โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เปิดแอร์งีบในรถ สุดท้ายไม่ตื่น! สาวดับไม่รู้ตัว แพทย์ชี้สาเหตุ เตือน 5 พฤติกรรมเสี่ยง

sanook.com

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
อุทาหรณ์หญิงวัย 30 เสียชีวิตในรถ หลังจอดรถเปิดแอร์นอนหลับ แพทย์ชี้สาเหตุ พร้อมเตือนภัย 5 พฤติกรรมเสี่ยง คร่าชีวิตไม่รู้ตัว แล้วแบบไหนถึงปลอดภัย

อุทาหรณ์หญิงวัย 30 เสียชีวิตในรถ หลังจอดรถเปิดแอร์หลับ แพทย์ชี้สาเหตุ พร้อมเตือน 5 พฤติกรรมเสี่ยง แล้วแบบไหนปลอดภัย

อากาศร้อนจัดทำให้หลายคนเลือกนั่งพักในรถ เปิดแอร์เย็นๆ แล้วงีบหลับเพื่อคลายความเหนื่อยล้า แต่พฤติกรรมที่ดูเหมือนไม่อันตรายนี้ กลับอาจกลายเป็นความเสี่ยงร้ายแรงถึงชีวิตได้ หลังเกิดเหตุสะเทือนใจในเมืองเซินเจิ้น ประเทศจีน เมื่อหญิงวัยประมาณ 30 ปี ถูกพบเสียชีวิตภายในรถยนต์ ขณะเปิดเครื่องปรับอากาศและปิดประตูรถสนิท

เหตุการณ์ดังกล่าวกลายเป็นอุทาหรณ์สำคัญที่ถูกพูดถึงในวงกว้าง พร้อมกระตุ้นให้หลายคนตั้งคำถามว่า “นอนในรถเปิดแอร์” ปลอดภัยจริงหรือไม่ และมีความเสี่ยงอะไรซ่อนอยู่

หญิงวัย 30 ถูกพบหมดสติในรถกลางวันแสกๆ หลังงีบเปิดแอร์

รายงานระบุว่า เหตุเกิดขึ้นช่วงเวลาประมาณ 16.00 น. ในเขตเป่าอัน เมืองเซินเจิ้น ประเทศจีน เมื่อเจ้าหน้าที่ดูแลถนนที่ออกตรวจพื้นที่สังเกตเห็นรถยนต์คันหนึ่งจอดอยู่เป็นเวลานานบนถนนเหวินซิน

เมื่อเดินเข้าไปตรวจสอบ พบหญิงวัยราว 30 ปี นอนนิ่งอยู่บริเวณที่นั่งคนขับ และไม่มีการเคลื่อนไหวของหน้าอกคล้ายไม่มีการหายใจ เจ้าหน้าที่จึงรีบแจ้งหน่วยกู้ภัยและตำรวจเข้าช่วยเหลือทันที

เจ้าหน้าที่ต้องทุบกระจกรถเพื่อนำตัวหญิงคนดังกล่าวออกมา แม้ทีมแพทย์จะพยายามช่วยชีวิตอย่างต่อเนื่องนานกว่าครึ่งชั่วโมง แต่สุดท้ายไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ โดยในที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยการบาดเจ็บจากแรงกระแทก ขณะที่ประตูรถปิดสนิทและระบบปรับอากาศยังเปิดใช้งานอยู่

แพทย์ชี้เสี่ยง “พิษคาร์บอนมอนอกไซด์” ก๊าซไร้กลิ่นที่อันตรายถึงชีวิต

นพ.จ้าว หย่าหลี่ หัวหน้าแผนกโรคระบบทางเดินหายใจ โรงพยาบาลประชาชนฟู่หยง เมืองเซินเจิ้น ให้ความเห็นว่า สาเหตุของเหตุการณ์นี้อาจเกี่ยวข้องกับภาวะพิษจากก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (Carbon Monoxide Poisoning)

แพทย์อธิบายว่า การเปิดแอร์ในรถไม่ได้ทำให้เกิดอันตรายโดยตรงเสมอไป แต่ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นหากรถจอดนิ่ง เปิดเครื่องยนต์เดินเบาเป็นเวลานาน โดยเฉพาะในพื้นที่อากาศถ่ายเทไม่ดี เช่น โรงจอดรถ อาคารจอดรถ หรือบริเวณอับลม

ในสถานการณ์ดังกล่าว ไอเสียจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงที่ไม่สมบูรณ์อาจทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์สะสมใต้ท้องรถ ก่อนค่อยๆ แทรกซึมเข้าสู่ห้องโดยสารผ่านระบบระบายอากาศ

สิ่งที่น่ากังวลคือ ก๊าซชนิดนี้ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น และไม่สามารถสังเกตได้ง่าย ผู้ที่ยังมีสติอาจเริ่มรู้สึกเวียนศีรษะ เหนื่อย หายใจติดขัด หรืออ่อนแรง และสามารถออกจากรถได้ทันเวลา แต่หากอยู่ในภาวะหลับ อาการอาจลุกลามจนหมดสติและเข้าสู่ภาวะโคม่าโดยไม่รู้ตัว ภายในเวลาเพียงประมาณ 20–30 นาที

5 พฤติกรรมเสี่ยงใช้แอร์รถผิดวิธีช่วงอากาศร้อน

นอกจากการงีบหลับในรถที่ปิดมิดชิด แพทย์ยังเตือนถึงพฤติกรรมที่หลายคนทำเป็นประจำโดยไม่รู้ว่าอาจกระทบทั้งสุขภาพและประสิทธิภาพของรถ

  • เปิดแอร์แรงทันทีหลังขึ้นรถ – หลังรถจอดตากแดด อุณหภูมิภายในอาจสูงมาก ควรเปิดกระจกให้อากาศร้อนระบายออกก่อน แล้วค่อยเปิดแอร์เพื่อช่วยลดภาระระบบทำความเย็น
  • ปรับช่องลมเป่าลงพื้นรถตลอด – เพราะอากาศเย็นจะไหลลงต่ำอยู่แล้ว การหันช่องลมขึ้นด้านบนช่วยกระจายความเย็นได้ทั่วถึงกว่า
  • เปิดโหมดหมุนเวียนอากาศภายในตลอดเวลา – แม้ช่วยให้รถเย็นเร็ว แต่หากใช้นานเกินไปอาจทำให้อากาศอับและออกซิเจนลดลง ควรสลับกับโหมดรับอากาศภายนอกเป็นระยะ
  • ไม่เปิดแอร์นานหลายเดือน – การปล่อยระบบปรับอากาศไม่ได้ใช้งานนานเกินไป อาจทำให้เกิดเชื้อราและแบคทีเรียสะสมในระบบท่อลม เมื่อมาเปิดใช้อีกทีจึงกระทบสุขภาพมาก
  • ละเลยการล้างระบบแอร์และแผ่นกรอง – ฝุ่น เชื้อรา และสิ่งสกปรกสะสมในระบบปรับอากาศ อาจกระทบต่อระบบทางเดินหายใจและสุขภาพในระยะยาว

นอนในรถเปิดแอร์ ทำได้ไหม? สิ่งสำคัญคืออย่าประมาท

ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า การพักผ่อนในรถช่วงอากาศร้อนไม่ใช่เรื่องผิด แต่ควรหลีกเลี่ยงการปิดรถมิดชิดพร้อมเปิดเครื่องยนต์และแอร์เป็นเวลานาน โดยเฉพาะในพื้นที่อับลมหรืออากาศถ่ายเทไม่สะดวก

หากรู้สึกง่วงหรือเหนื่อยล้าระหว่างเดินทาง ควรเลือกจุดพักที่ปลอดภัย เปิดให้อากาศถ่ายเท หรือออกมายืดเส้นยืดสายแทนการหลับในรถนานๆ เพราะบางครั้งความสบายเพียงชั่วครู่ อาจแลกมาด้วยอันตรายที่ไม่ทันตั้งตัว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...