โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คู่มือ ‘ไม่ผัดวันประกันพรุ่ง’ บนโลกที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน การเลื่อนสิ่งที่เราอยากทำออกไปอาจก่อให้เกิดภาวะวิตกกังวลได้

Thairath Plus - ไทยรัฐพลัส

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

“ไว้วันพรุ่งนี้ละกัน” หรือ “วันหลังก็ได้” เชื่อว่าทุกคนต้องเอ่ยออกมาไม่ว่าจะกับเพื่อนฝูงที่นัดไปกินข้าว หรือกับตัวเองที่บอกไว้อย่างดิบดีว่าวันนี้จะอ่านหนังสือให้ได้สักสิบหน้า หรือดูหนังสักหนึ่งเรื่อง หรือซักผ้าสักกอง ดีไม่ดีวันนี้รู้สึกโปรดักทีฟกว่าวันอื่นๆ แต่พอถึงเวลาจริงๆ กลับรู้สึกว่า “วันพรุ่งนี้ค่อยทำก็ได้” หรือบางคนมีความฝันอยากจะลองทำอาหารเก่งๆ แต่แค่นึกถึงกระบวนการก็กลับรู้สึกท้อแท้ใจ พร้อมกับเอ่ยว่า “ไว้ทำวันหลังละกัน”

นี่ไม่ใช่ปรากฏการณ์ที่ยิ่งใหญ่ แต่เป็นสิ่งที่เรียกว่า“การผัดวันประกันพรุ่ง” (procrastination) ที่เราอาจเข้าใจผิดว่าเกิดจากความขี้เกียจหรือการจัดเวลาที่ไม่ดี แต่ในความเป็นจริง งานวิจัยด้านจิตวิทยากลับพบว่ามันเป็นเรื่องของ อารมณ์ ความกลัว และการควบคุมตนเอง มากกว่าปัญหาเรื่องระเบียบวินัย และในวันที่ทุกคนสามารถสอดส่องการกระทำของคนอื่นๆ ได้อย่างง่ายดาย การผัดวันเป็นเหมือนการบอกปัดเพื่อทำให้ตัวเองรู้สึกย่ำแย่ในภายหลัง เกิดความรู้สึกไม่ประสบความสำเร็จ หรือตอกย้ำว่าตัวเองไม่มีความสามารถ

การผัดวันนั้นเป็นเรื่องแสนปกติ เป็นกลไกที่เราย้อนภาระทางความคิดออกไปเพื่อเสพปัจจุบัน แต่จะเป็นอย่างไร ถ้าปัจจุบันที่ว่าคือการไถหน้าจอไปวันๆ แทนที่จะเป็นการทำอะไรสักอย่างที่เกิดผลอย่างจับได้?

การผัดวันไม่ใช่ปัญหาเรื่องเวลา แต่คือการหนีความรู้สึกที่ไม่ดี

ในงานวิจัยของ Sirois & Pychyl (2013) อธิบายว่าเมื่อเราคิดถึงงานที่ยาก เรามักรู้สึกกังวล เบื่อ หรือกลัวว่าจะทำได้ไม่ดี ความรู้สึกเหล่านี้ทำให้เราเลื่อนงานออกไปชั่วคราวเพื่อทำให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้นตอนนี้ แม้จะรู้ว่ามันจะทำให้แย่ในภายหลังก็ตาม เราอาจถึงนึกภาพงานโดยรวมมากเกินไป เช่น โปรเจกต์งานที่ใช้เวลาหลายเดือนหลายปีกว่าจะสำเร็จ การที่เราคำนึงถึงแต่สิ่งนี้จะทำให้เราชอบผัดวัน

นักจิตวิทยาเรียกสิ่งนี้ว่า “การควบคุมอารมณ์ระยะสั้น” (short-term mood repair) ซึ่งเป็นหัวใจหลักของพฤติกรรมการผัดวัน เราไม่ได้พยายามหลีกเลี่ยงงาน แต่เราพยายามหลีกเลี่ยง “ความรู้สึกแย่” ที่มาพร้อมกับงานนั้นนั่นเอง

เรื่องนี้สามารถอธิบายด้วยการทำงานสมองของเรา โดยจะมีส่วนหนึ่งที่ทำงานแบบตอบสนองทันทีต่อสิ่งที่ทำให้รู้สึกดี (ระบบลิมบิก) และอีกส่วนหนึ่งที่คิดวางแผนระยะยาวนั่นคือสมองส่วนหน้า (prefrontal cortex) เมื่อสองส่วนนี้ขัดแย้งกัน สมองมักเลือกทางที่ สบายกว่า ดังนั้น การผัดวันจึงไม่ใช่การขาดแรงบันดาลใจ แต่เป็นการที่สมองให้รางวัลกับการเลื่อนเวลาทุกครั้งที่เราหนีจากสิ่งที่เราคิดจะทำ

ความกลัวและการไม่เชื่อมั่นในตัวเองเป็นเชื้อไฟสำคัญ

เรื่องนี้ส่งผลอย่างมากในยุคนี้ เพราะเป็นยุคที่ทุกคนสามารถทำสิ่งต่างๆ ด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเป็น ยูทูบเบอร์ ทำดนตรีเอง เปิดธุรกิจเป็นของตัวเอง แถมโซเชียลมีเดียกลายเป็นช่องทางที่ทำให้เราชอบเปรียบเทียบกับความสำเร็จของคนอื่น ถ้าเราเป็นคนที่มีความเชื่อในความสามารถของตนเองต่ำ (low self-efficacy) ที่คิดว่าทำอะไรไปก็ไม่ดีอยู่ดี หรือยังไม่พร้อม เมื่อผัดวันมากขึ้น ความรู้สึกผิดและความอับอายก็ยิ่งสะสม จนกลายเป็นแรงต้านทางอารมณ์ที่ทำให้เรายิ่งไม่กล้าเริ่มต้นทำอะไรเลย

ทำไมการผัดวันถึงทำให้วิตกกังวลมากขึ้น?

มีงานวิจัยโดยรวบรวมข้อมูลจากมหาวิทยาลัยในสวีเดนพบว่านักศึกษาที่มีพฤติกรรมผัดวันมีความเสี่ยงต่อภาวะวิตกกังวล และภาวะซึมเศร้า พร้อมกับพบว่าส่วนใหญ่เยาวชนตั้งแต่นักเรียนมัธยมไปจนถึงมหาวิทยาลัยมีการผัดวันมากที่สุด โดยสาเหตุเกิดจาก:

  • วงจรสะสมความเครียด

เมื่อเราผัดวัน สมองจะไม่ยอม “ปิดไฟล์” งานนั้น มันจะวนเวียนอยู่ในใจเหมือนแท็บที่เปิดค้างในเบราว์เซอร์ ทำให้เกิดความตึงเครียดและความวิตกกังวลเรื้อรัง

  • รู้สึกสูญเสียการควบคุม

ยิ่งเลื่อนงาน เราจะยิ่งรู้สึกว่าควบคุมชีวิตไม่ได้ เกิดภาวะ “หมดอำนาจในการจัดการตนเอง” (loss of control) ซึ่งเป็นตัวจุดชนวนให้ความวิตกกังวลเพิ่มสูงขึ้น

  • สมองตอบสนองเหมือนเผชิญภัย

งานที่ยังไม่เสร็จถูกสมองมองว่าเป็น “ภัยคุกคาม” กระตุ้นการทำงานของ อะมิกดะลา (amygdala) ซึ่งเชื่อมโยงกับความกลัวและความวิตก ผลคือร่างกายจะอยู่ในภาวะ “ตื่นตัวต่อภัย” แม้แค่คิดถึงงาน

แล้วเราจะทำอย่างไรได้บ้าง?

  • สังเกตอารมณ์ก่อนเริ่มงาน

ถามตัวเองว่าที่อยากเลื่อนเพราะยังไม่พร้อม หรือเพราะไม่อยากรู้สึกไม่ดี เป็นการสำรวจภาวะอารมณ์ของตัวเอง บางทีเราอาจมีศักยภาพมากพอในการลงมือทำอะไรสักอย่าง แต่ความรู้สึกไม่ดีอาจเป็นอุปสรรคทำให้เราหาข้ออ้างในการผัดวันออกไป

  • แบ่งงานให้เล็กลง

ลดแรงต้านทางอารมณ์ และทำให้สมองรู้สึกว่างานเริ่มได้ง่ายขึ้น เช่น หยุดคิดงานในภาพรวม และเริ่มทำงานแบบทีละก้าว เป็นวิธีการพื้นฐานที่เราควรหมั่นลงมือทำในทีละขั้นตอน อย่านึกถึงภาพรวมที่หนักอึ้ง หรืออนาคตจนเกินไป เพราะอาจทำให้เราเกิดความวิตกล่วงหน้าได้

  • ให้อภัยตัวเองเมื่อผัดวัน

งานของ Sirois (2014) พบว่าคนที่ให้อภัยตัวเองมีแนวโน้มจะผัดวันน้อยลงในการทำงานครั้งต่อไป อย่าคิดว่าการผัดวันสักหนึ่งวันเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น พยายามนึกถึงว่าทุกคนมีก้าวแรกเสมอ สิ่งที่เราเห็น (ความสำเร็จของคนอื่น) เป็นเพียงผลลัพธ์ ซึ่งบางทีคนๆ นั้นอาจดิ้นรนไม่ต่างกับเรา ดังนั้นจงให้อภัยตัวเอง และรู้ขีดจำกัดของตัวเรา ความกลัวจะค่อยๆ ลดลงโดยอัตโนมัติ

ยิ่งโลกพัฒนาไปข้างหน้า เทคโนโลยีเกิดขึ้นมากมาย ดูเหมือนว่าพวกเราทุกคนต้องรับมือ ฝึกฝนตัวเองให้แข็งแกร่งเพื่อต่อกรกับโลกที่วุ่นวาย ไม่ใช่แค่กล้ามเนื้อเท่านั้นที่จะทำให้เราแข็งแรงได้ แต่จิตใจก็สำคัญเช่นกันที่จะนำพาเราอาศัยอยู่บ้านโลกนี้ได้อย่างมีความสุข การผัดวันนั้นไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายหากร่างกายเราเหนื่อยล้า เพียงแต่เราต้องบริหารการผัดวันให้ ‘พอดี’ ไม่มากจนเกินไปจนเกิดการวิจารณ์ตนเอง เพราะไม่มีใครทำให้เรารู้สึกดีมากไปกว่าตัวเราอีกแล้ว

อ้างอิง:

National Library of Medicine. Associations Between Procrastination and Subsequent Health Outcomes Among University Students in Sweden. https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC9857662/

Rozental, A., & Carlbring, P. (2014). Understanding and Treating Procrastination: A Review of a Common Self-Regulatory Failure. Psychology, 5(13), 1488-1502.

Sirois, F. M. (2014). Procrastination and stress: Exploring the role of self-compassion. Self and Identity, 13(2), 128-145.

Steel, P. (2007). The Nature of Procrastination: A Meta-Analytic and Theoretical Review of Quintessential Self-Regulatory Failure. Psychological Bulletin, 133(1), 65-94.

บทความต้นฉบับได้ที่ : คู่มือ ‘ไม่ผัดวันประกันพรุ่ง’ บนโลกที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน การเลื่อนสิ่งที่เราอยากทำออกไปอาจก่อให้เกิดภาวะวิตกกังวลได้

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : plus.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...