โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ดองบอร์ดอีอีซียาว 3 เดือน เตะถ่วงแก้สัญญา "ไฮสปีด 3 สนามบิน"

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง - สุวรรณภูมิ - อู่ตะเภา) มูลค่า 224,544.36 ล้านบาท โดยโครงการนี้มีการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) และบริษัท เอเชีย เอราวัน จำกัด (กลุ่มซีพี) เป็นคู่สัญญาร่วมกัน สัญญาสัมปทาน 50 ปี หนึ่งในเมกะโปรเจ็กต์ลงทุนที่ยังคงยืดเยื้อและยังไม่มีท่าที่ว่าจะเดินหน้าไปต่ออย่างไร

แช่แข็งบอร์ดอีอีซี 3 เดือน เตะถ่วง 3 สนามบิน

จากการเจรจาที่ยืดเยื้อมานานสำหรับโครงการไฮสปีด 3 สนามบิน ส่งผลให้ในช่วงที่ผ่านมานายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีคำสั่งปลดนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม ที่กำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EECO และยกเลิกการมอบหมายทำหน้าที่ประธานกรรมการ (บอร์ด) คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก โดยนายกฯจะเข้ามาสานต่อนั่งเป็นประธานบอร์ดแทนนายพิพัฒน์

แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ระบุว่า ตามปกติการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (บอร์ดอีอีซี) จะกำหนดการประชุมทุกๆเดือนอย่างน้อย 1 ครั้ง เพื่ออัพเดตการดำเนินงานโครงการต่างๆในพื้นที่อีอีซีเป็นระยะๆ ตลอดจนการแก้ปัญหาโครงการต่างๆที่เกี่ยวข้อง แต่ปัจจุบันระยะเวลาผ่านไปถึง 3 เดือน พบว่า นายกฯกลับไม่มีการเรียกนัดประชุมบอร์ดอีอีซีแต่อย่างใด

ขณะเดียวกันเป็นที่น่าสังเกตว่า สาเหตุที่นายกฯไม่มีการเรียกประชุมบอร์ดอีอีซี เนื่องจากปัญหาการแก้ไขสัญญาโครงการรถไฟความเร็วสูง 3 สนามบิน ที่ยังไม่ได้ข้อยุติว่าจะเดินหน้าหาทางออกอย่างไร หลังจากที่เอกชนได้ยื่นหนังสือขอใช้สิทธิสิ้นสุดสัญญา ให้เหตุผลว่า ไม่สามารถแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนได้ แม้ต่อมาในการประชุมคณะกรรมการกำกับสัญญา ที่มี รฟท. ,เอกชนคู่สัญญา และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หารือร่วมกัน โดยมีมติให้ กลุ่มซีพีพิจารณาถอนหนังสือฉบับวันที่ 6 ก.ค. 2569 ออกไปก่อน

นัดเจรจาเอกชน 60 วัน

แหล่งข่าวจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ที่ผ่านมาจากการประชุมคณะกรรมการ รฟท. (บอร์ด รฟท.) รับทราบถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินแล้ว หลังจากที่เอกชนคู่สัญญาได้ยื่นหนังสือแจ้งขอใช้สิทธิ์ให้สัญญาโครงการฯ โดย รฟท. ได้ทำหนังสือโต้แย้งกลับไป เนื่องจากมองว่าโครงการนี้เป็นสัญญาทางปกครอง ซึ่งเอกชนไม่สามารถแจ้งยกเลิกสัญญาฝ่ายเดียวได้ หากไม่มีคำสั่งการพิจารณาจากศาลปกครอง

ทั้งนี้จากสถานการณ์ดังกล่าวข้างต้น ส่งผลให้รฟท.ละเอกชนต้องเข้าสู่กระบวนการเจรจาหารือร่วมกันให้ได้ข้อสรุปภายใน 60 วัน หากการเจรจาในระยะเวลาดังกล่าวไม่สามารถหาข้อยุติได้ ส่งผลให้เรื่องนี้เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลปกครองต่อไป ซึ่งตามปกติหากเจรจาแล้วรฟท.ต้องรายงานความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาโครงการฯต่อคณะกรรมการ (บอร์ด) รฟท. รับทราบ

รฟท.เดินหน้าสร้างโยธาเอง

ส่วนสัญญา 4-1 ช่วงบางซื่อ-ดอนเมือง ซึ่งเป็นพื้นที่ทับซ้อนโครงสร้างร่วมกับโครงการรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีด) ไทย-จีน ระยะที่ 1 กรุงเทพ-นครราชสีมา โดยรฟท.ยืนยันที่จะเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างงานโยธาเอง ปัจจุบันรฟท.เตรียมแนวทางการปรับลดเขตงานเพื่อให้ รฟท. รับมาดำเนินการก่อสร้างเอง ซึ่งผ่านการอนุมัติหลักการจากคณะอนุกรรมการฯ แล้ว ขณะนี้ฝ่ายโครงการพิเศษก่อสร้างของ รฟท. อยู่ระหว่างการจัดทำรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องราคา ข้อกำหนด และรายละเอียดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง คาดว่าจะสามารถจัดทำรายละเอียดแล้วเสร็จเพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการ (บอร์ด) รฟท. พิจารณาต่อไป

อย่างไรก็ตาม ในขั้นตอนการเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขออนุมัติดำเนินการก่อสร้างงานโยธาสัญญา 4-1 นั้น รฟท. ไม่สามารถแยกเสนอต่อ ครม. ได้โดยตรงในทันที ซึ่งจะต้องรอมติจากคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (บอร์ดอีอีซี) พิจารณาเกี่ยวกับภาพรวมของโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินก่อน

แหล่งข่าวจากรฟท. กล่าวต่อว่า ขณะนี้ได้รับรายงานว่าสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ได้ทำหนังสือเสนอเรื่องไปยังบอร์ดอีอีซี เพื่อรอนัดประชุมพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ซึ่งมีรายละเอียดเกี่ยวกับแนวทางเลือกในการแก้ไขสัญญาเพื่อดำเนินโครงการต่อ หรือการให้สัญญาเป็นอันสิ้นสุดลง

นอกจากนี้รวมถึงการพิจารณารายละเอียดงานรองรับหากโครงการไม่สามารถไปต่อได้ เช่น การสร้างส่วนต่อขยายแอร์พอร์ตเรลลิงก์ (Airport Rail Link) บนโครงสร้างเดิม และการที่ รฟท. เข้ามาก่อสร้างงานโยธาสัญญา 4-1 เอง ดังนั้น เมื่อบอร์ดอีอีซี มีมติที่ชัดเจนแล้ว จึงจะเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา ให้ รฟท. เดินหน้าก่อสร้างสัญญา 4-1 ได้

เช็ก 4 แนวทางสำรอง

สำหรับ 4 ทางเลือก ที่รฟท.ได้เตรียมแผนรองรับไฮสปีด 3 สนามบิน ประกอบด้วย

  • ทางเลือกที่ 1 เดินหน้าต่อตามสัญญาเดิม โดย รฟท. ยอมลงทุนงานโครงสร้างร่วมช่วงกลางกรุงเทพอภิวัฒน์-ดอนเมือง เอง 20,000 ล้านบาท พร้อมสร้างสายสีแดง Missing Link รวมเป็นเงินลงทุนรัฐสูงสุดที่ 221,150 ล้านบาท
  • ทางเลือกที่ 2 หากยกเลิกสัญญา จะปรับแผนลดงบช่วงสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์-ดอนเมือง เหลือเฉพาะรถไฟไทย-จีน 10,000 ล้านบาท แล้วใช้รถไฟสายสีแดงราง 1 เมตร วิ่งยาวต่อขยายไปถึงอู่ตะเภา โดยให้ผู้โดยสารเปลี่ยนถ่ายขบวนที่ลาดกระบังเพื่อเข้าสุวรรณภูมิ ใช้งบลงทุนรัฐ 153,628 ล้านบาท
  • ทางเลือกที่ 3 ยึดแนวทางเดียวกับทางเลือกที่ 2 แต่เพิ่มการลงทุนสร้างแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ส่วนต่อขยายช่วงพญาไท-สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ อีก 19,515 ล้านบาท เพื่อเพิ่มการเชื่อมต่อเข้าเมือง รวมเป็นวงเงิน 173,143 ล้านบาท
  • ทางเลือกที่ 4 เป็นแนวทางที่ประหยัดงบลงทุนรัฐมากที่สุดอยู่ที่ 127,465 ล้านบาท โดยปรับสายสีแดง Missing Link ให้ใช้โครงสร้างร่วมกับแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ วางรางระบบทางร่วม (Dual Gauge) ช่วงพญาไท-สุวรรณภูมิ และสร้างสายสีแดงต่อขยายจากลาดกระบังไปอู่ตะเภา
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...