เปิดประวัติ "พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์" แคนดิเดตนายกฯ พรรคเศรษฐกิจ
พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ หรือ "ตี๋" เกิดเมื่อวันที่ 13 พ.ย.2506 ในครอบครัวที่ทำธุรกิจโรงหล่อพระ เขาจบการศึกษาจาก รร.เซนต์คาเบรียล และเป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 22 (ตท.22) ก่อนจะได้รับทุนไปศึกษาต่อด้านการทหารที่สหรัฐอเมริกา เส้นทางรับราชการทหารเติบโตมาในสายงานยานเกราะและมวลชน โดยเคยลงไปปฏิบัติหน้าที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเวลาหลายปี และตำแหน่งสำคัญสุดท้ายก่อนเกษียณคือ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สถานีโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5 (ททบ.5)
พล.อ.รังษี เริ่มต้นบทบาททางการเมืองอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 26 เม.ย.2568 โดยได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ของพรรคเส้นด้าย ซึ่งในวันเดียวกันได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็น "พรรคเศรษฐกิจ" (Economic Party : ECON) การปรับเปลี่ยนครั้งนี้ไม่ใช่เพียงชื่อ แต่เป็นการปรับอุดมการณ์จากพรรคที่ขับเคลื่อนเชิงภาคประชาสังคมไปสู่แนวทาง "ชาตินิยมเศรษฐกิจ" และการใช้อำนาจรัฐที่เข้มแข็งเพื่อแก้ไขปัญหาโครงสร้างประเทศ
ในการเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 ก.พ.2569 พรรคเศรษฐกิจได้รับหมายเลข 11 สำหรับแบบบัญชีรายชื่อ และได้เสนอชื่อ พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเพียงหนึ่งเดียวของพรรค
พล.อ.รังษี สร้างความฮือฮาด้วยนโยบาย "Zero Corruption" ที่เสนอให้มีการแก้ไขกฎหมายเพิ่มโทษประหารชีวิตสำหรับข้าราชการและนักการเมืองที่ทุจริตตาม ม.157 โดยไม่มีการลดโทษ เพื่อกวาดล้างปัญหาคอร์รัปชันที่เขาเรียกว่า "เหวมรณะ" ของประเทศ นอกจากนี้ยังมีนโยบายปฏิรูปตำรวจโดยแยกอำนาจสอบสวนออกจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ในด้านเศรษฐกิจ เขาเสนอโครงการ "Ocean Link Strategy" และแผนการสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อมโยงไทยเข้ากับลาว พม่า มาเลเซีย อินเดีย และสิงคโปร์ เพื่อเข้าถึงประชากรในภูมิภาคกว่า 1,700 ล้านคน โดยตั้งเป้ายกระดับรายได้เฉลี่ยต่อหัวของคนไทยให้ถึง 20,000 ดอลลาร์สหรัฐภายใน 10 ปี
กระแสความนิยมและจุดยืนด้านความมั่นคง
ชื่อของ พล.อ.รังษี เริ่มปรากฏในโพลสำรวจความคิดเห็นในอันดับต้น ๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสานที่เขามีคะแนนนิยมติด 1 ใน 7 อันดับแรก จากผลสำรวจของนิด้าโพลช่วงปลายปี 2568 ความนิยมส่วนหนึ่งมาจากบุคลิกที่เด็ดขาดและท่าทีที่แข็งกร้าวต่อประเด็นความมั่นคงชายแดน โดยเฉพาะกรณีข้อพิพาทบริเวณปราสาทตาควายกับกัมพูชา ซึ่งเขาได้แสดงจุดยืนปกป้องอธิปไตยไทยอย่างดุดัน ทำให้ได้รับแรงสนับสนุนจากกลุ่มผู้เลือกตั้งสายอนุรักษนิยมและชาตินิยม
พล.อ.รังษี ย้ำว่าการก้าวเข้าสู่การเมืองคือ "ภารกิจเพื่อชาติ" เพื่อสร้างขั้วการเมืองที่ 3 ที่เป็นทางเลือกใหม่ให้กับประชาชนที่เบื่อหน่ายความขัดแย้งเดิม ๆ โดยเน้นความมั่นคงของรัฐเป็นพื้นฐานของการพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืน
อ่านข่าวอื่น :
เจาะโปรไฟล์ "กัณวีร์ สืบแสง" แคนดิเดตนายกฯ หนึ่งเดียวของพรรคพลวัต
ย้อนเส้นทางการเมือง "ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า" แคนดิเดตนายกฯ พรรคกล้าธรรม
เปิดประวัติ "โภคิน พลกุล" หนึ่งในแคนดิเดตนายกฯ "ไทยสร้างไทย"
เปิดประวัติ "นราพัฒน์ แก้วทอง" แคนดิเดตนายกฯ ลำดับที่ 3 "รวมไทยสร้างชาติ"