ธนบัตรเท่านั้นที่ทำให้เราโบยบิน! 6 วิธีเก็บเงินให้เป็น 'เศรษฐี' ในปี 2566
เพราะปีใหม่คือโอกาสดีที่สุดในการ 'เริ่มต้นใหม่'
และไม่ว่าคุณจะเป็นอีกคนที่ล้มแล้วล้มอีกในการสร้างปณิธานการ 'เป็นคนรวย' ก็จงอย่าย่อท้อในการตั้งต้นออมเงินและสร้างตัว เพราะเราเชื่อว่าการจัดการเงินออมและการใช้จ่ายที่ดี จะเป็นเครื่องปูทางให้เรามีเงินเป็นกอบเป็นกำได้ในที่สุด
และวิธีเหล่านี้คือวิธี 'เก็บเงิน' ให้ได้กำไร และอาจทำให้ทุกคนกลายเป็นเศรษฐีได้เมื่อถึงสิ้นปี 2566!
ฝากประจำ
ฝากประจำใครว่าไม่รวย!หากศึกษาเคล็ดลับการออมเงินให้มากพอ เงินออมก็จะงอกเงยเป็นกำไรให้เราได้อุ่นใจในอนาคต
เคล็ดลับง่ายๆ ในการออมให้ 'รวย' คือออมเพิ่มขึ้นตามรายได้ที่เพิ่มขึ้น ไม่ถอนพร่ำเพรื่อ จัดสรรเงินออมให้เหมาะสม ลองแบ่งเป็นการออมฉุกเฉิน และออมเพื่อลงทุน เพราะการออมเงินไม่ได้มีเพียงการฝากเงินก้อนไว้ในธนาคารเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการนำไปลงทุนเพื่อหวังผลตอบแทนระยะยาว
ทำรายรับ-รายจ่าย
ผลสำรวจจากเว็บไซต์การเงินแห่งหนึ่งบอกว่า เหตุผลชาวอเมริกันที่ตอบแบบสอบถามกว่า 26% ต้องการเก็บเงินคือสะสมเงินก้อนเอาไว้ใช้เมื่อมีเหตุฉุกเฉิน อีกส่วนหนึ่งบอกว่าต้องการซื้อของชิ้นใหญ่อย่างทีวี หรือรถยนต์
และไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรทำรายรับรายจ่ายเพื่อดูว่าเราเสียเงินไปกับอะไรในแต่ละเดือนเป็นการเริ่มต้นที่ดีที่สุด ส่วนการแบ่งสัดส่วนรายรับรายจ่ายที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินแนะนำ คือการใช้เงินในชีวิตประจำวัน 50% ของเงินเดือน 30% ไปกับค่าใช้จ่ายไม่ประจำ (ซื้อของเข้าบ้าน, เสื้อผ้า) และอีก 20% ไปกับการออมเงิน
จัดระเบียบ 'ประกันชีวิต'
ในวัยผู้ใหญ่ เชื่อว่าหลายคนปวดหัวกับ 'การทำประกัน' มานักต่อนัก เพราะประกันแต่ละเจ้า แต่ละโปรแกรม ก็มีจุดเด่นจุดด้อยที่แตกต่างกัน และควรเลือกประกันชีวิตที่เหมาะกับช่วงวัยของเราเพื่อการใช้งานที่เหมาะสม และผลตอบแทนที่คุ้มค่า
ตัวอย่างเช่น ในวัยเริ่มทำงาน (20-30) ควรเลือกซื้อประกันที่เหมาะกับการสร้างฐานะในอนาคต เช่น ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ วัยสร้างครอบครัวสำหรับคนมีคู่ (31-50) ก็อาจเหมาะกับการสร้างหลักประกันให้ชีวิต เช่น ประกันชีวิตตลอดชีพ หรือประกันชีวิตแบบชดเชยรายได้ จนถึงวัยก่อนเกษียณ (50 ปีขึ้นไป) ที่ควรโฟกัสที่ประกันสุขภาพและการคุ้มครองโรคร้ายแรง
ลองเปรียบเทียบประกันแต่ละเจ้า ซื้อใหม่เมื่อถึงช่วงวัย และ 'ยกเลิก' ถ้าจำเป็น
ลดบิลค่าใช้จ่ายในบ้าน
หากต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นค่าหอพัก คอนโดฯ หรือบ้านเดี่ยว การจัดการบิลค่าใช้จ่ายในบ้านก็เป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะเมื่อสังเกตรายจ่ายอย่างละเอียด จะพบว่าหลายครั้งเงินที่ปลิวออกไป อาจมาจากค่าใช้จ่ายที่เราหลีกเลี่ยงได้
ยกตัวอย่างเช่นเรื่องการประหยัดพลังงานที่เราอาจหลงลืมไปในบางครั้ง อย่างการเปลี่ยนมาใช้หลอดไฟประหยัดพลังงาน การล้างแอร์ หรือแม้กระทั่งบ้านที่มีงบเยอะหน่อย ก็ลองพิจารณาการเปลี่ยนไปใช้พลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อการประหยัดพลังงานในระยะยาว
อ่านเพิ่มเติม : เงินเก็บที่เคยมี.. ตอนนี้มันหายไปไหนหมดนะ
เริ่มหาวิธีสร้าง Passive Income
มนุษย์เงินเดือนส่วนใหญ่พึ่งรายได้หลักๆ จาก 'Active Income' หรือรายได้ที่เกิดจากการทำงาน การใช้สมองและแรงงานแลกมา และเป็นรายได้ประจำ เช่น เงินเดือน ส่วนรายได้อีกอย่างหนึ่งเรียกว่า 'Passive Income' หรือรายได้ที่เกิดจากการลงทุน คืนกำไรแบบไม่ต้องลงแรงเพิ่มในทุกเดือนเหมือน Active Income อาจเป็นรายได้จากกิจกรรมที่ต้องใช้เวลาอย่าง เงินปันผลหุ้น หรืออสังหาริมทรัพย์
สำหรับไอเดียที่จะเพิ่มพูน Passive Income ก็มีตั้งแต่การซื้อประกันออมทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนระยะยาว ลงทุนในกองทุนรวม หรือลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งแต่ละวิธีก็เป็นวิธีที่เหมาะสมแต่บุคคลแตกต่างกันไป อย่าลืมว่าทุกการลงทุนมีความเสี่ยง หาข้อมูลให้เยอะก่อนลงมือ เพราะแทนที่จะได้กลายเป็นเสือนอนกินอย่างที่หวัง อาจกลายเป็นเสือไม่มีจะกินก่อนสิ้นปี
กระทำการ 'วัยรุ่นสร้างตัว'
ก่อนจะคิดฝันถึงการมีธุรกิจหมื่นล้าน หลายคนน่าจะเคยได้ยินประโยคที่ว่า 50% ของธุรกิจเกิดใหม่นั้นพังไม่เป็นท่าในปีแรก อีก 95% รอดในปีแรก แต่พังใน 5 ปีหลัง ซึ่งเป็นการสำรวจของ U.S. Small Business Administration
เราจึงอยากแนะนำว่าก้าวแรกของการ 'สร้างตัว' ขอให้พิจารณาจากสิ่งที่เราทำได้ดีและมีความรู้มากกว่าใคร อย่าดูแคลนงานเสริมจำพวกรับจ้าง เพราะอย่าลืมว่าไม่ว่าจะในสนามใด ก็ย่อมต้องการผู้เชี่ยวชาญเสมอ
หากเราเก่งเรื่องถ่ายภาพ ลองหางานถ่ายภาพสินค้า หากเราเก่งเรื่องการเขียน ลองหางานเขียนบทความ อาจรับจ้างพิสูจน์อักษร รับจ้างหาข้อมูล อย่าลืมว่างานรับจ้างในโลกนี้มีหลากหลายมากๆ เริ่มจากสิ่งที่เราเก่ง จากนั้นไอเดียธุรกิจจะเริ่มเป็นรูปเป็นร่างเอง
-
ที่มา :