โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วิทยาศาสตร์ สำหรับเยาวชน : อาหารดูแลหัวใจ .. ราคาดีต่อใจ สบายกระเป๋า : แมงลัก

แนวหน้า

เผยแพร่ 19 ต.ค. 2567 เวลา 17.00 น.

แมงลัก

เม็ดแมงลัก มีประสิทธิภาพในการช่วยปรับปรุงระดับคอเลสเตอรอลในเลือดได้ โดยใยอาหารเพคตินจะทำหน้าที่ขัดขวางการดูดซึมคอเลสเตอรอลในลำไส้ และอาจส่งผลให้ระดับคอเลสเตอรอลในเลือดลดลง มีกรดไขมันโอเมก้า 3ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายชื่อว่ากรดอัลฟาไลโปอิก (ALA)ในปริมาณมากด้วย และด้วยปัจจัยทั้ง 3 อย่างนี้ จึงอาจช่วยทำให้เม็ดแมงลักมีประโยชน์ในการช่วยลดความเสี่ยงของโรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือดได้ และนอกจากนี้เม็ดแมงลักยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพอีกหลายด้าน ดังนี้

1.อุดมไปด้วยสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย เม็ดแมงลักอุดมไปด้วยแคลเซียม แมกนีเซียม และธาตุเหล็ก ซึ่งเป็นแร่ธาตุสำคัญที่ร่างกายจำเป็นต้องใช้ ทั้งใช้ในการเสริมสร้างกระดูกและการทำงานของกล้ามเนื้อ รวมถึงใช้ในการผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดงด้วย นอกจากนี้ เม็ดแมงลักยังมีกรดไขมันกรดอัลฟาไลโปอิก (ALA) ในปริมาณมาก ซึ่งเป็นกรดไขมันสำคัญที่มีประโยชน์แต่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นมาได้เอง

2.มีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระ ในเม็ดแมงลักอุดมไปด้วยสารประกอบจากพืชที่สำคัญอยู่หลายชนิด เช่น ลาโวนอยด์ (Flavonoids) และโพลีฟีนอล (Polyphenols) สารเหล่านี้จะมีคุณสมบัติในการช่วยปกป้องเซลล์จากอนุมูลอิสระที่เป็นปัจจัยสำคัญในการทำให้เซลล์อักเสบเสียหาย รวมถึงอาจช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเรื้อรังต่างๆ โดยเฉพาะโรคมะเร็งได้ด้วย

3.ช่วยควบคุมน้ำหนัก เม็ดแมงลัก 1 ช้อนโต๊ะ หรือประมาณ 13 กรัม มีใยอาหารมากถึง 7 กรัม ซึ่งถือเป็น 25% ของปริมาณใยอาหารที่ควรบริโภคต่อวันเลยทีเดียว การรับประทานอาหารที่มีใยอาหารสูงจะช่วยให้รู้สึกอยู่ท้องได้นานแม้จะรับประทานไปในปริมาณน้อย นอกจากนี้ ใยอาหารชนิดหนึ่งในเม็ดแมงลักที่ชื่อว่าเพคตินอาจช่วยเพิ่มฮอร์โมนที่ทำให้รู้สึกอิ่ม เม็ดแมงลักจึงมีประสิทธิภาพในการช่วยควบคุมอาหารได้

4.ช่วยในการขับถ่าย เพคตินในเม็ดแมงลักเป็นใยอาหารที่มีคุณสมบัติเป็นพรีไบโอติก จึงอาจช่วยเพิ่มจำนวนของแบคทีเรียที่มีประโยชน์ต่อลำไส้และช่วยบำรุงสุขภาพลำไส้ได้ นอกจากนี้ใยอาหารจากเม็ดแมงลักที่ร่างกายย่อยไม่ได้จะกลายเป็นกากที่ช่วยกระตุ้นให้ลำไส้บีบตัวและทำให้ขับถ่ายง่ายขึ้น การรับประทานเม็ดแมงลักจึงอาจช่วยป้องกันหรือรักษาอาการท้องผูกได้นั่นเอง

5.อาจมีคุณสมบัติต้านโรคเบาหวาน เม็ดแมงลักอาจมีประสิทธิภาพในการช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ซึ่งระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงเกินไปเป็นปัจจัยหนึ่งที่สามารถนำไปสู่การเกิดโรคเบาหวานได้ นอกจากนี้ งานวิจัยในหนูทดลองยังพบว่าสารสกัดจากเม็ดแมงลักสามารถช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดและลดน้ำหนักตัวของหนูที่เป็นโรคเบาหวานได้ด้วย

6.อาจช่วยลดไขมันในเลือด เม็ดแมงลักอาจมีประสิทธิภาพในการช่วยปรับปรุงระดับคอเลสเตอรอลในเลือดได้ โดยใยอาหารเพคตินจะทำหน้าที่ขัดขวางการดูดซึมคอเลสเตอรอลในลำไส้ และอาจส่งผลให้ระดับคอเลสเตอรอลในเลือดลดลง นอกจากนี้ งานวิจัยในสัตว์ทดลองยังพบอีกว่า น้ำมันสกัดจากเม็ดแมงลักอาจสามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและไขมันไตรกลีเซอไรด์ในเลือดได้ด้วย

7.อาจช่วยป้องกันโรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด นอกจากเม็ดแมงลักจะมีคุณสมบัติในการช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือด และช่วยต้านอนุมูลอิสระแล้ว ยังมีกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายชื่อว่ากรดอัลฟาไลโปอิก (ALA)ในปริมาณมากด้วย และด้วยปัจจัยทั้ง 3 อย่างนี้ จึงอาจช่วยทำให้เม็ดแมงลักมีประโยชน์ในการช่วยลดความเสี่ยงของโรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือดได้นั่นเอง

วิธีรับประทานเม็ดแมงลักอย่างไรให้ปลอดภัยต่อสุขภาพ

การแช่เม็ดแมงลัก 1 ช้อนโต๊ะ ควรใช้น้ำประมาณ 1 ถ้วยตวง และแช่ไว้ประมาณ 15 นาทีเพื่อให้เม็ดแมงลักสามารถพองตัวได้เต็มที่ ไม่ควรรับประทานเม็ดแมงลักที่ยังไม่พองตัว หรือยังพองตัวได้ไม่เต็มที่ เพราะอาจทำให้เกิดการดูดน้ำจากลำไส้หรืออาจนำไปสู่การเกิดภาวะขาดน้ำได้

เม็ดแมงลักมีใยอาหารสูง หากรับประทานในปริมาณที่มากเกินไปอาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น ท้องอืด ปวดท้อง หรือท้องเสียได้

สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...