ เวอร์ชั่นคนแสดง ฉบับไลฟ์แอ็คชั่น” จาก movie.kapook.com
บทความ “THAI ANIMATION แอนิเมชั่น ฝีมือคนไทย” จาก bareo-isyss.com
บทความ “'Flow' คว้ารางวัลออสการ์ สาขาแอนิเมชันยอดเยี่ยม” จาก mgronline.com
วิดีโอ "อดีต vs ปัจจุบัน วิวัฒนาการของการ์ตูน Animation" จาก SPY Channel

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก นิตยสารคิด

Public Domain ทางลัดไอเดียใหม่ ลดต้นทุน เร่งสปีดงานสร้างสรรค์

1 วันที่แล้ว

ยิ่งเครียด ยิ่งซื้อ งบเพื่อความสวย ที่เราไม่เคยตัดทิ้ง

1 วันที่แล้ว

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ไลฟ์สไตล์ อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...