โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตำรวจเดินหน้าสางคดีทุจริตสอบท้องถิ่น ขีดเส้นรายงานนายกฯภายใน 30 วัน

ไทยโพสต์

อัพเดต 10 กรกฎาคม 2569 เวลา 1.50 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ผบ.ตร.เรียกประชุมคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีทุจริตสอบท้องถิ่น ชุดนายกฯแต่งตั้ง "รองนายกฯปกรณ์" เป็นประธาน กำหนดกรอบการทำงาน 20 วัน ก่อนสรุปรายงานเสนอนายกฯภายใน 30 วัน ชี้คดีอาญาเป็นหน้าที่ ป.ป.ช. ดำเนินการ

9 กรกฎาคม 2569 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, ป.ป.ท., ป.ป.ง., ก.พ. และสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เพื่อกำหนดแนวทางการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการสอบคัดเลือกท้องถิ่น

โดยภายหลังการประชุมนานกว่า 2 ชั่วโมง 30 นาที พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการแบ่งหน้าที่ของคณะทำงาน ภายใต้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่มีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน โดยคณะทำงานมีหน้าที่รวบรวมข้อเท็จจริงและตรวจสอบผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ บริษัทเอกชน หรือผู้เข้าสอบ เพื่อรายงานผลต่อคณะกรรมการชุดใหญ่

"เบื้องต้นได้กำหนดกรอบการทำงานให้แล้วเสร็จภายใน 20 วัน ก่อนสรุปรายงานเสนอให้นายกรัฐมนตรีภายใน 30 วัน โดยคณะทำงานจะตรวจสอบทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย เพื่อหาว่าขั้นตอนใดของกระบวนการสอบมีความบกพร่อง และมีบุคคลใดเกี่ยวข้องบ้าง"

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวอีกว่า การตรวจสอบจะครอบคลุมบุคคลที่เกี่ยวข้องประมาณ 6,000 คน ซึ่งจะแบ่งกลุ่มเพื่อตรวจสอบเป็นรายกรณี หากพบพฤติการณ์ที่อาจเข้าข่ายกระทำผิด จะดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานตามขั้นตอน ส่วนบุคคลที่ถูกกล่าวถึงในสังคม เช่น น.ส.ส้ม และนายกฤษ นายกเทศมนตรีตำบลควนรัง จังหวัดสงขลา รวมถึงผู้ที่โพสต์ข้อความเกี่ยวกับการสอบในจังหวัดพังงา ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานว่ามีส่วนร่วมในการทุจริต แต่คณะทำงานจะเชิญทั้งหมดมาให้ข้อมูลประกอบการตรวจสอบ

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวว่า คณะทำงานชุดนี้ไม่มีอำนาจควบคุมตัวหรือดำเนินคดีอาญา หากภายหลังพบพยานหลักฐานจนมีการออกหมายจับ จะเป็นอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช. ในการดำเนินการตามกฎหมาย หากดําเนินการไม่แล้วเสร็จตามกรอบ 20 วัน จำเป็นสามารถขยายระยะเวลาการตรวจสอบออกไปได้ แต่เชื่อมั่นว่าคณะทำงานจะสามารถรวบรวมข้อเท็จจริงและสรุปผลได้ภายในกรอบเวลาที่กำหนด พร้อมยืนยันด้วยว่า การตรวจสอบของคณะทำงานชุดนี้ เป็นคนละส่วนกับคดีที่กระทรวงมหาดไทยแจ้งความกับกองปราบปรามในข้อหาปลอมแปลงเอกสาร รวมถึงคดีร้องเรียนกรณีปลัดจังหวัดภูเก็ตเรียกรับผลประโยชน์จากการสอบท้องถิ่น ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกองบังคับการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) โดยตรง

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวอีกว่า การตั้งคณะทำงานที่มีหลายหน่วยงานร่วมกันตรวจสอบในครั้งนี้ ไม่ใช่การฟอกขาวหรือช่วยเหลือบุคคลใด แต่มีเป้าหมายเพื่อค้นหาข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน และดำเนินการกับผู้ที่กระทำผิดอย่างตรงไปตรงมา ตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะเดียวกันขึ้นอีกในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...