"กกร." ปรับGDP ปีนี้โต 2.4-2.6% จับตาเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ
วันนี้ (4 พ.ย.2569) นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เปิดเผยว่า กกร.ปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยปีนี้ คาดว่า GDP จะขยายตัว 2.4-2.6% จากเดิม 2.1-2.5% สอดคล้องกับแนวโน้มภาคการผลิตที่ปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าเทคโนโลยีที่เติบโตโดดเด่น ขณะที่ปรับเพิ่มประมาณการส่งออกเป็นขยายตัว 18-22% จากเดิม 12-16% และปรับลดประมาณการเงินเฟ้อเหลือ 2.1-2.5% จากเดิม 2.5-3%
อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวไม่ทั่วถึง หรือ K-Shape โดยกลุ่มธุรกิจ K ขาขึ้นได้รับประโยชน์จากกระแสการลงทุน AI และ Data Center ขณะที่กลุ่ม K ขาล่างยังเผชิญปัญหากำลังซื้อภายในประเทศอ่อนแอ ทำให้ผลประโยชน์จากการเติบโตกระจุกตัวอยู่ในบางอุตสาหกรรม และยังไม่กระจายไปสู่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่
ดังนั้นจำเป็นต้องเร่งกระจายผลประโยชน์จากกลุ่ม K ขาขึ้นให้เป็นตัวเร่งสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่ม ก่อให้เกิดการจ้างงานคนไทย และเชื่อมโยงการลงทุนกับห่วงโซ่อุปทานในประเทศมากขึ้น ควบคู่กับการยกระดับผู้ประกอบการกลุ่ม K ขาล่าง เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เพื่อให้ธุรกิจไทยได้รับประโยชน์จากการเติบโต และขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อย่างทั่วถึง
ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจโลกยังเผชิญแรงกดดันจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นในระดับ 100-150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลต่อต้นทุนพลังงาน ค่าครองชีพ และเงินเฟ้อ หลายประเทศในยุโรปเริ่มเกิดการชุมนุมประท้วง ขณะที่รัฐบาลมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ เนื่องจากต้องจัดสรรเงินไปดูแลราคาพลังงาน และเสริมสร้างความมั่นคง รวมถึงจัดซื้ออาวุธ ทำให้มีงบประมาณเหลือสำหรับพัฒนาเศรษฐกิจและช่วยเหลือประชาชนน้อยลง
ประธานกกร. กล่าวถึงการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ เป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตา เนื่องจากผลการเลือกตั้งจะมีส่วนกำหนดทิศทางการบริหารประเทศ และการดำเนินนโยบายของรัฐบาลสหรัฐฯ โดยเฉพาะสมดุลเสียงในสภาที่อาจเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งจะส่งผลต่อความคล่องตัวในการผลักดันนโยบายต่าง ๆ ของฝ่ายบริหาร หากเสียงสนับสนุนในสภาเปลี่ยนแปลงไป รัฐบาลอาจต้องพิจารณาการดำเนินนโยบายอย่างรอบคอบมากขึ้น และไม่สามารถผลักดันทุกเรื่องได้โดยง่ายเหมือนเดิม
สำหรับผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสงครามการค้าโลกนั้น ต้องติดตามความคืบหน้าการเจรจาการค้าระหว่างประเทศควบคู่กัน โดยก่อนหน้านี้มีสัญญาณว่าการเจรจาการค้าบางประเด็นอาจมีความคืบหน้า และคาดหวังว่าจะเห็นข่าวดีในเร็วๆ นี้ อย่างไรก็ตาม ทิศทางนโยบายการค้าของสหรัฐฯ หลังการเลือกตั้งกลางเทอมยังเป็นตัวแปรที่ต้องติดตาม เพราะอาจส่งผลต่อความต่อเนื่องของมาตรการทางการค้า ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และบรรยากาศการลงทุนทั่วโลก
อ่านข่าว:
ปิดหีบเลือกตั้งกลางเทอม "เดโมแครต" ลุ้นทวงคืนเสียงข้างมากสภาคองเกรส
"ทองคำ" ขาลง จับตาปัจจัยเสี่ยง "เลือกตั้งสหรัฐฯ" จุดชนวนสงคราม ลุ้นจ้างงานศุกร์นี้
เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ม.หอการค้าฯ ชี้ เปลี่ยนเกมเศรษฐกิจโลก