โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ธปท.จับตาน้ำท่วมยืดเยื้อ กระทบ GDP 0.03-0.1% ห่วงหนี้ครัวเรือนพุ่ง

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ธปท.ประเมินผลกระทบน้ำท่วมปี 2569 ยังไม่ชัดเจน เหตุสถานการณ์ยังไม่สิ้นสุด เบื้องต้นกระทบภาคบริการ ทั้งขนส่ง ค้าปลีก-ค้าส่ง และก่อสร้าง ขณะที่ภาคผลิตยังไม่เสียหายวงกว้าง คาดหากสถานการณ์ยืดเยื้ออาจกระทบ GDP มากกว่า 0.03-0.1% พร้อมจับตาหนี้ครัวเรือนหลังประชาชนเร่งซ่อมแซมบ้าน ด้าน IMF-World Bank 2026 ธปท.มั่นใจพื้นที่จัดประชุมและรัศมี 5 กม. ยังรับมือได้

น.ส.ชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในปี 2569 โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และอีกหลายจังหวัดว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทยได้อย่างชัดเจน เนื่องจากสถานการณ์ยังไม่สิ้นสุด และจำเป็นต้องติดตามพัฒนาการอย่างใกล้ชิด

น.ส.ชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

อย่างไรก็ตาม ผลกระทบที่เห็นได้ชัดในเบื้องต้นอยู่ที่ ภาคบริการ โดยเฉพาะธุรกิจขนส่ง การกระจายสินค้า ร้านค้าปลีกและค้าส่ง รวมถึงพื้นที่โครงการก่อสร้างที่ต้องหยุดชะงักชั่วคราว ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวยังได้รับผลกระทบในวงจำกัด แต่หากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอาจขยายวงกระทบไปยังภาคส่วนอื่นได้

ส่วนภาคการผลิต ขณะนี้ยังไม่พบความเสียหายเป็นวงกว้างต่อโรงงานอุตสาหกรรม แต่ ธปท.จะติดตามสถานการณ์ต่อเนื่อง โดยเฉพาะหากสถานการณ์น้ำท่วมยืดเยื้อ

ลุ้นผลกระทบ GDP หากน้ำท่วมยืดเยื้อ

สำหรับผลกระทบต่อ GDP ปี 2569 นั้น น.ส.ชญาวดีระบุว่า จำเป็นต้องประเมินในภาพรวม เนื่องจากการที่ GDP จะต่ำหรือสูงกว่าประมาณการไม่ได้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์น้ำท่วมเพียงปัจจัยเดียว โดยในส่วนความเสียหายต่อทรัพย์สินนั้นสามารถประเมินได้ แต่ยังต้องติดตามผลในช่วงการซ่อมแซมและก่อสร้าง ซึ่งอาจเข้ามาชดเชยผลกระทบบางส่วน

เบื้องต้นมีการประเมินว่าผลกระทบจากน้ำท่วมอาจอยู่ที่ประมาณ 0.03-0.1% ของ GDP แต่หากสถานการณ์ยังยืดเยื้อและขยายวงกว้าง ผลกระทบอาจมากกว่าระดับดังกล่าวได้ จึงยังไม่สามารถสรุปตัวเลขได้อย่างชัดเจนในขณะนี้

จับตาหนี้ครัวเรือน หลังน้ำลดเร่งซ่อมบ้าน

อีกประเด็นที่ ธปท.ติดตามคือพฤติกรรมการบริโภคของครัวเรือน โดยสถานการณ์น้ำท่วมทำให้ประชาชนมีการซื้อและกักตุนสินค้าเพิ่มขึ้น ส่งผลให้การบริโภคในระยะสั้นปรับตัวเพิ่มขึ้น

หลังสถานการณ์น้ำลดลง สิ่งที่ต้องติดตามต่อคือการซ่อมแซมบ้านเรือนและที่อยู่อาศัย ซึ่งอาจทำให้ประชาชนมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น และอาจส่งผลต่อระดับหนี้สินของครัวเรือนในระยะต่อไป

ทั้งนี้ ธปท.ได้กำชับให้สถาบันการเงินเร่งให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม พร้อมรวบรวมมาตรการช่วยเหลือจากสถาบันการเงิน 16 แห่งไว้บนเว็บไซต์ ธปท. แบ่งเป็นธนาคารพาณิชย์ 10 แห่ง และสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ (SFIs) 6 แห่ง

มาตรการช่วยเหลือครอบคลุมทั้งการลดภาระหนี้เดิม เช่น พักชำระเงินต้น พักชำระดอกเบี้ย ลดค่างวด ขยายระยะเวลาชำระหนี้ และลดอัตราดอกเบี้ย รวมถึงมาตรการเติมสภาพคล่อง เช่น สินเชื่อฉุกเฉินและสินเชื่อเติมเงินสำหรับผู้ประกอบการ SMEs

ธปท.มั่นใจน้ำไม่กระทบประชุม IMF-World Bank 2026

สำหรับการประชุม IMF-World Bank 2026 ซึ่งประเทศไทยมีกำหนดเป็นเจ้าภาพระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม 2569 นั้น ธปท.ได้จัดทำแผนฉุกเฉินเพื่อรองรับสถานการณ์น้ำท่วมแล้ว

จากการประเมินเบื้องต้น หากสามารถบริหารจัดการน้ำเหนือได้ และไม่มีฝนตกลงมาในปริมาณมากเกินไป พื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน โดยเฉพาะบริเวณจัดประชุมและพื้นที่โดยรอบในรัศมี 5 กิโลเมตร ยังไม่น่าจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม และเชื่อว่าจะไม่กระทบต่อการจัดประชุม

อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้เข้าร่วมประชุม โดย ธปท.เห็นว่าควรสื่อสารให้ชัดเจนว่าพื้นที่จัดประชุมและบริเวณโดยรอบรัศมี 5 กิโลเมตร ยังไม่ได้รับผลกระทบ และมีการเตรียมแผนรองรับสถานการณ์ไว้แล้ว

เศรษฐกิจไทย ส.ค.ทรงตัว ส่งออก-ลงทุนเอกชนยังเป็นแรงส่ง

น.ส.ชญาวดียังเปิดเผยภาวะเศรษฐกิจไทยเดือนสิงหาคม 2569 ว่า เศรษฐกิจไทยทรงตัวจากเดือนก่อน โดยอุปสงค์ต่างประเทศทรงตัวตามการส่งออกสินค้า แม้การส่งออกโดยรวมยังอยู่ในระดับสูงจากแรงส่งของวัฏจักรเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของโลก ขณะที่รายรับจากภาคการท่องเที่ยวทรงตัวจากเดือนก่อน

ด้านอุปสงค์ในประเทศปรับเพิ่มขึ้นจากการลงทุนภาคเอกชน โดยเฉพาะการลงทุนในหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการใช้จ่ายในหมวดบริการและสินค้าคงทน ส่วนด้านอุปทานปรับลดลงจากทั้งการผลิตภาคอุตสาหกรรมและกิจกรรมภาคบริการที่เกี่ยวเนื่องกับการผลิต

ขณะที่การใช้จ่ายภาครัฐยังขยายตัวต่อเนื่อง ตามการเบิกจ่ายของทั้งรัฐบาลกลางและรัฐวิสาหกิจ

สำหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปปรับเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน ตามราคาอาหารสดที่สูงขึ้นจากผลผลิตลดลงจากสภาพอากาศแปรปรวนและต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับสูงขึ้น ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานเพิ่มขึ้นตามการทยอยส่งผ่านต้นทุน โดยเฉพาะหมวดอาหารสำเร็จรูป

ธปท.ชี้เศรษฐกิจฟื้น แต่ยังไม่ทั่วถึง

สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยระยะต่อไป ธปท.ประเมินว่าเศรษฐกิจมีแนวโน้มฟื้นตัว แต่การฟื้นตัวยังไม่ทั่วถึง โดยแรงส่งสำคัญมาจากการส่งออกสินค้าและการลงทุนภาคเอกชน ซึ่งได้รับปัจจัยสนับสนุนจากวัฏจักรอิเล็กทรอนิกส์และ AI ของโลก

ขณะที่การบริโภคภาคครัวเรือนมีแรงสนับสนุนจากมาตรการภาครัฐ รวมถึงแนวโน้มรายได้แรงงานที่ปรับดีขึ้นตามการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและราคาสินค้าเกษตร

สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตามในระยะต่อไป ได้แก่ ความต่อเนื่องของวัฏจักรเทคโนโลยีและ AI โลก พัฒนาการของสงครามและนโยบายกีดกันทางการค้าระหว่างประเทศ ผลของมาตรการภาครัฐต่อการบริโภคและการลงทุน ผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมและเอลนีโญ รวมถึงการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...