โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“กัณฑรา” แนะจับตาเจรจาภาษี “ทรัมป์” หากต่ำ 18% ลุ้น SET พุ่งแตะ 1,180 จุด

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 04 ก.ค. 2568 เวลา 03.39 น. • เผยแพร่ 04 ก.ค. 2568 เวลา 03.38 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นายกัณฑรา ลดาวัลย์ ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการบริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) หรือ FSS เปิดเผยผ่านรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2568 ว่า ตลาดหุ้นไทยในระยะสั้นยังคงรอความชัดเจนของอัตราภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ ซึ่งหากออกมาต่ำกว่า 18% จะเป็นบวกต่อบรรยากาศการลงทุน มีโอกาสที่ดัชนี SET จะวิ่งขึ้นไปแตะระดับ 1,180 จุดได้ ขณะที่กรณีออกมาที่ 18%-20% ตลาดได้คาดการณ์ไว้แล้ว แต่หากสูงกว่า 20% อาจกดดันดัชนีให้ปรับตัวลง

นอกจากนี้ยังต้องติดตามเงื่อนไขแนบของข้อตกลง เช่น การเปิดตลาดสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ แบบปลอดภาษี ซึ่งอาจกระทบความสามารถในการแข่งขันของไทย หากแลกเปลี่ยนไม่เป็นธรรมกับประเทศอื่น เช่น เวียดนาม ที่เปิดรับเต็มรูปแบบและต้นทุนต่ำกว่าไทยมาก

ส่วนด้านเทคนิค ตลาดหุ้นไทยได้ผ่านช่วง Double Bottom แล้ว และผ่านแนวต้านที่ 1,120 จุด ซึ่งเคยเป็นแนวรับสำคัญมาก่อน ถือเป็นสัญญาณทางบวก ทั้งนี้ยังเห็นสัญญาณจากแรงซื้อของกองทุนในประเทศต่อเนื่องหลายวันติดต่อกัน ชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มตลาดในระยะข้างหน้า

ขณะเดียวกัน ภาพรวมเศรษฐกิจและการเมืองเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น โดยตลาดคลายกังวลกรณีศาลรัฐธรรมนูญ ขณะที่นักลงทุนจับตาการพิจารณาร่างงบประมาณปี 2569 ในเดือนสิงหาคม ซึ่งหากผ่านได้จะหนุนการกระตุ้นเศรษฐกิจ และเสริมความเชื่อมั่นต่อนโยบายของภาครัฐ

ด้านกลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้เน้นหุ้นพื้นฐานแข็งแกร่งที่มีราคาต่ำกว่ามูลค่าที่เหมาะสม เช่น GULF ที่มีพื้นฐานแข็งแรงและราคาหุ้นยังต่ำกว่ามูลค่าประเมินที่ 56 บาท พร้อมทั้งมีปัจจัยบวกจากการควบรวมและการเติบโตของธุรกิจ Data Center

อีกหนึ่งหุ้นแนะนำคือ NSL ซึ่งประเมินราคาพื้นฐานไว้ที่ 45 บาท และคาดการณ์ว่าในปี 2568 จะเติบโตราว 22% และในปี 2569 จะเติบโตต่อเนื่องอีก 10% ทั้งนี้ ราคาหุ้นยังไม่สะท้อนศักยภาพการเติบโตเต็มที่

นายกัณฑราย้ำว่า หุ้นพื้นฐานหลายตัวในตลาดขณะนี้มีอัพไซด์สูงอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรอบหลายปี นักลงทุนทั้งหน้าเก่าและใหม่ควรใช้จังหวะนี้ศึกษาและทยอยสะสมหุ้นพื้นฐานดีเพื่อโอกาสในการลงทุนระยะยาว พร้อมเตือนให้หลีกเลี่ยงหุ้นไร้ปัจจัยพื้นฐานซึ่งไม่มีแรงหนุนเมื่อตลาดฟื้นตัว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...