โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

น้ำมัน 1 ลิตร เรากำลังจ่ายให้ใคร

The Momentum

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • THE MOMENTUM

ในช่วงที่โลกเผชิญความขัดแย้ง ไม่ว่าจะเป็นสงครามหรือความตึงเครียดในเส้นทางขนส่งน้ำมัน เรามักได้ยินคำอธิบายว่า ราคาน้ำมันขึ้นเพราะ ‘สงคราม’ แต่หากพิจารณาในเชิงกฎหมายภาษีและนโยบายสาธารณะ คำอธิบายดังกล่าวเป็นเพียง ‘ครึ่งหนึ่ง’ ของความจริงเท่านั้น เพราะราคาน้ำมันที่ผู้บริโภคไทยจ่ายในแต่ละลิตร ไม่ได้สะท้อนเฉพาะต้นทุนของน้ำมันดิบในตลาดโลก แต่เป็นผลลัพธ์ของโครงสร้างภาษีและเครื่องมือทางการคลังของรัฐที่ซ้อนทับอยู่ในนั้น

ในเชิงกฎหมาย โครงสร้างราคาน้ำมันของไทยผูกโยงกับกฎหมายสำคัญหลายฉบับ โดยเฉพาะภาษีสรรพสามิตตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 ซึ่งกำหนดให้น้ำมันเชื้อเพลิงเป็นสินค้าที่ต้องเสียภาษี เนื่องจากถูกมองว่าเป็นสินค้าที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม (Negative Externalities) การจัดเก็บภาษีในลักษณะนี้จึงไม่ใช่เพียงเพื่อหารายได้ให้รัฐ แต่ยังมีเป้าหมายเชิงนโยบาย เช่น การควบคุมการบริโภค และการสะท้อนต้นทุนทางสังคมของการใช้พลังงานฟอสซิล

อย่างไรก็ตาม ภาษีสรรพสามิตเป็นเพียงภาระแรกของภาระที่แฝงอยู่ในราคาน้ำมัน เพราะแท้จริงแล้ว ราคาน้ำมันหน้าปั๊มประกอบด้วยองค์ประกอบหลักหลายส่วน สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) อธิบายว่า โครงสร้างราคาน้ำมันสำเร็จรูปในประเทศไทยประกอบด้วย 8 องค์ประกอบ ได้แก่ ราคาหน้าโรงกลั่นหรือราคาเนื้อน้ำมัน ภาษีสรรพสามิต ภาษีมหาดไทยหรือภาษีเทศบาล เงินที่เรียกเก็บเข้าหรืออุดหนุนจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เงินที่เรียกเก็บเข้ากองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ภาษีมูลค่าเพิ่มของราคาขายส่ง ค่าการตลาด และภาษีมูลค่าเพิ่มของค่าการตลาด

ส่วนที่ 1 คือ ราคาหน้าโรงกลั่น หรือที่มักเรียกกันว่า ราคาเนื้อน้ำมัน ซึ่งส่วนนี้คือราคาของน้ำมันสำเร็จรูปก่อนรวมภาษี กองทุน และค่าการตลาด สนพ.อธิบายอีกด้วยว่า ไทยใช้อ้างอิงราคาน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดสิงคโปร์เป็นฐานสำคัญ เพราะเป็นตลาดซื้อขายหลักของภูมิภาคเอเชีย สะท้อนต้นทุนการนำเข้าที่โรงกลั่นไทยต้องแข่งขันด้วย และมีปริมาณซื้อขายสูงจนถือเป็นราคามาตรฐานในทางการค้า ดังนั้นเมื่อสงครามทำให้ตลาดโลกผันผวน ผลสะเทือนจึงเริ่มจากต้นทุนส่วนนี้ก่อน

ส่วนที่ 2 คือ ภาษีสรรพสามิต ซึ่งเป็นหัวใจของบทสนทนาทางกฎหมายเรื่องราคาน้ำมัน พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 วางหลักให้น้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันเป็นสินค้าสรรพสามิต กล่าวคือ เป็นสินค้าที่รัฐจัดเก็บภาษีได้ไม่ใช่เพียงเพื่อหารายได้ แต่ยังใช้เป็นเครื่องมือเชิงนโยบายได้ด้วย

ส่วนที่ 3 คือ ภาษีเทศบาล ซึ่งคนทั่วไปไม่ค่อยพูดถึง สนพ.อธิบายว่า เป็นภาษีที่จัดเก็บเพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 10 ของภาษีสรรพสามิตของน้ำมันเชื้อเพลิงแต่ละประเภท และส่งมอบให้กระทรวงมหาดไทยตามกฎหมายว่าด้วยการจัดสรรเงินภาษีสรรพสามิต กล่าวอีกอย่างคือ เมื่อมีการเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ก็มีส่วนที่ผูกกับรายได้ของรัฐส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามระบบจัดสรรรายได้ของรัฐด้วย

ส่วนที่ 4 คือ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้ราคาน้ำมันไทยไม่ใช่ราคาตลาดบริสุทธิ์ สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสรุปสาระสำคัญของพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 ว่ากองทุนนี้ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศ ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมในกรณีวิกฤตด้านน้ำมันเชื้อเพลิง และเพื่อป้องกันหรือแก้ไขภาวะขาดแคลน กล่าวแบบง่ายที่สุด กองทุนนี้มีหน้าที่เก็บในบางเวลาและจ่ายพยุงในบางเวลา จึงเป็นกลไกกันกระแทกราคา แต่ก็เป็นกลไกที่ทำให้ประชาชนจำนวนมากไม่เห็นต้นทุนที่แท้จริงของพลังงานในขณะนั้นด้วย

ส่วนที่ 5 คือ กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ซึ่งในทางสาธารณะไม่ค่อยถูกพูดถึงมากนัก แต่ก็เป็นองค์ประกอบทางกฎหมายในราคาน้ำมันเช่นกัน ประกาศคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติระบุอัตราการส่งเงินเข้ากองทุนนี้สำหรับน้ำมันหลายประเภทไว้ที่ 0.005 บาทต่อลิตร แม้ตัวเลขจะไม่สูงเมื่อเทียบกับองค์ประกอบอื่น แต่ในเชิงหลักการสะท้อนว่า ราคาน้ำมัน 1 ลิตรในไทยไม่ใช่แค่การซื้อเชื้อเพลิง แต่ยังเป็นช่องทางระดมเงินไปสู่นโยบายอนุรักษ์พลังงานของรัฐด้วย

ส่วนที่ 6 และ 8 คือ ภาษีมูลค่าเพิ่ม สนพ.ระบุว่า VAT ถูกคิดในอัตราร้อยละ 7 และกรมสรรพากรได้ขยายการลดอัตรา VAT เหลือ 7% ออกไปถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 นั่นหมายความว่าในราคาน้ำมันที่ประชาชนจ่าย มี VAT ประกบอยู่ทั้งในส่วนราคาขายส่งและในส่วนค่าการตลาดด้วย พูดอีกแบบหนึ่งคือ เมื่อฐานราคาเพิ่มขึ้นจากน้ำมันโลก ภาษีสรรพสามิต หรือองค์ประกอบอื่น VAT ก็ขยับตามฐานนั้นขึ้นไปอีกชั้นหนึ่งโดยอัตโนมัติ

ส่วนที่ 7 คือ ค่าการตลาด ซึ่งมักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นกำไรปั๊มน้ำมันทั้งหมด แต่ สนพ.อธิบายว่า ค่าการตลาดคือผลตอบแทนของธุรกิจค้าปลีกน้ำมันทั้งระบบ ซึ่งครอบคลุมต้นทุนคลังน้ำมัน ระบบขนส่ง สถานีบริการ บุคลากร การส่งเสริมการขาย และจึงรวมกำไรอยู่เพียงเป็นส่วนหนึ่งเท่านั้น ไม่ใช่ทั้งหมด ยิ่งในภาวะสงครามหรือความเสี่ยงด้านโลจิสติกส์สูงขึ้น ต้นทุนขนส่ง ประกันภัย และการบริหารความเสี่ยงของธุรกิจพลังงานก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นด้วย ทำให้แรงกดดันไม่ได้ตกอยู่เฉพาะที่ราคาเนื้อน้ำมันเท่านั้น

เพราะฉะนั้น เมื่อประชาชนบ่นว่าน้ำมันแพงเพราะสงคราม ประโยคนั้นจึงจริงเพียงครึ่งเดียว อีกครึ่งหนึ่งคือเรากำลังจ่ายผ่านโครงสร้างกฎหมายและการคลังที่รัฐวางไว้ด้วย สงครามทำให้ราคาโลกผันผวน แต่การที่ผลกระทบนั้นจะถูกดูดซับ กระจาย หรือผลักลงมาสู่ผู้บริโภคมากน้อยเพียงใด เป็นผลของการออกแบบภาษีและกองทุนในประเทศเอง

ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่าราคาน้ำมันขึ้นเพราะอะไร แต่คือราคาที่เพิ่มขึ้นนั้นถูกส่งผ่าน (Pass Through) อย่างไร ในบริบทของไทย สงครามหรือความผันผวนในตลาดโลกอาจเป็นตัวจุดชนวนให้ราคาน้ำมันสูงขึ้น แต่ระดับราคาที่ผู้บริโภคเผชิญจริงกลับถูกปรับแต่งผ่านกลไกภาษีและกองทุนของรัฐ กล่าวอีกนัยหนึ่ง ราคาน้ำมันในไทยเป็นผลลัพธ์ของทั้งกลไกตลาดและการตัดสินใจเชิงนโยบาย

กลไกดังกล่าวอาจถูกอธิบายผ่านแนวคิดเรื่อง Implicit Taxation หรือภาษีโดยนัย กล่าวคือ แม้ผู้บริโภคจะเข้าใจว่าตนกำลังจ่ายค่าสินค้า แต่ในความเป็นจริงกลับมีภาระภาษีและเงินกองทุนแฝงอยู่โดยไม่รู้ตัว ปรากฏการณ์นี้เชื่อมโยงกับแนวคิด Fiscal Illusion ที่ทำให้ประชาชนไม่ตระหนักถึงภาระภาษีที่แท้จริงของตน และจึงไม่ตั้งคำถามกับโครงสร้างดังกล่าวมากนัก

เมื่อพิจารณาในมิติของนโยบายสาธารณะ ความท้าทายสำคัญคือการสร้างสมดุลระหว่างเสถียรภาพของราคากับความโปร่งใสและความเป็นธรรม การใช้กองทุนน้ำมันเพื่อพยุงราคาย่อมช่วยลดแรงกระแทกทางเศรษฐกิจในระยะสั้น แต่ในขณะเดียวกันก็อาจก่อให้เกิดความไม่ชัดเจนว่า ผู้ใดเป็นผู้แบกรับต้นทุนที่แท้จริง และในระยะยาวอาจบิดเบือนสัญญาณราคาที่ควรสะท้อนต้นทุนพลังงานอย่างแท้จริง

ท้ายที่สุดแล้ว สงครามอาจเป็นเพียงตัวแปรภายนอกที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่โครงสร้างภาษีและนโยบายราคาน้ำมันเป็นสิ่งที่รัฐสามารถออกแบบและปรับเปลี่ยนได้ คำถามที่ควรถูกหยิบยกขึ้นมาจึงไม่ใช่เพียงว่า ทำไมน้ำมันถึงแพงขึ้น แต่คือเมื่อมันแพงขึ้นแล้ว เรากำลังจ่ายให้ใคร และจ่ายภายใต้ระบบที่เป็นธรรมเพียงใด

แหล่งอ้างอิง

  • สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน, “โครงสร้างราคาน้ำมัน” และข้อมูลโครงสร้างราคาขายปลีกน้ำมันรายวัน.
  • สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน, FAQ: “โครงสร้างราคาน้ำมัน ประกอบด้วยอะไรบ้าง” และเหตุผลการใช้อ้างอิงราคาตลาดสิงคโปร์.
  • กรมสรรพสามิต, ข้อมูลสินค้าน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560.
  • กรมสรรพสามิต, บัญชีอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ และกฎกระทรวงกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ 25) พ.ศ. 2565.
  • กรมสรรพสามิต, มาตรการขยายเวลาปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลิตรละ 5 บาท.
  • สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง, สรุปสาระสำคัญพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562.
  • สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง, สรุปผลการดำเนินงานกองทุนน้ำมันฯ และงบการเงินที่อธิบายการใช้กลไกกองทุนร่วมกับภาษีสรรพสามิตเพื่อพยุงราคาดีเซล.
  • คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ, ประกาศอัตราเงินส่งเข้ากองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิง.
  • กรมสรรพากร, การขยายเวลาการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มเหลือร้อยละ 7 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569.
  • Reuters, รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมันและผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางต่ออุปทาน การขนส่ง และค่าขนส่งเชื้อเพลิง เดือนมีนาคม 2026.
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...