โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'สุวินัย' ยก 5 ข้อ สิ่งที่ไทยต้องทำในศึกละแวกยุคดิจิทัล แนะ 'ปิดเกม' ให้เร็ว-เด็ดขาด

แนวหน้า

เผยแพร่ 28 ก.ค. 2568 เวลา 17.00 น.

29 ก.ค. 68 รศ.ดร.สุวินัย ภรณวลัย อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า "สิ่งที่กองทัพไทยต้องทำในศึกละแวกยุคดิจิตัลคืออะไร?
1. ศึกที่ไม่ใช่ศึกเพื่อ “ชายแดนไม่กี่ตารางกิโลเมตร” แต่เป็นศึกเพื่อ “โครงสร้างอำนาจในอินโดจีน” สงครามไทย–เขมรครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงเรื่องความขัดแย้งประจำพรมแดน หากแต่เป็น สมรภูมิที่เชื่อมโยงมหาอำนาจสองขั้ว คือจีนกับสหรัฐ ซึ่งต่างต้องการใช้กัมพูชาเป็นฐานรุกเข้าสู่ยุทธศาสตร์ทะเลอินโดจีนของตน เบื้องหลังการเจรจาไร้เงื่อนไขที่นายภูมิธรรมไปทำ ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของคนไทยเลย แต่เป็นผลประโยชน์ของ กลุ่มทุนการเมืองในประเทศ และ ตระกูลการเมืองไทย ที่ผูกพันธุ์ผลประโยชน์กับตระกูลฮุนมายาวนาน
นี่จึงเป็นศึกที่มี เดิมพันสูงกว่าแผนที่ชายแดน เพราะมันคือศึกเพื่อ 'ปิดเกม' เครือข่ายผลประโยชน์ที่ยึดชาติเป็นตัวประกัน
2. #ควรประกาศกฎอัยการศึก: การตัดสินใจที่ถูกเวลาที่สุด กองทัพไทยควรประกาศกฎอัยการศึกทั่วประเทศในห้วงเวลาที่ความมั่นคงของชาติสั่นสะเทือนจากหลายทิศ
> เพื่อปิดช่องให้เครือข่ายผลประโยชน์ในประเทศใช้ “การเมืองสับขาหลอก” กดดันกองทัพให้หยุดยิงโดยไร้เงื่อนไข
> เพื่อรักษาเสถียรภาพในพื้นที่เมืองใหญ่ ป้องกัน สงครามข้อมูล และ การจลาจลแฝง ที่อาจเกิดขึ้นจากผู้เล่นภายนอก
> เพื่อสร้าง Unified Command ในช่วงเวลาที่ต้องใช้ “ภาวะผู้นำเชิงยุทธศาสตร์” ไม่ใช่ “เกมผลประโยชน์เฉพาะกลุ่ม”
3. พันธมิตรตามภูมิศาสตร์: เวียดนามและลาวบางที นี่อาจเป็นจังหวะที่กองทัพไทยต้อง ประสานจังหวะกับเวียดนามและลาว—สองประเทศที่ไม่ยอมให้กัมพูชาเป็น “ฐานของใครก็ได้” ที่จะเข้ามาขยายอิทธิพลในภูมิภาค
> เวียดนามไม่ไว้ใจทั้งจีนและสหรัฐ เพราะเห็นบทเรียนในทะเลจีนใต้
> ลาวต้องการทางออกสู่ทะเล และการลดบทบาทกัมพูชาที่ขวางผลประโยชน์เชื่อมโยงอินโดจีน

การประสานกองกำลัง (หากเกิดขึ้น) จึงไม่ใช่เพียง “การช่วยเหลือเพื่อนบ้าน” แต่คือ การยกระดับยุทธศาสตร์ของไทย ให้พ้นจากกับดัก “ศึกชายแดนท้องถิ่น” ไปสู่ “สมรภูมิยุติการขยายอิทธิพลของคนนอกภูมิภาค”

4. บทบาทที่กองทัพไทยควรต้องทำทันที
(1) ปฏิเสธ “การหยุดยิงไร้เงื่อนไข”
การพักรบต้องมีเงื่อนไขที่ชัดเจน: คืนพื้นที่ที่รุกล้ำ + ยอมรับแผนที่มาตราส่วน 1:50,000
ไม่เปิดโอกาสให้ฝ่ายตรงข้ามใช้ “เวลาพักรบ” สะสมกำลังกลับมาสู้ใหม่
(2) เร่งปิดเกมในสนามรบ
ใช้ กำลังทางอากาศเต็มรูปแบบ เพื่อกดดันให้เขมร “โงหัวไม่ขึ้น” ภายในระยะเวลาสั้น
เพิ่มระดับการโจมตีต่อฐานกำลังและโครงสร้างสนับสนุน (ไม่ใช่พื้นที่พลเรือน) เพื่อเร่งให้เกิด จุดแตกหัก
(3) สงครามข้อมูล (Information Warfare)
ทำให้สังคมไทยและนานาชาติเห็นชัดว่า เขมรเปิดฉากยิงก่อน และใช้ BM21 โจมตีพลเรือนไทย
ปิดทาง “เกมกดดันสังคม” ของเครือข่ายทุนการเมืองในประเทศที่จะอ้างเรื่องมนุษยธรรมเพื่อบีบให้หยุดรบ
(4) ตัดวงจรทุน–การเมือง–สงคราม
ตรวจสอบเครือข่ายผลประโยชน์ในประเทศที่โยงกับตระกูลการเมืองและกลุ่มทุนข้ามพรมแดน
ใช้โอกาสนี้ “ปิดเกมผลประโยชน์สีเทา” ที่ผูกพันชายแดนไทย–กัมพูชา มานานหลายสิบปี

5. เกมยาว: จากสงครามสนามรบ → สงครามสัญญา
ชัยชนะในสนามรบจะไร้ความหมาย หากเรา “คืนทุกอย่างให้โต๊ะเจรจาที่คนอื่นเป็นผู้กำหนด”

● สิ่งที่กองทัพไทยต้องเตรียมหลังปิดเกม:
> จัดการเจรจาผ่านผู้นำกองทัพโดยตรง ไม่ใช่ผ่านตัวแทนการเมืองที่มีผลประโยชน์ทับซ้อน
> เขียนกติกาใหม่ ที่ป้องกันการกลับมาของเครือข่ายผลประโยชน์ข้ามชาติที่ใช้ชายแดนเป็นแหล่งต่อรอง
> วางแผนฟื้นฟูพื้นที่ชายแดน ให้กลายเป็น “เขตเศรษฐกิจแห่งสันติภาพ” ภายใต้การควบคุมของไทยอย่างเบ็ดเสร็จ

บทสรุป:
ศึกครั้งนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องปืนใหญ่กับ BM21 แต่เป็นศึกเพื่อ ตัดสินว่าใครจะเป็นผู้กำหนดอนาคตอินโดจีน
สิ่งที่กองทัพไทยต้องทำ คือการ 'ปิดเกม' ให้เร็ว และ 'ปิดเกม' ให้เด็ดขาด ทั้งต่อฝ่ายตรงข้ามนอกบ้าน และต่อ เครือข่ายขายชาติ ในบ้านเรา
ด้วยความปรารถนาดี
~ สุวินัย ภรณวลัย"

.-008

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...