ปิดฉาก 8 ปี "พาวเวลล์" คุมเฟดย้ำ "ความซื่อสัตย์" ประเมินค่ามิได้
วันนี้ (1 พ.ค.2569) สำนักข่าว CNN รายงานเมื่อวันพุธที่ 30 เม.ย.ที่ผ่านมา เจอโรม พาวเวลล์ ได้เสร็จสิ้นการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) นัดสุดท้ายในบทบาทประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ซึ่งถือเป็นการปิดฉากวาระ 8 ปีที่เต็มไปด้วยความท้าทายระดับโลก ตลอดการทำงานภายใต้การบริหารของ ปธน.สหรัฐฯ ถึง 3 สมัย พาวเวลล์ต้องผ่านการประชุมกำหนดอัตราดอกเบี้ยถึง 66 ครั้ง และต้องตัดสินใจในสถานการณ์ที่ยากลำบากที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์การเงินโลก
อย่างไรก็ตาม แม้วาระการดำรงตำแหน่งประธานจะสิ้นสุดลงในวันที่ 15 พ.ค.นี้ แต่เขายังตัดสินใจปฏิบัติหน้าที่ในคณะกรรมการเฟดต่อไปในตำแหน่ง "ผู้ว่าการ" (Governor) จนกว่าการตรวจสอบจากกระทรวงยุติธรรมเกี่ยวกับกรณีข้อพิพาทเรื่องที่พักและการดำเนินงานบางประการจะเสร็จสิ้นอย่างโปร่งใส
หากย้อนมองดูผลงานชิ้นสำคัญของพาวเวลล์ ในช่วงเริ่มต้นวิกฤตโควิด-19 เมื่อเดือน มี.ค.2563 พาวเวลล์สวมบทบาทเป็น "หน่วยกู้ภัยด่านแรก" ของระบบเศรษฐกิจ โดยการเรียกประชุมฉุกเฉินถึง 2 ครั้งภายในเดือนเดียว เพื่อลดอัตราดอกเบี้ยลงอย่างรวดเร็วสู่ระดับใกล้ 0% ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่เฉียบขาดเพื่อป้องกันไม่ให้เศรษฐกิจโลกเข้าสู่สภาวะตกต่ำครั้งใหญ่ เขายอมรับในเวลานั้นว่า การลดดอกเบี้ยไม่สามารถหยุดการติดเชื้อได้ แต่มันคือเครื่องมือสำคัญในการรักษาเสถียรภาพของตลาดการเงินที่กำลังจะล่มสลายให้กลับมาขับเคลื่อนได้อีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม เส้นทางของเขาไม่ได้ราบรื่นเสมอไป ในช่วงหลังการระบาดใหญ่ พาวเวลล์ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากการประเมินว่าสภาวะเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นเป็นเพียงเรื่อง "ชั่วคราว" (Transitory) จนกระทั่งเงินเฟ้อพุ่งทะยานสู่ระดับสูงสุดในรอบ 40 ปี ทำให้เขาต้องตัดสินใจยอมรับความผิดพลาดและประกาศ "เกษียณ" คำว่าชั่วคราวทิ้งไป
พร้อมปรับเปลี่ยนนโยบายเป็นการขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรุนแรงแบบที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในการประชุมนัดเดียวถึงร้อยละ 0.75 หลายครั้งติดต่อกัน แม้จะรู้ดีว่าการตัดสินใจนี้จะสร้างความเจ็บปวดให้กับภาคครัวเรือนและธุรกิจ แต่เขายืนยันว่า "การไม่สามารถรักษาเสถียรภาพของราคาได้ จะสร้างความเจ็บปวดที่ยิ่งใหญ่กว่าในอนาคต"
จุดเด่นที่สุดในยุคของพาวเวลล์คือการปกป้อง "ความเป็นอิสระของธนาคารกลาง" จากการแทรกแซงทางการเมือง โดยเฉพาะความขัดแย้งอย่างรุนแรงกับโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เคยออกมาวิพากษ์วิจารณ์เขาด้วยถ้อยคำที่รุนแรงหลายครั้ง แต่พาวเวลล์เลือกที่จะวางตัวเป็นกลางและยึดถือข้อมูลทางเศรษฐกิจเป็นที่ตั้งมากกว่าแรงกดดันทางการเมือง เขาเคยกล่าวเน้นย้ำถึงความซื่อสัตย์ในวิชาชีพไว้ในการสัมภาษณ์รายการ 60 Minutes ว่า
ความซื่อสัตย์เป็นสิ่งประเมินค่าไม่ได้ และในท้ายที่สุดนั่นคือสิ่งเดียวที่คุณจะมีติดตัวไป
เจอโรม พาวเวลล์ มักจะเล่าถึงเส้นทางชีวิตของเขาเพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่เสมอ เขาไม่ได้เริ่มต้นอาชีพด้วยความเชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ในทันที แต่ผ่านการทำงานหลากหลายรูปแบบและเคยพบกับช่วงเวลาที่มองหาเป้าหมายชีวิตไม่เจอ การก้าวขึ้นมาเป็นผู้ที่มีอิทธิพลสูงสุดในโลกการเงินจึงเป็นผลมาจากความมุ่งมั่นและความรับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างเข้มงวด
มรดกที่เขาทิ้งไว้หลังก้าวลงจากตำแหน่งประธานเฟด จึงไม่ใช่เพียงตัวเลขเศรษฐกิจหรืออัตราดอกเบี้ย แต่คือการวางรากฐานความเป็นอิสระและความน่าเชื่อถือให้แก่ธนาคารกลางสหรัฐฯ ในฐานะสถาบันที่ประชาชนสามารถพึ่งพาได้ในยามวิกฤต
อ่านข่าวอื่น :
อาลัย "มั่น พัธโนทัย" อดีตรองนายกฯ รัฐมนตรีหลายสมัย สิริอายุ 85 ปี
"ทรัมป์" เผยไม่อยากใส่ "เสื้อเกราะกันกระสุน" กังวลดูอ้วน
พีต เฮกเซธ อ้างสงครามยุติลงแล้ว ก่อนเส้นตาย 60 วัน ต้องขออนุมัติสภาทำสงคราม
#เจอโรมพาวเวลล์ #ธนาคารกลางสหรัฐ #เฟด #นโยบายการเงิน #เศรษฐกิจโลก #ดอกเบี้ยเฟด #เงินเฟ้อ #ประวัติศาสตร์การเงิน #อิสระของเฟด #ข่าวเศรษฐกิจต่างประเทศ