โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Webull เปิดตัวระบบใหม่ “DRIP” ทบต้นเงินปันผลอัตโนมัติ พร้อมลุยตลาดหุ้นไทย ก.ย.นี้

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 05 มิ.ย. 2568 เวลา 08.25 น. • เผยแพร่ 05 มิ.ย. 2568 เวลา 08.25 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัทหลักทรัพย์ วีบูลล์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ "Webull Thailand" ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ Webull Corporation (NASDAQ: BULL) ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มเทรดออนไลน์ระดับโลก ได้เปิดตัวระบบใหม่ภายใต้ชื่อ Dividend Reinvestment Plan หรือ "DRIP" ระบบที่จะช่วยให้นักลงทุนสามารถนำเงินปันผลที่ได้รับจากหุ้น กลับมาซื้อหุ้นตัวเดิมเพิ่มโดยอัตโนมัติ

นายชลเดช เขมะรัตนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Webull Thailand อธิบายเพิ่มเติมถึงระบบ DRIP ว่า เป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับนักลงทุนสายระยะยาวที่ไม่ต้องการรับเงินปันผลเป็นเงินสด แต่ต้องการให้เงินลงทุนเติบโตอย่างต่อเนื่องผ่านการทบต้น โดยระบบจะทำการซื้อหุ้นตัวเดิมให้ทันทีอัตโนมัติ เมื่อมีเงินปันผลที่สูงกว่า 1 ดอลลาร์สหรัฐ (หลังหักภาษี ณ ที่จ่าย) แทนที่จะรับเป็นเงินสดเข้าบัญชี

สำหรับการเปิดตัวระบบ DRIP ในครั้งนี้ แสดงถึงความตั้งใจของ Webull Thailand ในการสนับสนุนนักลงทุนให้สร้างความมั่งคั่งในระยะยาว โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดโลกอาจมีความผันผวนจากปัจจัยระยะสั้น การนำเงินปันผลกลับไปลงทุนซ้ำ จะช่วยให้เงินลงทุนขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และอาจสร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้นในระยะยาว

สำหรับนักลงทุนที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์การลงทุนหุ้นสหรัฐฯ เพื่อสร้างความมั่งคั่งระยะยาวผ่านระบบ DRIP รวมถึงเข้าถึงฟีเจอร์อื่น ๆ ที่ออกแบบมาเพื่อนักลงทุน ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในกองทุน ETFs หรือสัญญาออปชันของหุ้นและดัชนีสหรัฐฯ สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Webull Thailand ได้แล้ววันนี้ ทั้งบน App Store และ Play Store หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.webull.co.th

สำหรับ Webull บริษัทเทคโนโลยีทางการเงินจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีประสบการณ์ในตลาดทุนกว่า 7 ปี บริษัทแม่ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ เตรียมเปิดให้บริการแพลตฟอร์มเทรดหุ้นไทยภายในเดือนกันยายนนี้ ซึ่งมีทุนจดทะเบียนประมาณ 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

คาดว่าสัดส่วนรายได้หลักในช่วงเริ่มต้นจะมาจากธุรกิจซื้อขายหุ้นสหรัฐฯ ราว 70% และหุ้นไทยประมาณ 30% โดยมีแผนสร้างความแข็งแกร่งของฐานลูกค้าในระยะกลาง ก่อนขยายบริการครอบคลุมภูมิภาคเอเชียในลำดับถัดไป

บริษัทยังมีแผนขยายฐานผู้ใช้งานจากกลุ่มนักเทรด (Trader) ไปสู่กลุ่มนักลงทุนระยะยาว (Investor) เพื่อรองรับแนวโน้มการลงทุนที่หลากหลายมากขึ้นในอนาคต โดยในระยะยาว บริษัทตั้งเป้าเจาะตลาดหุ้นต่างประเทศเพิ่มเติม เช่น ฮ่องกงและจีน โดยตลาดเป้าหมายรวมทั้งหมดครอบคลุมกว่า 14 ประเทศ

สำหรับค่าธรรมเนียมซื้อขายหุ้นสหรัฐฯ บริษัทเก็บอัตราคอมมิชชั่นเพียง 0.1% โดยไม่มีขั้นต่ำ ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับโบรกเกอร์ต่างชาติที่ให้บริการในไทย ขณะเดียวกัน บริษัทอยู่ระหว่างการดำเนินการขอเป็นสมาชิกตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อขยายบริการไปยังหุ้นไทย โดยจะใช้แอปพลิเคชันเดียวกันในการให้บริการทั้งหุ้นไทยและหุ้นต่างประเทศ

ทั้งนี้ บริษัทมีทีมวิศวกรภายในขนาดใหญ่ และพัฒนาเทคโนโลยีทั้งหมดด้วยตนเอง ทำให้สามารถปรับปรุงฟีเจอร์และออกแบบระบบให้ตรงตามความต้องการของนักลงทุนระดับโลก ปัจจุบันจำนวนผู้ใช้งานคนไทยยังไม่ถึง 10 ล้านราย แต่มีอัตราการเติบโตอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มที่ได้รับการจับตาอย่างใกล้ชิดในปีนี้

สำหรับจำนวนยอดผู้ใช้งานของ Webull นั้น นายชลเดช คาดว่า ปัจจุบัน Webull มีบัญชีอยู่ราว 130,000-150,000 บัญชี โดยในจำนวนนี้เป็นบัญชีที่มีการใช้งานจริง (Active Account) ประมาณ 100,000 บัญชี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้ใช้งานอายุระหว่าง 25-45 ปี โดยหลังจากที่มีการขยายบริการด้านการลงทุนที่หลากหลายมากขึ้น บริษัทตั้งเป้าจะมีจำนวนบัญชีที่เปิดใหม่เพิ่มขึ้นอย่างน้อยคิดเป็น 30% ของจำนวนผู้ใช้งานทั้งหมดบนแพลตฟอร์ม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...