กรมชลฯ ทยอยระบายน้ำ "เขื่อนแม่กลอง" เป็น 2,500 ลบ.ม./วินาที
วันนี้ (30 ก.ย.2569) นายธเนศ สมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา กรมชลประทาน กล่าวว่า ฝนที่ตกต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ปริมาณน้ำจากแม่น้ำแควใหญ่ แม่น้ำแควน้อยและลำน้ำสาขา ไหลลงสู่แม่น้ำแม่กลองเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ระดับน้ำเหนือเขื่อนแม่กลองมีแนวโน้มสูงขึ้น
กรมชลประทาน จึงทยอยปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนแม่กลองในช่วง 2 วันที่ผ่านมา เพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำที่ไหลลงมาจากตอนบน โดยตั้งแต่เวลา 12.00 น. วันนี้ (30 ก.ย.) ทยอยปรับเพิ่มการระบายน้ำแบบขั้นบันไดเป็น 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (ลบ.ม./วินาที)
นายธเนศ กล่าวว่า การระบายน้ำในอัตราดังกล่าว จะทำให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนแม่กลองสูงขึ้น โดยหลายจุดคาดว่าจะเพิ่มจากระดับปัจจุบันประมาณ 50 เซนติเมตรถึง 1 เมตร ขณะที่น้ำที่ระบายจากเขื่อนจะใช้เวลาประมาณ 17 ชั่วโมง เดินทางถึงพื้นที่ จ.ราชบุรี จึงต้องติดตามระดับน้ำในพื้นที่ท้ายเขื่อนอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ กรมชลประทาน แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ท้ายเขื่อนแม่กลองแล้ว โดยเฉพาะชุมชนริม 2 ฝั่งแม่น้ำแม่กลองใน จ.กาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร ให้เฝ้าระวังและเตรียมรับระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ริมตลิ่ง พร้อมยกของขึ้นที่สูง เคลื่อนย้ายยานพาหนะ สัตว์เลี้ยง รวมถึงอุปกรณ์ทางการเกษตรไปยังพื้นที่ปลอดภัย
ขณะเดียวกัน สำนักงานชลประทานที่ 13 ตั้งศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้าในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย เพื่อบูรณาการและประสานงานกับหน่วยงานในพื้นที่ ติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ พร้อมประเมินความจำเป็นในการจัดเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ เครื่องสูบน้ำและเครื่องผลักดันน้ำ รวมถึงจุดติดตั้ง เพื่อเตรียมพร้อมให้ความช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบในพื้นที่เสี่ยง ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้รับการประสานให้เตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องจักร เครื่องมือและระบบแจ้งเตือนภัย เพื่อพร้อมช่วยเหลือประชาชน
สำหรับลุ่มน้ำเจ้าพระยา วันนี้ (30 ก.ย.) กรมชลประทาน ปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาจาก 2,000 ลบ.ม./วินาที เป็น 2,200 ลบ.ม./วินาที เนื่องจากสถานการณ์น้ำจาก จ.นครสวรรค์ ยังคงเพิ่มขึ้น โดยเช้าวันนี้ปริมาณน้ำที่ไหลผ่านสถานี C.2 จ.นครสวรรค์ อยู่ที่ 2,326 ลบ.ม./วินาที โดยกรมชลประทาน จะพยายามคงอัตราการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาไว้ที่ 2,200 ลบ.ม./วินาที เพื่อลดผลกระทบพื้นที่ท้ายเขื่อน ขณะเดียวกันยังแบ่งน้ำเหนือเขื่อน เข้าระบบชลประทานทั้งฝั่งตะวันตกและตะวันออกอย่างเต็มศักยภาพ รวมประมาณ 594 ลบ.ม./วินาที
ขณะที่ยังมีน้ำจากแม่น้ำปิงด้าน จ.กำแพงเพชร ไหลลงมาเติม จึงต้องติดตามสถานการณ์น้ำจากพื้นที่ตอนบนอย่างใกล้ชิด และประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง หากมีความจำเป็นอาจต้องปรับเพิ่มการระบาย เพื่อให้การบริหารจัดการทั้งลุ่มน้ำให้เหมาะสม
อ่านข่าว :
น้ำท่วม 31 จังหวัด - กทม.เสียชีวิต 4 สระแก้ว 8 คน
"สังขละบุรี" น้ำสูง ท่วมบ้านกว่า 190 หลัง เร่งจัดที่พักพิงชั่วคราว
กรมชลฯ เร่งดึงน้ำฝั่งตะวันออกของ กทม. ทำทางน้ำชั่วคราวช่วย "คลองจั่น"