โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านเดินหน้าต่อ สศช.ชี้หนุนเศรษฐกิจ-เร่งเปลี่ยนผ่านพลังงาน

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
เลขาธิการ สศช. ระบุคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ชี้ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ช่วยให้รัฐบาลเดินหน้าแผนรับมือวิกฤตพลังงาน สร้างความเชื่อมั่นเศรษฐกิจ พร้อมเร่งมาตรการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานอย่างเป็นรูปธรรม

พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เดินหน้าหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่า พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตพลังงาน และสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 วงเงิน 400,000 ล้านบาท ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ว่า ถือเป็นผลดีต่อการดำเนินนโยบายของรัฐบาล เพราะจะทำให้แผนงานที่เตรียมไว้สามารถเดินหน้าต่อได้

นายดนุชา ระบุว่า แม้คำวินิจฉัยจะทำให้การดำเนินโครงการมีความชัดเจนมากขึ้น แต่รัฐบาลยังคงต้องติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านอย่างใกล้ชิด เนื่องจากยังมีความไม่แน่นอนและอาจส่งผลต่อทิศทางราคาพลังงานโลก ซึ่งประเทศไทยจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมเพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

มั่นใจงบกู้ช่วยสร้างความเชื่อมั่นเศรษฐกิจ

เลขาธิการ สศช. กล่าวว่า การทยอยเบิกจ่ายงบประมาณภายใต้ พ.ร.ก.กู้เงิน จะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นต่อภาคเศรษฐกิจภายในประเทศ และส่งผลดีต่อการตัดสินใจลงทุนของภาคเอกชน ทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจมีเสถียรภาพมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของมาตรการจะขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของการเบิกจ่ายงบประมาณ โดยเฉพาะวงเงินที่จัดสรรไว้เพื่อดำเนินมาตรการต่าง ๆ ว่าจะสามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมายที่กำหนดหรือไม่

เร่งวางมาตรการเปลี่ยนผ่านพลังงาน เน้นลดการพึ่งพาฟอสซิล

สำหรับวงเงินในส่วนของการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน นายดนุชา เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาได้มีการหารือถึงแนวทางสนับสนุนให้ประชาชนติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าในระยะยาว ขณะที่รายละเอียดของรูปแบบการสนับสนุนยังอยู่ระหว่างการพิจารณา

นอกจากนี้ ยังเน้นให้มาตรการต่าง ๆ มุ่งส่งเสริมการประหยัดพลังงานเป็นหลัก ส่วนแนวคิดของกระทรวงคมนาคมในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ยังต้องกำหนดรูปแบบให้ชัดเจน โดยเฉพาะข้อเสนอเกี่ยวกับการนำรถเก่ามาแลกรถใหม่ ซึ่งยังมีข้อจำกัดเรื่องการบริหารจัดการรถยนต์ที่ถูกเปลี่ยนออกจากระบบ จึงจำเป็นต้องพิจารณาทางเลือกอื่นเพิ่มเติม

ชี้โครงการรัฐควรมุ่งประโยชน์ถึงประชาชน

กรณีที่มีข้อสังเกตเกี่ยวกับโครงการของกระทรวงมหาดไทย เช่น การจัดซื้อรถเก็บขยะและรถพยาบาลไฟฟ้า รวมถึงระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อการเกษตร ว่าเข้าข่ายการใช้งบฉุกเฉินตามเจตนารมณ์ของ พ.ร.ก.หรือไม่ นายดนุชา กล่าวว่า โครงการภาครัฐเป็นอีกประเด็นหนึ่ง แต่การใช้เงินควรมุ่งเป้าไปยังประชาชนเป็นสำคัญ เพื่อช่วยลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล และจะต้องพิจารณาแนวทางดำเนินงานให้เหมาะสมต่อไป

สมาร์ทกริดจำเป็น แต่ใช้งบกู้ฉบับนี้ไม่ได้

ส่วนข้อเสนอให้นำงบกู้ไปพัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) นายดนุชา ระบุว่า โครงการดังกล่าวมีความจำเป็นและอยู่ในแผนการดำเนินงานแล้ว แต่ไม่สามารถใช้งบจาก พ.ร.ก.กู้เงินฉบับนี้ได้ เนื่องจากติดเงื่อนไขที่กำหนดให้ต้องใช้เงินภายในเดือนกันยายน 2570

ขณะที่โครงการสมาร์ทกริดเป็นการลงทุนระยะยาว และต้องดำเนินการผ่านหน่วยงานรัฐวิสาหกิจด้านไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง ซึ่งต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีก่อน จึงอาจใช้ระยะเวลาดำเนินการนานกว่ากรอบเวลาของ พ.ร.ก.ดังกล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...