“มอร์แกน สแตนลีย์” อัพเป้า ADVANC ใหม่ 450 บาท ชูกระแสเงินสดแกร่ง-ปันผลเด่น
มอร์แกน สแตนลีย์ ปรับเพิ่มคำแนะนำหุ้น บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC ผู้ให้บริการโทรคมนาคมชั้นนำของไทย เป็น "Overweight" พร้อมปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 450 บาท จากเดิม 335 บาท ซึ่งถือเป็นราคาเป้าหมายสูงสุดในตลาด (Street-high) สะท้อนมุมมองเชิงบวกที่เพิ่มขึ้นต่อความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งของ AIS (โดยเรียกว่าเป็น Cash Cow ของไทยที่มีเสถียรภาพ) พร้อมทั้งยังมีแนวโน้มการจ่ายเงินปันผลที่ดี และบทบาทสำคัญในตลาดศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ (AI Data Center) ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในประเทศไทย
มอร์แกน สแตนลีย์ ระบุว่าประเทศไทยเป็นตลาดโทรคมนาคมในอาเซียนที่บริษัทให้น้ำหนักการลงทุนสูงสุดสำหรับปี 2569 โดยอ้างถึงโครงสร้างตลาดแบบผู้ประกอบการสองราย (Duopoly) ซึ่งครอบครองโดย AIS และ TRUE ที่ส่งเสริมให้เกิดการกำหนดราคาอย่างมีเหตุผลและมุ่งเน้นด้านความสามารถในการทำกำไร ผู้ให้บริการทั้งสองรายต่างให้ความสำคัญกับผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนแนวโน้มเชิงบวกในระยะยาว
AIS คาดว่าจะสร้างกระแสเงินสดอิสระ (Free Cash Flow: FCF) เกินกว่า 80,000 ล้านบาทต่อปีในช่วงปีงบประมาณ 2569–2571 ซึ่งเพียงพอครอบคลุมการจ่ายเงินปันผลปกติที่มากกว่า 50,000 ล้านบาทต่อปี ทั้งนี้ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท ได้แก่ กลุ่ม GULF (สัดส่วน 40.4%) และ Singtel (สัดส่วน 24.8%) ต่างได้รับประโยชน์จากกระแสเงินปันผลดังกล่าวเป็นประจำทุกปีตามสัดส่วนการถือหุ้น
นอกเหนือจากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในธุรกิจโทรคมนาคมหลักแล้ว AIS ยังเร่งขยายการมีส่วนร่วมในตลาดศูนย์ข้อมูล AI ของไทยที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด มอร์แกน สแตนลีย์ ชี้ให้เห็นถึงการปรับเพิ่มประมาณการกำลังการผลิต โดยภาคธุรกิจศูนย์ข้อมูลของไทยที่เดิมคาดการณ์ไว้ที่ 1 กิกะวัตต์ภายในปี 2578
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นใกล้เคียง 3 กิกะวัตต์ อันเป็นผลมาจากความสนใจที่เพิ่มสูงขึ้นภายหลังข้อจำกัดด้านกำลังการผลิตในประเทศมาเลเซีย โดย AIS ผ่านกิจการร่วมค้า (Joint Venture) กับ Singtel และ GULF กำลังก่อสร้างศูนย์ข้อมูลใหม่จำนวน 3 แห่ง รวมกำลังการผลิตประมาณ 164 เมกะวัตต์ พร้อมทั้งมีแผนส่งมอบบริการ Sovereign Cloud ของไทยร่วมกับ Oracle
มอร์แกน สแตนลีย์ ปรับเพิ่มประมาณการกำไรต่อหุ้น (Earnings Per Share: EPS) ของ AIS สำหรับปีงบประมาณ 2569–2570 ขึ้นมาอีกราวร้อยละ 6.4–10.8 โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนจากการคาดการณ์รายได้ที่เพิ่มขึ้น (จากค่าเฉลี่ยรายได้ต่อผู้ใช้งาน หรือ ARPU ที่ปรับตัวสูงขึ้น) และอัตรากำไรที่ดีขึ้น โดยคาดว่าการเติบโตของรายได้รวมและ EBITDA จะอยู่ในระดับตัวเลขหลักเดียวต่ำ
ทั้งนี้ แม้ว่ามอร์แกน สแตนลีย์ จะมองว่า AIS เป็นบริษัทที่สร้างผลตอบแทนทบต้นได้อย่างสม่ำเสมอ (Reliable Compounder) และมีความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดที่โดดเด่น แต่ยังระบุด้วยว่า TRUE อาจมีศักยภาพในการปรับตัวของกำไรที่มากกว่า สำหรับนักลงทุนที่มุ่งเน้นการเติบโตในระดับสูง