4 สาระน่ารู้เกี่ยวกับ “หอยชิจิมิ” ของดีประจำจังหวัดชิมาเนะ!
เมื่อพูดถึงวัตถุดิบพื้นบ้านที่สะท้อนเอกลักษณ์ของญี่ปุ่นได้อย่างชัดเจน “หอยยามาโตะชิจิมิ” คือหนึ่งในนั้น และหากกล่าวถึงแหล่งผลิตที่ดีที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ชื่อของ จังหวัดชิมาเนะ จะถูกกล่าวถึงเป็นอันดับแรกเสมอ จากข้อมูลปริมาณการจับในปี 2016 ที่ประกาศโดยกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมง ญี่ปุ่น ระบุว่าชิมาเนะเป็นจังหวัดที่มีปริมาณการจับหอยชิจิมิมากที่สุดในประเทศ และยังได้รับการยอมรับในด้านคุณภาพที่โดดเด่นไม่แพ้กัน
หอยยามาโตะชิจิมิเป็นหอยน้ำกร่อยที่อาศัยอยู่ในบริเวณซึ่งน้ำทะเลและน้ำจืดผสมกันอย่างลงตัว ความพิเศษของสภาพแวดล้อมเช่นนี้เองที่ทำให้หอยจากชิมาเนะมีรสชาติอูมามิเข้มข้น เนื้อแน่น และอุดมไปด้วยสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นแคลเซียม เหล็ก และวิตามินบี 12 ซึ่งเป็นสารอาหารที่คนยุคใหม่มักขาดแคลน
บทความนี้จะพาทุกคนไปรู้จักหอยชิจิมิจากชิมาเนะอย่างลึกซึ้ง ตั้งแต่แหล่งกำเนิดตามธรรมชาติ วิธีการจับที่สืบทอดกันมา ภาพวิถีชีวิตอันสงบของชาวประมงริมทะเลสาบ ไปจนถึงเมนูท้องถิ่นและของฝากจากหอยชิจิมิ ที่ทำให้วัตถุดิบธรรมดานี้กลายเป็นสมบัติล้ำค่าของภูมิภาคซันอิน
1. ทะเลสาบชินจิและทะเลสาบจินไซ แหล่งกำเนิดหอยชิจิมิชั้นเลิศ
หัวใจสำคัญของความอร่อยของหอยชิจิมิจากชิมาเนะ อยู่ที่สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่หาได้ยาก ทะเลสาบชินจิและทะเลสาบจินไซ ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกของจังหวัด เป็นทะเลสาบน้ำกร่อยที่ได้รับทั้งแร่ธาตุจากแม่น้ำและน้ำทะเลจากทะเลญี่ปุ่น สารอาหารเหล่านี้ไหลเวียนอยู่ในระบบนิเวศอย่างสมดุล ส่งผลให้หอยยามาโตะชิจิมิเติบโตอย่างแข็งแรงและมีคุณภาพสูง
โดยเฉพาะทะเลสาบจินไซ ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกของเมืองอิซูโมะ ใกล้กับศาลเจ้าอิซูโมะไทฉะ มีความลึกไม่ถึง 2 เมตร ทำให้แสงแดดส่องถึงก้นทะเลสาบอย่างทั่วถึง แพลงก์ตอนพืชสามารถสังเคราะห์แสงได้อย่างมีประสิทธิภาพ กลายเป็นอาหารชั้นดีของหอย อีกทั้งยังมีออกซิเจนเพียงพอ ส่งผลให้หอยมีรสชาติเข้มข้นและอูมามิสูง หอยจากที่นี่มีขนาดใหญ่กว่า 13 มิลลิเมตร
และเป็นที่รู้จักในชื่อ “จินไซโกะ ชิจิมิ” ซึ่งมีปริมาณจำกัดและถูกขนานนามว่าเป็น “หอยลายลึกลับ” ของญี่ปุ่น
2. วิถีการจับหอย งานหนักที่เต็มไปด้วยภูมิปัญญา
ภาพของชาวประมงในเมืองมัตสึเอะ ที่หย่อนเกรียงยาวลงไปในผืนน้ำจากเรือเล็ก เป็นภาพที่สะท้อนวิถีชีวิตดั้งเดิมของชิมาเนะได้อย่างงดงาม การจับหอยชิจิมิใช้ตะกร้าเกี่ยวที่ติดกับคันเบ็ด ขูดไปตามก้นทะเลสาบ เมื่อเขย่าตะกร้าใต้น้ำ โคลนและหอยขนาดเล็กจะหลุดออกไป เหลือเฉพาะหอยที่มีขนาดเหมาะสมสำหรับการจับ
การทำประมงในพื้นที่แบ่งออกเป็นสองรูปแบบ คือการใช้แรงคน ซึ่งชาวประมงจะดึงเรือเล็กด้วยตนเอง และการใช้เครื่องจักร โดยผูกเรือเล็กเข้ากับเรือใหญ่ แม้ปัจจุบันเทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น แต่ในบางพื้นที่ยังคงรักษาการใช้แรงคนเอาไว้ เพื่อถนอมทรัพยากรธรรมชาติและลดความเสียหายต่อหอย
หลังจากจับขึ้นมาแล้ว หอยจะถูกคัดแยกตามขนาดด้วยเครื่อง ก่อนนำมาคัดด้วยมืออีกครั้งเพื่อแยกหอยที่สมบูรณ์ออกจากหอยที่ไม่เหมาะสม จากนั้นจึงจัดส่งโดยบริษัทผู้ผลิตโดยตรง ไม่ผ่านการขายรวมกับสหกรณ์ประมง ขั้นตอนทั้งหมดนี้สะท้อนถึงความพิถีพิถันที่ทำให้หอยชิจิมิจากชิมาเนะได้รับความเชื่อถือในด้านคุณภาพ
3. หอยชิจิมิกับอาหารท้องถิ่น รสชาติที่เรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง
หากต้องการลิ้มรสความอร่อยของหอยชิจิมิอย่างแท้จริง เมนูที่ไม่ควรพลาดคือ “ซุปหอยลาย” ซึ่งถือเป็นอาหารพื้นฐานของครัวเรือนในชิมาเนะ เคล็ดลับสำคัญคือการนำหอยไปแช่น้ำก่อนต้ม เพื่อให้หอยคลายตัวและปล่อยรสชาติออกมาอย่างเต็มที่ เนื่องจากหอยเองมีอูมามิสูง จึงไม่จำเป็นต้องใส่สาหร่ายหรือน้ำซุปดาชิเพิ่ม
นอกจากซุปใสและซุปมิโซะแล้ว ยังมีเมนูท้องถิ่นที่ได้รับความนิยม เช่น “ข้าวอบหอยลาย” ซึ่งหุงข้าวด้วยน้ำซุปจากหอย ทำให้ได้รสชาติกลมกล่อมและสารอาหารครบถ้วน หรือ “หอยนึ่งสาเก” เมนูเรียบง่ายที่ชาวประมงแนะนำ เพียงราดสาเกลงบนหอยก็ช่วยให้เนื้อหอยอวบ นุ่ม และหอมยิ่งขึ้น
ในยุคปัจจุบัน หอยชิจิมิยังถูกนำมาสร้างสรรค์เป็นเมนูใหม่ ๆ เช่น “แฮมเบอร์เกอร์หอยลาย” ซึ่งผสมผสานรสชาติท้องถิ่นเข้ากับอาหารสมัยใหม่ ทำให้หอยชิจิมิกลายเป็นวัตถุดิบอเนกประสงค์ที่สามารถใช้ได้ทั้งในอาหารดั้งเดิมและอาหารร่วมสมัย
4. ของฝากจากหอยชิจิมิ ความอร่อยที่นำกลับบ้านได้
หอยชิจิมิจากชิมาเนะไม่ได้มีดีแค่ในร้านอาหารเท่านั้น แต่ยังถูกพัฒนาเป็นของฝากหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่หอยสดและหอยแช่แข็งที่ช่วยเพิ่มกรดอะมิโนและสารออร์นิทีน ไปจนถึงหอยบรรจุสุญญากาศที่สามารถเก็บไว้ที่อุณหภูมิห้องและนำไปปรุงอาหารได้ทันที
นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์แปรรูป เช่น “สึคุดานิ ฟุริคาเกะ” หรือเครื่องเคียงจากหอยลาย ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลิ้มรสอูมามิของชิมาเนะแบบง่าย ๆ ของฝากเหล่านี้ไม่เพียงเป็นอาหาร แต่ยังเป็นตัวแทนของธรรมชาติและวิถีชีวิตอันเรียบง่ายของภูมิภาคนี้อีกด้วย
หอยชิจิมิจากจังหวัดชิมาเนะไม่ใช่เพียงวัตถุดิบอาหารธรรมดา แต่เป็นผลลัพธ์ของธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ภูมิปัญญาการทำประมง และวัฒนธรรมการกินที่สืบทอดกันมายาวนาน ตั้งแต่ทะเลสาบน้ำกร่อยที่สมบูรณ์ วิธีการจับที่ใส่ใจ ไปจนถึงอาหารท้องถิ่นและของฝากที่หลากหลาย ทุกองค์ประกอบล้วนหล่อหลอมให้หอยชิจิมิกลายเป็นสมบัติล้ำค่าของญี่ปุ่น ถ้ามีโอกาสได้เดินทางไปยังชิมาเนะ อย่าลืมแวะชมทิวทัศน์อันเงียบสงบของทะเลสาบชินจิ ลองลิ้มรสซุปหอยลายร้อน ๆ และสัมผัสความเรียบง่ายที่เต็มไปด้วยคุณค่า เพราะบางครั้ง ความอร่อยที่แท้จริงก็เกิดจากธรรมชาติและเวลาอย่างแท้จริง
สรุปเนื้อหาจาก : kankou-shimane.com