โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จับตาพายุลูกใหม่ “บาหวี่” อีสาน-กลาง-อันดามัน เสี่ยงฝนหนักท่วมฉับพลัน

Thai PBS

อัพเดต 29 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

วันนี้ ( 11 ก.ค.2569) นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่องคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบน และฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันตก ด้านตะวันตกของภาคกลาง และภาคตะวันออก ระหว่างวันที่ 10 – 15 ก.ค. 2569 โดยเฉพาะ 5 จังหวัด ได้แก่ ระนอง พังงา จันทบุรี ตราด และกาญจนบุรี ให้ระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก รวมถึงพายุไต้ฝุ่นบาหวี่ แม้ไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย แต่จะทำให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ปกคลุมประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้น เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนสะสมได้ พี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ดังกล่าวจึงควรเตรียมแปลงปลูกให้พร้อม ป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้

นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร

ดังนั้นกรมฯแนะนำให้พี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งอันดามัน ร่วมกันประเมินสถานการณ์ สำรวจพื้นที่เสี่ยง เพื่อเตรียมการป้องกันและลดผลกระทบจากอิทธิพลของพายุไต้ฝุ่น บาหวี่ เช่น ตัดแต่งกิ่งพืชลดความเสียหายจากลมพายุ และเตรียมช่องทางการระบายน้ำออกจากพื้นที่ป้องกันน้ำขัง เป็นต้น โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 11 – 12 ก.ค. 2569 ที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ซึ่งปกคลุมประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้น นอกจากนี้ พยากรณ์โดยรวมทุกภาคของประเทศไทยช่วงกลางเดือนก.ค.2569 จะมีฝนเฉลี่ยร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ ตลอดจนการพยากรณ์ในเดือนส.ค.2569 จะมีฝนทั่วประเทศเฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ 85 ซึ่งสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องอาจทำให้เกิดความเสียหายต่อพืช ผลผลิตการเกษตร และพื้นที่แปลงปลูกได้ จึงควรเตรียมการป้องกันในระยะยาว

อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวเพิ่มเติมว่า อิทธิพลความแปรปรวนของสภาพอากาศประกอบกับสถานการณ์เอลนิโญที่ทวีความรุนแรงในปี 2569 ซึ่งอาจก่อให้เกิดฝนตกสะสมในระหว่างเดือนก.ค.-ส.ค. 2569 ดังนั้น นอกจากพี่น้องเกษตรกรไทยจะเตรียมพื้นที่รับมือก่อนและขณะเผชิญหน้ากับอิทธิพลของพายุแล้ว จะต้องพัฒนาทักษะและศักยภาพที่เกี่ยวข้องกับการปรับตัวเพื่อประกอบอาชีพการเกษตรผ่านความแปรปรวนของการเกิดภัยพิบัติสามารถฟื้นฟูพืชและพื้นที่การเกษตรหลังเผชิญภัยพิบัติให้กลับสู่สถานการณ์ปกติด้วย

ไม่ว่าจะเป็นทักษะประเมินสภาพต้นพืชและดินปลูก องค์ความรู้และความสามารถผลิตชีวภัณฑ์ดูแลรักษาพืชด้วยตนเองอย่างเหมาะสม ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตรสนับสนุนให้เกิดการรวมกลุ่มของเกษตรกรมาอย่างต่อเนื่องผ่านศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน และศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน เพื่อให้เกษตรกรร่วมปฏิบัติจริงในการผลิตเชื้อราไตรโคเดอร์มากำจัดโรคพืช และเชื้อราเมตาไรเซียมกำจัดแมลงศัตรูพืชเป็นต้น พร้อมป้องกันและฟื้นฟูการทำเกษตรในทุกสภาพอากาศ

สำหรับการช่วยเหลือเกษตรกรตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ กรณีเกิดความเสียหายจะตรวจสอบทะเบียนเกษตรกรที่เป็นปัจจุบัน เมื่อจังหวัดประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินแล้ว จะดำเนินการตามขั้นตอนขอรับการช่วยเหลือที่กำหนด ไม่เกิน 90 วัน นับแต่วันเกิดภัย อย่างไรก็ตาม เกษตรกรควรเตรียมพร้อมป้องกันภัยธรรมชาติและติดตามพยากรณ์อากาศอย่างต่อเนื่อง หากต้องการคำแนะนำและความช่วยเหลือเพิ่มเติมให้แจ้งเจ้าหน้าที่เกษตรตำบลในพื้นที่ทันที

อ่านข่าว:

พายุคลื่นลมแรงพัดเรือประมงอับปางอ่าวแสมสาร - ทร.ช่วย 7 ชีวิตปลอดภัย

เตือน 5 จังหวัดฝนตกหนักมาก เสี่ยงน้ำท่วม-น้ำป่าหลาก 11-14 ก.ค.

พิษ "ไมสัก" ตราดน้ำป่าไหลหลาก เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอนเฝ้าระวังเต็มกำลัง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

โปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ "พระครูศรีวชิรสุธี" เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ

39 นาทีที่แล้ว

อีสาน แดน(อีส)ปลาดิบ วัฒนธรรม ความแซ่บ และพยาธิใบไม้ตับ

54 นาทีที่แล้ว

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ทั่วไป อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...