โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ส่งต่อแนวคิดความยั่งยืนสู่วงการกาแฟ ให้คนไทยได้เข้าถึงกาแฟคุณภาพดี กับงานใหญ่แห่งปี “Thailand Coffee Fest 2024: Regeneration”

นิตยสารคิด

อัพเดต 11 ก.ค. 2567 เวลา 02.34 น. • เผยแพร่ 11 ก.ค. 2567 เวลา 02.34 น.
thailand-coffee-fest-2024-cover

งานใหญ่รวมตัวคอมมูนิตี้คนรักกาแฟจากทั่วประเทศ คัดสรรกาแฟดีทั้งจากเกษตรกรไทยและจากต่างประเทศมาให้ทุกคนเข้าถึงได้ง่ายขึ้น Thailand Coffee Fest 2024 ในปีนี้กลับมาพร้อมแนวคิด “Regeneration” เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์อุตสาหกรรมกาแฟไทย ให้ต่อยอดไปสู่ความยั่งยืนตั้งแต่คนต้นน้ำอย่างเกษตรกร ไปจนถึงปลายน้ำอย่างผู้บริโภค

คุณช้างน้อย กุญชร ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการ บริษัท คลาวด์แอนด์กราวนด์ จำกัด

คุณช้างน้อย กุญชร ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการ บริษัท คลาวด์แอนด์กราวนด์ จำกัด ได้ให้นิยามของ Regeneration ว่า ความหมายของคำนี้แปลว่าการฟื้นฟู แต่ทางผู้จัดงานไม่ได้อยากจะสื่อว่าพวกเขากำลังฟื้นฟูสิ่งที่ไม่ดีให้กลายเป็นสิ่งที่ดี แต่กำลังมุ่งฟื้นฟูสิ่งที่ดีอยู่แล้วให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไปต่างหาก โดยความหมายในการฟื้นฟูวงการกาแฟผ่านงาน Thailand Coffee Fest นั้นก็มีหลายระดับ

ระดับแรก คือการคิดในฐานะที่เป็นผู้บริโภคและผู้จัดงาน Thailand Coffee Fest ว่าจะทำอย่างไรให้วงการกาแฟดีขึ้นได้บ้าง โดยอย่างแรกที่เขาต้องการจะทำคือการจัดให้ทุกคนได้เห็นงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การยกเอาคอนเซ็ปต์การปลูกกาแฟในระบบนิเวศที่ดีมานำเสนอในงาน และการเชิญชวนให้ผู้เข้าร่วมงานได้ทำตามไกด์ไลน์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การแยกขยะ การให้ผู้เข้าร่วมงานกรอกแบบฟอร์มที่หน้างานว่าเดินทางมางานด้วยวิธีไหน ซึ่งทุกอย่างนั้นนำมาวัดผลเป็นการสรุปรวมยอดคาร์บอนฟุตพรินต์ที่เกิดจากการจัดงานได้ มีการค้าขายอย่างเป็นธรรม เช่น เชิญชวนกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าเกษตรกรจากบนดอยมาขายของที่งาน มีการร่วมแลกเปลี่ยนเสวนาเพื่อให้วงการกาแฟเดินหน้าต่อไปได้ด้วยความเข้าอกเข้าใจกันและกัน

ระดับที่สอง ในแง่ของห่วงโซ่อุปทานหรือ Supply Chain ของการผลิตกาแฟ ไม่ว่าจะเป็นคนต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ รวมทั้งนักธุรกิจ ต้องช่วยกันขับเคลื่อนให้กาแฟดีขึ้น

ส่วนในระดับสาม ที่เป็นระดับมหภาคนั้น ภาครัฐต้องร่วมด้วย หากคิดว่าโมเดลนี้ดี ควรมีการพิจารณาว่าจะสามารถนำไปใช้กับผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ได้อีกหรือไม่ หรืออาจนำไปใช้ในวงการเกษตรอื่น ๆ ในประเทศไทยให้สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศได้อีก ไม่ใช่เพียงแค่วงการกาแฟเท่านั้น

ทั้งหมดนี้จึงเป็นจุดมุ่งหมายสำคัญของการจัดงาน Thailand Coffee Fest 2024 ภายใต้แนวคิด Regeneration ในปีนี้

คุณณัฏฐ์รดา คุณะวิวัฒนานนท์ นายกสมาคมกาแฟพิเศษไทย

ด้านคุณณัฏฐ์รดา คุณะวิวัฒนานนท์ นายกสมาคมกาแฟพิเศษไทย ได้แชร์นิยามของคำว่ากาแฟพิเศษ หรือ Specialty Coffee ว่ามีปัจจัยสองด้านที่จะสามารถนิยามกาแฟนั้น ๆ ว่าเป็นกาแฟพิเศษได้

หนึ่ง คือปัจจัยที่จับต้องได้ คือการให้คะแนนตามมาตรฐานของสมาคมกาแฟพิเศษระดับโลก (Specialty Coffee Association : SCA) ซึ่งคะแนนที่เมล็ดกาแฟจำเป็นต้องผ่านการพิจารณาให้ถึงมาตรฐานกาแฟพิเศษนั้นคือ 80 คะแนนขึ้นไป (เต็ม 100 คะแนน) และต้องไม่มีข้อบกพร่องรุนแรงที่มาจากการเพาะปลูกหรือการผลิต เช่น เมล็ดเน่า เมล็ดไม่งาม การเก็บเมล็ดหรือกรรมวิธีการผลิตไม่ดี เพราะกาแฟพิเศษนั้นต้องดีตั้งแต่ต้น

สอง คือปัจจัยที่สมาคมกาแฟพิเศษไทยให้ความสำคัญมาก ได้แก่ การที่ทุกชีวิตที่แตะกาแฟแก้วนี้ต้องดีขึ้น ตั้งแต่ผู้ผลิต เกษตรกร คนคั่วเมล็ด คนขาย คนชง ไปจนถึงผู้บริโภคที่ได้ดื่มกาแฟแก้วนี้ ต้องมีชีวิตที่ดีขึ้น เธอได้ยกตัวอย่างว่า หากกาแฟดี แต่สภาพแวดล้อมบริเวณที่ปลูกไม่ดี ป่าไม้หายไปหมด หรือใช้แรงงานเด็ก ปัจจัยเหล่านี้ที่ไม่ได้ทำให้ชีวิตคนกาแฟดีขึ้น จะไม่ถูกนำมาพิจารณาเป็นกาแฟพิเศษ

เมื่อนำสองข้อนี้มาประกอบกัน จะได้มาซึ่งกาแฟพิเศษที่รสชาติดี มีคาแรกเตอร์เป็นของตัวเองทั้งจากแหล่งปลูกนั้น ๆ และสายพันธุ์ของตัวเอง โดยที่คุณภาพชีวิตของคนในอุตสาหกรรมกาแฟยังคงดีอยู่

คุณณัฏฐ์รดา ยังได้กล่าวถึงสถานการณ์ภาพรวมของอุตสาหกรรมกาแฟพิเศษไทยในปัจจุบันอีกด้วยว่า วงการกาแฟไทยในตอนนี้นั้นเติบโตเร็วมาก ทั้งในแง่จำนวนผู้บริโภค จำนวนผู้ประกอบการ และมูลค่าการซื้อขายในตลาด และด้วยความที่อุตสาหกรรมได้เติบโตอย่างรวดเร็วนี้ ทำให้การแข่งขันสูงขึ้น ส่งผลในแง่ดีคือทำให้ผู้บริโภครู้จักเลือกดื่มกาแฟที่คุณภาพดีเช่นเดียวกัน เมื่อผู้บริโภคเข้าใจเรื่องกาแฟและเปิดใจกับการดื่มกาแฟรสชาติใหม่ ๆ ก็จะทำให้ผู้ประกอบการสามารถนำกาแฟที่หลากหลายมานำเสนอได้เช่นเดียวกัน

จุดมุ่งหมายของสมาคมกาแฟพิเศษไทย คือการทำให้กาแฟไทยกลายเป็นกาแฟพิเศษ ในปัจจุบันมีคนรุ่นใหม่เข้ามาร่วมพัฒนาวงการกาแฟไทยมากขึ้น ทั้งเกษตรกรที่มีคนรุ่นใหม่ ๆ เข้ามาและเก่งขึ้นเช่นกัน และยังได้เสริมอีกด้วยว่าหากทรัพยากรบุคคลได้รับการพัฒนาและยกระดับคุณภาพขึ้น ทั้งอุตสากรรมก็จะสามารถพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว

จากสถิติพบว่า คนไทยบริโภคกาแฟกันอยู่ที่ประมาณ 90,000 ตัน ในขณะที่ปัญหาสิ่งแวดล้อม ทำให้เกษตรกรไทยยังไม่สามารถเพิ่มการผลิตได้มากตามความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น โดยอุตสาหกรรมกาแฟไทยในขณะนี้ผลิตได้ประมาณ 30,000 ตันต่อปี ทำให้อีก 60,000 ตันที่เหลือนั้นต้องนำเข้าจากต่างประเทศ และเนื่องจากกำลังการผลิตที่น้อยกว่าต่างชาติ เนื่องจากข้อเสียเปรียบทางด้านพื้นที่และสภาพอากาศ ทำให้ทางสมาคมพยายามผลักดันให้กาแฟไทยกลายเป็นอุตสาหกรรมกาแฟพิเศษ เพื่อให้สามารถแข่งขันกับต่างชาติในเรื่องรสชาติและคุณภาพได้ เพราะอุตสาหกรรมกาแฟในประเทศไทยไม่สามารถแข่งได้ในเรื่องของปริมาณ

ในงาน Thailand Coffee Fest 2024 นี้จะเป็นงานที่รวมเอาทั้งกาแฟพิเศษไทย และกาแฟพิเศษจากต่างประเทศมาให้คนไทยได้ลองชิม เพื่อนำรสชาติของกาแฟต่างชาติมาเปรียบเทียบกับกาแฟไทยภายในงาน เพื่อให้ผู้บริโภคได้รู้ว่ากาแฟไทยก็สู้กาแฟต่างชาติได้เช่นเดียวกัน

คุณอายุ จือปา กรรมการสมาคมกาแฟพิเศษไทย

คุณอายุ จือปา กรรมการสมาคมกาแฟพิเศษไทย ตัวแทนคนต้นน้ำสายธารอุตสาหกรรมกาแฟ และตัวแทนเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟในประเทศไทย ได้กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันเกษตรกรที่ปลูกกาแฟในไทยนั้นอายุน้อยลงเรื่อย ๆ เมื่อก่อนคนปลูกกาแฟส่วนใหญ่จะเป็นคนในช่วงวัยประมาณ 40 ปีขึ้นไป แต่ทุกวันนี้มีคนอายุในช่วงวัย 20 ปีจำนวนไม่น้อยเลย ที่สามารถปลูกกาแฟให้ได้คะแนนตามมาตรฐานของสมาคมกาแฟพิเศษคือ 80 คะแนนขึ้นไป หมายความว่าอุตสาหกรรมกาแฟในปัจจุบันมีคนเจเนอเรชันใหม่ที่เข้าไปพัฒนาในด้านของต้นน้ำอย่างเกษตรกร คนรุ่นใหม่ที่เข้าถึงการศึกษาได้มากกว่าคนรุ่นก่อน ย่อมร่วมกันนำองค์ความรู้มาพัฒนาการเกษตรให้ยั่งยืนขึ้นได้ นอกจากนี้เทคโนโลยีในปัจจุบันที่เข้าถึงเกษตรกรได้มากขึ้น ยังทำให้ผู้ประกอบการสามารถสื่อสารกับเกษตรกรได้โดยตรง แม้จะอยู่บนดอยหรืออยู่ห่างไกลจากตัวเมือง เกษตรกรก็สามารถเข้าถึงองค์ความรู้ได้เช่นกัน เมื่อองค์ความรู้กระจายต่อ ๆ ไปในพื้นที่ ทำให้เกษตรกรรู้ว่าควรจะปลูกกาแฟอย่างไรให้ถูกใจผู้บริโภค

ในขณะที่เรากำลังเผชิญกับปัญหาสิ่งแวดล้อม เกษตรกรเหล่านี้ก็ตื่นตัวเช่นเดียวกัน พวกเขาเริ่มพิจารณาว่าสภาพภูมิประเทศหรือพื้นที่ในการปลูกกาแฟของพวกเขา ที่ผ่านมานั้นไม่ได้ยั่งยืนมากพอ ปัจจุบันมีเกษตรกรหลายคนที่ทำ Agroforesty (วนเกษตร) คือการผสมผสานพื้นที่เพาะปลูกเข้ากับพื้นที่ป่าไม้ โดยเหล่าเกษตรกรได้มีการหันมาหาความรู้ว่าปลูกกาแฟในป่านั้นดีอย่างไร และจะสามารถรักษาพื้นที่ป่า พื้นที่สิ่งแวดล้อมได้ดีแค่ไหน ยิ่งไปกว่านั้น เกษตรกรยุคใหม่ไม่ได้หยุดอยู่แค่การพูดถึง Agroforesty เท่านั้น แต่ไปถึง Agroeconomy (นิเวศเกษตร) ซึ่งมีรายละเอียดยิบย่อยมากกว่านั้น ถึงขั้นที่มีการคิดถึงว่าปลูกกาแฟกับต้นอะไรถึงจะให้ผลผลิตที่ดี รสชาติเป็นที่น่าพึงพอใจ คุณอายุยกตัวอย่างว่า หากเกษตรกรปลูกกาแฟกับอโวคาโดทั้งสวน อาจสามารถพูดได้ว่าเป็น Agroforesty เพราะเป็นป่า แต่อาจจะยังไม่ชัดเจนพอ เพราะอโวคาโดต้องการน้ำปริมาณมาก ทำให้กาแฟที่ปลูกร่วมกันแห้งตายไป ฉะนั้นเกษตรกรจึงต้องมองให้ลึกไปถึงรากว่าต้องปลูกต้นอะไรควบคู่กัน ให้เป็นระบบนิเวศแบบป่าที่เหมาะสมกับกาแฟ แนวคิด Agroeconomy จึงเข้ามาตอบโจทย์ปัญหานี้ให้กับเหล่าเกษตรกร ซึ่งเกษตรกรยุคนี้มีความรู้ในเรื่องเหล่านี้มากยิ่งขึ้น พวกเขาต้องมองให้ลึกขนาดที่ว่า ก่อนที่จะปลูกกาแฟต้องปลูกต้นอะไรเพื่อปรับดินและทำให้พื้นที่เหมาะสมกับการปลูกกาแฟ หรือหากปลูกกาแฟจะทำให้โตไปเป็นไม้ร่มเงาได้ดี หรือหากปลูกพืชชนิดนี้คู่กันจะสามารถกลายเป็นอาหารนก ทำให้ระบบนิเวศดีขึ้นได้ เป็นต้น

ต้นน้ำอย่างเกษตรกรนั้น ไม่ได้มองถึงแค่ความยั่งยืนของกาแฟ แต่พวกเขามองถึงระบบนิเวศโดยรวม เช่น จะสามารถรักษาแร่ธาตุในดินอย่างไรให้ควบคู่ไปกับการเกษตร ทำอย่างไรจึงจะฟื้นฟูระบบนิเวศในป่าได้ คุณอายุยังเสริมอีกด้วยว่า แม้ในปัจจุบันไร่กาแฟต่าง ๆ จะเปิดให้เข้าชมในเชิงท่องเที่ยว แต่การท่องเที่ยวไร่กาแฟไม่สามารถกลายเป็นการท่องเที่ยวกระแสหลักที่รับนักท่องเที่ยวจำนวนมากได้แน่นอน เนื่องจากไร่กาแฟส่วนใหญ่นั้นทำการเกษตรแบบพึ่งพิงธรรมชาติ หากมีจำนวนนักท่องเที่ยวมากเกินไปอาจทำลายระบบนิเวศในป่าไม้ได้ การท่องเที่ยวไร่กาแฟในปัจจุบันจึงเป็นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เป็นส่วนใหญ่

ในงาน Thailand Coffee Fest 2024 : Regeneration ในครั้งนี้จึงถือว่าเป็นงานใหญ่ที่รวมตัวคอมมูนิตีคนรักกาแฟตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพราะจะมีทั้งเกษตรกรที่มาร่วมแลกเปลี่ยนพูดคุย ให้องค์ความรู้ในเรื่องการเพาะปลูกและการรักษาระบบนิเวศ กลางน้ำอย่างผู้ประกอบการที่ขนทัพกันมาจากทั่วประเทศ และปลายน้ำอย่างผู้บริโภคที่รักในรสชาติของกาแฟมารวมตัวกัน ภายใต้แนวคิดเพื่อความยั่งยืนตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าถึงงาน นอกจากนี้ยังมีกาแฟพิเศษทั้งจากในประเทศและต่างประเทศมาให้ทดลองชิม นอกจากนี้ยังมีอีกหลากหลายกิจกรรมให้คุณได้ร่วมรับชม ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันชิมสุดยอดกาแฟพิเศษไทย การแข่งขันสุดยอดนักชงเอสเย็น เมนูกาแฟที่เป็นซิกเนเจอร์ของประเทศไทย หรือการแข่งขันเพื่อเฟ้นหาแชมป์บาริสตาประจำประเทศไทยไปท้าชิงต่อในระดับโลก และยังมีกิจกรรมเวิร์กช็อปสุดพิเศษอีกมากมาย

ร่วมสัมผัสประสบการณ์จากกาแฟแก้วใหม่จากงาน Thailand Coffee Fest 2024 คอมมูนิตีที่หลอมรวมธรรมชาติ-กาแฟ-ผู้คน เข้าด้วยกัน ในวันที่ 11-14 กรกฎาคม 2567 ณ อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 5-8 ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมและรายละเอียดกิจกรรมในแต่ละวันได้ที่เฟซบุ๊ก Thailand Coffee Fest https://www.facebook.com/ThailandCoffeeFest หรือเว็บไซต์ https://thailandcoffeefest.org

ภาพ : Thailand Coffee Fest

เรื่อง : ชลธิชา แสงสีดา

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ไลฟ์สไตล์ อื่น ๆ

8 มีนาคม “วันสตรีสากล” เริ่มในสหรัฐฯ ขยายไปยุโรป และมีส่วนสำคัญในการปฏิวัติรัสเซีย

ศิลปวัฒนธรรม
18
+

3 ผลกระทบจากการมีเซ็กซ์ถี่เกินไป หมอเตือน "ท่านี้" เสี่ยงกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

sanook.com

"วิธีเก็บกุ้งสด" อยู่ได้นานหลายเดือน เนื้อยังเด้งหวานเหมือนเพิ่งขึ้นมาจากบ่อ

sanook.com

ดูบอลสด ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แมนซิตี้ เอฟเอคัพ วันนี้ 7 มี.ค.69

PostToday

มูลนิธิสว่างเบญจธรรมสมุทรสงคราม ทุ่ม 12 ล้าน จัดงานเก็บศพไร้ญาติ ครั้งที่ 3 เชิญชวนสาธุชนร่วมบุญใหญ่

77kaoded

รศ. ดร.ณัฐพร ฉัตรแถม ผู้นำงานวิจัยไทยร่วมกับ NASA สู่สถานีอวกาศนานาชาติ

SPACEMAN
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...