ธปท.จับตาน้ำท่วมยืดเยื้อ กระทบ GDP 0.03-0.1% ห่วงหนี้ครัวเรือนพุ่ง
ธปท.ประเมินผลกระทบน้ำท่วมปี 2569 ยังไม่ชัดเจน เหตุสถานการณ์ยังไม่สิ้นสุด เบื้องต้นกระทบภาคบริการ ทั้งขนส่ง ค้าปลีก-ค้าส่ง และก่อสร้าง ขณะที่ภาคผลิตยังไม่เสียหายวงกว้าง คาดหากสถานการณ์ยืดเยื้ออาจกระทบ GDP มากกว่า 0.03-0.1% พร้อมจับตาหนี้ครัวเรือนหลังประชาชนเร่งซ่อมแซมบ้าน ด้าน IMF-World Bank 2026 ธปท.มั่นใจพื้นที่จัดประชุมและรัศมี 5 กม. ยังรับมือได้
น.ส.ชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในปี 2569 โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และอีกหลายจังหวัดว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทยได้อย่างชัดเจน เนื่องจากสถานการณ์ยังไม่สิ้นสุด และจำเป็นต้องติดตามพัฒนาการอย่างใกล้ชิด
อย่างไรก็ตาม ผลกระทบที่เห็นได้ชัดในเบื้องต้นอยู่ที่ ภาคบริการ โดยเฉพาะธุรกิจขนส่ง การกระจายสินค้า ร้านค้าปลีกและค้าส่ง รวมถึงพื้นที่โครงการก่อสร้างที่ต้องหยุดชะงักชั่วคราว ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวยังได้รับผลกระทบในวงจำกัด แต่หากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอาจขยายวงกระทบไปยังภาคส่วนอื่นได้
ส่วนภาคการผลิต ขณะนี้ยังไม่พบความเสียหายเป็นวงกว้างต่อโรงงานอุตสาหกรรม แต่ ธปท.จะติดตามสถานการณ์ต่อเนื่อง โดยเฉพาะหากสถานการณ์น้ำท่วมยืดเยื้อ
ลุ้นผลกระทบ GDP หากน้ำท่วมยืดเยื้อ
สำหรับผลกระทบต่อ GDP ปี 2569 นั้น น.ส.ชญาวดีระบุว่า จำเป็นต้องประเมินในภาพรวม เนื่องจากการที่ GDP จะต่ำหรือสูงกว่าประมาณการไม่ได้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์น้ำท่วมเพียงปัจจัยเดียว โดยในส่วนความเสียหายต่อทรัพย์สินนั้นสามารถประเมินได้ แต่ยังต้องติดตามผลในช่วงการซ่อมแซมและก่อสร้าง ซึ่งอาจเข้ามาชดเชยผลกระทบบางส่วน
เบื้องต้นมีการประเมินว่าผลกระทบจากน้ำท่วมอาจอยู่ที่ประมาณ 0.03-0.1% ของ GDP แต่หากสถานการณ์ยังยืดเยื้อและขยายวงกว้าง ผลกระทบอาจมากกว่าระดับดังกล่าวได้ จึงยังไม่สามารถสรุปตัวเลขได้อย่างชัดเจนในขณะนี้
จับตาหนี้ครัวเรือน หลังน้ำลดเร่งซ่อมบ้าน
อีกประเด็นที่ ธปท.ติดตามคือพฤติกรรมการบริโภคของครัวเรือน โดยสถานการณ์น้ำท่วมทำให้ประชาชนมีการซื้อและกักตุนสินค้าเพิ่มขึ้น ส่งผลให้การบริโภคในระยะสั้นปรับตัวเพิ่มขึ้น
หลังสถานการณ์น้ำลดลง สิ่งที่ต้องติดตามต่อคือการซ่อมแซมบ้านเรือนและที่อยู่อาศัย ซึ่งอาจทำให้ประชาชนมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น และอาจส่งผลต่อระดับหนี้สินของครัวเรือนในระยะต่อไป
ทั้งนี้ ธปท.ได้กำชับให้สถาบันการเงินเร่งให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม พร้อมรวบรวมมาตรการช่วยเหลือจากสถาบันการเงิน 16 แห่งไว้บนเว็บไซต์ ธปท. แบ่งเป็นธนาคารพาณิชย์ 10 แห่ง และสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ (SFIs) 6 แห่ง
มาตรการช่วยเหลือครอบคลุมทั้งการลดภาระหนี้เดิม เช่น พักชำระเงินต้น พักชำระดอกเบี้ย ลดค่างวด ขยายระยะเวลาชำระหนี้ และลดอัตราดอกเบี้ย รวมถึงมาตรการเติมสภาพคล่อง เช่น สินเชื่อฉุกเฉินและสินเชื่อเติมเงินสำหรับผู้ประกอบการ SMEs
ธปท.มั่นใจน้ำไม่กระทบประชุม IMF-World Bank 2026
สำหรับการประชุม IMF-World Bank 2026 ซึ่งประเทศไทยมีกำหนดเป็นเจ้าภาพระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม 2569 นั้น ธปท.ได้จัดทำแผนฉุกเฉินเพื่อรองรับสถานการณ์น้ำท่วมแล้ว
จากการประเมินเบื้องต้น หากสามารถบริหารจัดการน้ำเหนือได้ และไม่มีฝนตกลงมาในปริมาณมากเกินไป พื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน โดยเฉพาะบริเวณจัดประชุมและพื้นที่โดยรอบในรัศมี 5 กิโลเมตร ยังไม่น่าจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม และเชื่อว่าจะไม่กระทบต่อการจัดประชุม
อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้เข้าร่วมประชุม โดย ธปท.เห็นว่าควรสื่อสารให้ชัดเจนว่าพื้นที่จัดประชุมและบริเวณโดยรอบรัศมี 5 กิโลเมตร ยังไม่ได้รับผลกระทบ และมีการเตรียมแผนรองรับสถานการณ์ไว้แล้ว
เศรษฐกิจไทย ส.ค.ทรงตัว ส่งออก-ลงทุนเอกชนยังเป็นแรงส่ง
น.ส.ชญาวดียังเปิดเผยภาวะเศรษฐกิจไทยเดือนสิงหาคม 2569 ว่า เศรษฐกิจไทยทรงตัวจากเดือนก่อน โดยอุปสงค์ต่างประเทศทรงตัวตามการส่งออกสินค้า แม้การส่งออกโดยรวมยังอยู่ในระดับสูงจากแรงส่งของวัฏจักรเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของโลก ขณะที่รายรับจากภาคการท่องเที่ยวทรงตัวจากเดือนก่อน
ด้านอุปสงค์ในประเทศปรับเพิ่มขึ้นจากการลงทุนภาคเอกชน โดยเฉพาะการลงทุนในหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการใช้จ่ายในหมวดบริการและสินค้าคงทน ส่วนด้านอุปทานปรับลดลงจากทั้งการผลิตภาคอุตสาหกรรมและกิจกรรมภาคบริการที่เกี่ยวเนื่องกับการผลิต
ขณะที่การใช้จ่ายภาครัฐยังขยายตัวต่อเนื่อง ตามการเบิกจ่ายของทั้งรัฐบาลกลางและรัฐวิสาหกิจ
สำหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปปรับเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน ตามราคาอาหารสดที่สูงขึ้นจากผลผลิตลดลงจากสภาพอากาศแปรปรวนและต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับสูงขึ้น ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานเพิ่มขึ้นตามการทยอยส่งผ่านต้นทุน โดยเฉพาะหมวดอาหารสำเร็จรูป
ธปท.ชี้เศรษฐกิจฟื้น แต่ยังไม่ทั่วถึง
สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยระยะต่อไป ธปท.ประเมินว่าเศรษฐกิจมีแนวโน้มฟื้นตัว แต่การฟื้นตัวยังไม่ทั่วถึง โดยแรงส่งสำคัญมาจากการส่งออกสินค้าและการลงทุนภาคเอกชน ซึ่งได้รับปัจจัยสนับสนุนจากวัฏจักรอิเล็กทรอนิกส์และ AI ของโลก
ขณะที่การบริโภคภาคครัวเรือนมีแรงสนับสนุนจากมาตรการภาครัฐ รวมถึงแนวโน้มรายได้แรงงานที่ปรับดีขึ้นตามการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและราคาสินค้าเกษตร
สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตามในระยะต่อไป ได้แก่ ความต่อเนื่องของวัฏจักรเทคโนโลยีและ AI โลก พัฒนาการของสงครามและนโยบายกีดกันทางการค้าระหว่างประเทศ ผลของมาตรการภาครัฐต่อการบริโภคและการลงทุน ผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมและเอลนีโญ รวมถึงการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว