โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ความสำคัญ "วันมาฆบูชา 2567" กับข้อพึงปฏิบัติสำหรับชาวพุทธ

Thai PBS

อัพเดต 14 ก.พ. 2567 เวลา 07.04 น. • เผยแพร่ 14 ก.พ. 2567 เวลา 06.56 น. • Thai PBS

วันมาฆบูชา 2567 นี้ตรงกับวันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ หรือวันเพ็ญ เดือน 3 วันสำคัญทางพระพุทธศาสนาวันหนึ่ง เป็นวันที่พระพุทธเจ้าแสดงโอวาทปาติโมกข์ "ทำความดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้บริสุทธิ์" แต่ละจังหวัดจะมีการจัดกิจกรรมทำบุญ ตักบาตร เวียนเทียน แล้วความสำคัญ และประวัติ รวมถึงกิจกรรมที่พุทธศาสนิกชนควรปฏิบัติ มีอะไรบ้าง

ความสำคัญ "วันมาฆบูชา"

"วันมาฆบูชา" ตามปฏิทินจันทรคติของไทยนั้นจะตรงกับวัน วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 แต่ถ้าปีใดมีเดือนอธิกมาส คือ มีเดือน 8 สองครั้ง วันมาฆบูชาก็จะเลื่อนไปเป็นวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 4 และมักตรงกับเดือน กุมภาพันธ์ หรือ มีนาคม

ความหมายของ "วันมาฆบูชา" คำว่า "มาฆะ" นั้น เป็นชื่อของเดือน 3 ย่อมาจากคำว่า "มาฆบุรณมี" หมายถึง การบูชาพระในวันเพ็ญกลางเดือนมาฆะตามปฏิทินของอินเดีย หรือ เดือน 3

ความสำคัญของวันมาฆบูชา คือ เป็นวันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง "โอวาทปาติโมกข์" แก่พระสงฆ์เป็นครั้งแรก หลังจากตรัสรู้มาแล้วเป็นเวลา 9 เดือน ซึ่งหลักคำสอนนี้เป็นหลักการ และวิธีการปฏิบัติต่าง ๆ หากสรุปเป็นใจความสำคัญ จะมีเนื้อหาว่า "ทำความดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้บริสุทธิ์"

มาฆบูชา กับเหตุการณ์สำคัญ

วันมาฆบูชาได้เกิดเหตุอัศจรรย์ขึ้นพร้อมกันถึง 4 ประการ จึงเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "วันจาตุรงคสันนิบาต" ดังนี้

1. พระสงฆ์จำนวน 1,250 รูป มาประชุมพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ณ วัดเวฬุวัน เมืองราชคฤห์ แคว้นมคธ เพื่อสักการะพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

2. วันที่มาประชุม ตรงกับวันเพ็ญ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ซึ่ง พระจันทร์เสวยมาฆฤกษ์

3. พระสงฆ์ จำนวน 1,250 รูป ที่มาประชุมทั้งหมดล้วนแต่เป็นพระอรหันต์ ผู้ได้อภิญญา 6

4. พระสงฆ์ทั้งหมดได้รับการอุปสมบทโดยตรงจากพระพุทธเจ้า หรือ "เอหิภิกขุอุปสัมปทา" หรือผู้ที่ได้รับการอุปสมบทจากพระพุทธเจ้าโดยตรง

เหตุอัศจรรย์ 4 ประการ เรียกว่า "วันจาตุรงคสันนิบาต" ซึ่งมีความหมายดังนี้

  • จาตุร แปลว่า 4

  • องค์ แปลว่า ส่วน

  • สันนิบาต แปลว่า ประชุม

จาตุรงคสันนิบาต จึงหมายความว่า การประชุมด้วยองค์ 4

  • "วันมาฆบูชา" ถือเป็น "วันพระธรรม"

  • "วันวิสาขบูชา" ถือเป็น "วันพระพุทธ"

  • "วันอาสาฬหบูชา" เป็น "วันพระสงฆ์"

ประวัติวันมาฆบูชา ในประเทศไทย

หนังสือ "พระราชพิธีสิบสองเดือน" อันเป็นบทพระราชนิพนธ์ของ "พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว" มีเรื่องราวเกี่ยวกับการประกอบราชกุศลมาฆบูชาไว้ว่า

ในปี พ.ศ.2394 ประเทศไทยเริ่มกำหนดพิธีปฏิบัติในวันมาฆบูชา ครั้งแรกในช่วงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ซึ่งมีการประกอบพิธีเป็นครั้งแรก ในพระบรมมหาราชวังก่อน โดยมีพิธีพระราชกุศลในเวลาเช้า นมัสการพระสงฆ์จากวัดบวรนิเวศราชวรวิหารและวัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร จำนวน 30 รูป ฉันภัตตาหารในพระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม

เมื่อถึงเวลาค่ำ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จออก ทรงจุดธูปเทียนนมัสการ พระสงฆ์ทำวัตรเย็นและสวดคาถาโอวาทปาติโมกข์

เมื่อสวดจบทรงจุดเทียน 1,250 เล่ม รอบพระอุโบสถ มีการประโคมอีกครั้งหนึ่งแล้วจึงมีการเทศนาโอวาทปาติโมกข์ 1 กัณฑ์ เป็นทั้งเทศนา ภาษาบาลี และภาษาไทย ส่วนเครื่องกัณฑ์ ประกอบด้วย จีวรเนื้อดี 1 ผืน เงิน 3 ตำลึง และขนมต่าง ๆ เมื่อเทศนาจบ พระสงฆ์ 30 รูป สวดรับ

ในสมัยรัชกาลที่ 4 นั้น พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จะเสด็จออกประกอบพิธีด้วยพระองค์เองทุกปี แต่มีการยกเว้นบ้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เนื่องจากบางครั้งตรงกับช่วงเสด็จประพาสก็จะทรงประกอบพิธีมาฆบูชาในสถานที่นั้น ๆ ขึ้นอีกแห่ง นอกเหนือจากภายในพระบรมมหาราชวัง

ต่อมาการประกอบพิธีมาฆบูชาได้แพร่หลายออกไปภายนอกพระบรมมหาราชวัง และประกอบพิธีกันทั่วราชอาณาจักร ทางรัฐบาลจึงประกาศให้เป็นวันหยุดทางราชการด้วย เพื่อให้ประชาชนจากทุกสาขาอาชีพได้ไปวัด เพื่อทำบุญกุศลและประกอบกิจกรรมทางศาสนา

ในปี พ.ศ.2549 รัฐบาลไทยประกาศให้ "วันมาฆบูชา" เป็น "วันกตัญญูแห่งชาติ" อีกด้วย

หลักธรรมที่ควรนำไปปฏิบัติ วันมาฆบูชา

สำหรับ หลักธรรมที่ควรนำไปปฏิบัติคือ "โอวาทปาติโมกข์" ซึ่งเป็นหลักคำสอนสำคัญอันเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา ประกอบด้วย หลักการ 3 อุดมการณ์ 4 และวิธีการ 6 ดังนี้

1. การไม่ทำบาปทั้งปวง คือ การลด ละ เลิก ทำบาปทั้งปวง ได้แก่ อกุศลกรรมบถ 10 ซึ่งเป็นทางแห่งความชั่ว 10 ประการที่เป็นความชั่ว ดังนี้

  • ทางกาย เช่น การฆ่าสัตว์ การลักทรัพย์ การประพฤติผิดในกาม

  • ทางวาจา เช่น การพูดเท็จ การพูดส่อเสียด การพูดเพ้อเจ้อ

  • ทางใจ เช่น การอยากได้สมบัติของผู้อื่น การผูกพยาบาท และความเห็นผิดจากทำนองคลองธรรม

2. การทำกุศลให้ถึงพร้อม คือ การทำความดีทุกอย่างตาม กุศลกรรมบถ 10 ดังนี้

  • ความดีทางกาย เช่น ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่เบียดเบียนผู้อื่น ไม่เอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ได้ให้มาเป็นของตน มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ไม่ประพฤติผิดในกาม

  • ความดีทางวาจา เช่น ไม่พูดเท็จ ไม่พูดส่อเสียด ไม่พูดหยาบคาย ไม่พูดเพ้อเจ้อ

  • ความดีทางใจ เช่น ไม่โลภอยากได้ของผู้อื่น มีความเมตตาปรารถนาดี มีความเข้าใจถูกต้องตามทำนองคลองธรรม

3. การทำจิตใจให้ผ่องใส คือ ทำจิตใจให้บริสุทธิ์ หลุดจากนิวรณ์ที่คอยขัดขวางจิตใจไม่ให้เข้าถึงความสงบ ได้แก่

  • ความพอใจในกาม

  • ความพยาบาท

  • ความหดหู่ท้อแท้

  • ความฟุ้งซ่าน

  • ความลังเลสงสัย

3 หลักการสรุปใจความสำคัญได้ว่า ทำความดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้บริสุทธิ์

การถือปฏิบัติ/กิจกรรมที่ศาสนิกพึงปฏิบัติ (ในวันสำคัญ)

  • ตักบาตรหรือ ถวายภัตตาหารแด่พระภิกษ สามเณร

  • การสำรวมกายและวาจา ด้วยการรักษาศีล 5 หรือศีล 8

  • การฟังพระธรรมเทศนา

  • การเวียนเทียน รอบพระอุโบสถหรือรอบพระบรมสารีริกราตุจนครบ 3 รอบ เพื่อระลึกถึง พระพุทธคุณ พระธรรมคุณ และพระสังฆคุณ

เวียนเทียน วันมาฆบูชา

วันมาฆบูชา ปีนี้ 2567 ตรงกับวันที่ 24 กุมภาพันธ์ นอกจากในช่วงเช้าจะไปทำบุญ ไหว้พระแล้ว ในช่วงเย็นหลายคนจะไปเวียนเทียนที่วัด ซึ่งมีข้อแนะนำจาก กรมการศาสนา ดังนี้

1. ก่อนเริ่มพิธีเวียนเทียน พระสงฆ์ประธานในพิธี กล่าวคำนำบูชาในวันมาฆบูชา ทุกคนประนมมือถือดอกไม้ธูปเทียนกล่าวตาม

2. หลังจากกล่าวคำบูชาจบ ประธานสงฆ์จะนำเวียนเทียน โดยเวียนทักษิณาวรรต (เวียนขวา)

รอบที่ 1 รำลึกถึงคุณของพระพุทธเจ้า สวดบท อิติปิโส ภะคะวา

รอบที่ 2 รำลึกคุณพระธรรม สวดบท สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม

รอบที่ 3 รำลึกคุณพระสงฆ์ สวดบท สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ

3. เมื่อเวียนครบ 3 รอบ นำดอกไม้ ธูป เทียน ไปวางไว้ ณ จุดที่กำหนด

สิ่งที่ควรปฎบัติขณะเวียนเทียน

1. เมื่อเริ่มเวียนเทียนให้สำรวม กาย วาจา ใจ

2. รักษาระยะห่างการเดินให้ห่างจากคนข้างหน้า ไม่ให้ความร้อนจากธูป เทียน เป็นอันตรายต่อผู้อื่น

3.เดินเวียนเทียนอย่างเป็นระเบียบ ไมเดินแซงกัน ไม่เร็วไม่ช้าเกินไป

4. ไม่พูดคุย หยอกล้อ ส่งเสียงระกวนผู้อื่นขณะเวียนเทียน

5. เจริญจิตภาวนาระลึกถึง พระพุทธคุณ พระธรรมคุณ และพระสังฆคุณ

6. หลังจากเวียนเทียนเวียนเทียนครบ 3 รอบ ให้นำดอกไม้ ธูป เทียน ไปวางและปักบูชาในที่ที่จัดเตรียมไว้

อานิสงส์ของการเวียนเทียน

  • ทำให้จิตใจตื่นเบิกบาน เกิดความปิติยินดี

  • ทำให้จิตใจสงบบริสุทธิ์ เป็นสมาธิ และเกิดปัญญา

  • ทำให้เข้าใจในสังสารวัฎ การเวียนว่ายตายเกิด

  • ทำให้จิตใจหลุดพ้นจากเวทนาและนิวรณ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้จิตใจเศร้าหมอง

อ่านข่าวอื่น ๆ

วันหยุดกุมภาพันธ์ 2567 : วันสำคัญ วันหยุดยาว เช็กให้ชัวร์ก่อนวางแพลนท่องเที่ยว

รู้จัก "มันซัฟ" อาหารประจำชาติ ที่มาท่าดีใจแข้ง "จอร์แดน"

"29 กุมภาพันธ์" 4 ปีมีหน "ความอลวน" นานนับพันปี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

"พิทยาพร" คว้าแชมป์ จักรยาน "คิงส์คัพ" สนามที่ 2

30 นาทีที่แล้ว

สั่งปิด 1 วัน รร.บ้านบางหว้า หลังเหตุยิงเสียชีวิตใกล้โรงเรียน

48 นาทีที่แล้ว

"โปรจีน" ฉลองวันเกิด ด้วยการทำ 9 อันเดอร์พาร์ รั้งที่ 2

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เปิดยอดผู้ประกันตน 1.2 ล้านคน ประชาพิจารณ์ระเบียบเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ไลฟ์สไตล์ อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...