โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จับตา KAMART เสี่ยงเข้าข่ายปั่นหุ้นผ่านกลุ่มไลน์ ปมโพสต์มติบอร์ดผ่านช่องทางธรรมชาติ

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 20 มิ.ย. 2568 เวลา 17.02 น. • เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2568 เวลา 08.06 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (19 มิ.ย.68) โลกออนไลน์มีการส่งต่อภาพข้อความสนทนาที่ใช้ชื่อว่า KAMART-Insight ที่ส่งข้อความช่วงเวลา 15.58 น. โดยมีเนื้อหาระบุว่า “KAMART แจ้งมติบอร์ดอนุมัติซื้อหุ้นคืนจากตลาดหลักทรัพย์ บริษัท คาร์มาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ KAMART มีมติที่ประชุมบอร์ดครั้งที่ 3/2568 เห็นชอบให้ดำเนินการซื้อหุ้นคืนจากตลาดหลักทรัพย์ รวมไม่เกิน 30 ล้านหุ้น เริ่มตั้งแต่ 19 มิ.ย. 2568 เป็นต้นไป”

ก่อนที่จะส่งข้อความต่อมาถึงเหตุผลในการซื้อหุ้นคืนว่า “โดยมีเหตุผลว่าสภาวะปัจจุบันมีปัจจัยหลายอย่าง โดยเฉพาะปัจจัยทางการเมือง ทำให้ดัชนีตลาดหลักทรัพย์รวมทั้งหุ้นของบริษัทฯ ลดลงอย่างมีนัยสำคัญและตกต่ำลงกว่าปัจจัยพื้นฐานที่ควรจะเป็นคณะกรรมการบริษัทจึงนำมาตรการซื้อหุ้นคืนมาใช้เพื่อรักษาให้สุภาพตลาดเคลื่อนไหวในทิศทางที่มีเหตุมีผลและเหมาะสมกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

ทั้งนี้ ภาพดังกล่าวถูกตั้งคำถามจากนักลงทุนเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลของ KAMART ผ่านช่องทางออฟฟิเชียลไลน์ KAMAR-Insight ว่าเป็นการเปิดเผยข้อมูลที่ไม่เท่าเทียม และไม่เป็นไปตามหลักกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเปิดเผยข้อมูลอันเป็นสาระสำคัญที่มีผลต่อราคาหุ้นภายใต้พระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯหรือไม่ เนื่องจากปกติบริษัทจดทะเบียนจะต้องแจ้งข้อมูลความเคลื่อนไหวในช่วงก่อนตลาดเปิด หลังตลาดปิดภาคเช้า และหลังตลาดปิดภาคบ่าย ผ่านช่องทางสารสนเทศของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ซึ่งภายหลังปรากฏว่าในเวลา 17.00 น. ของวันเดียวกัน (19 มิ.ย. 68) KAMART แจ้งข้อมูลผ่านตลาดหลักทรัพย์ว่า มีมติอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงิน จำนวนไม่เกิน 30,000,000 หุ้น คิดเป็น 2.34% ของจำนวนหุ้นที่ชำระแล้วทั้งหมด โดยใช้งบประมาณไม่เกิน 210 ล้านบาท เริ่มตั้งแต่ 19 มิ.ย.68 เป็นต้นไป ซึ่งตรงกับข้อมูลที่มีการเผยแพร่ก่อนหน้าผ่านออฟฟิเชียลไลน์ KAMART-Insight

ทั้งนี้ หากพิจารณาเงื่อนไขและขั้นตอนการซื้อหุ้นคืน (Treasury Stock) ตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด บริษัทที่ดำเนินการซื้อหุ้นคืน เมื่อคณะกรรมการบริษัทมีมติแล้ว จะต้องเปิดเผยข้อมูลการซื้อหุ้นคืนในแต่ละโครงการให้สาธารณรับทราบ ภายในวันที่คณะกรรมการมีมติ และแจ้งต้องล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วันก่อนการเริ่มซื้อหุ้นคืน นั้นเท่ากับว่า การแจ้งข้อมูลของ KAMART เกี่ยวกับมติของคณะกรรมการที่อนุมัติการซื้อหุ้นคืนจำนวน 30 ล้านหุ้นในวันเดียวกัน (19 มิ.ย. 68) ที่บริษัทจะเริ่มซื้อหุ้น คืนเพื่อบริหารทางการเงินนั้น ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดที่กฎหมายกำหนดไว้ จึงเป็นที่มาที่ทำให้ในวันรุ่งขึ้น (20 มิ.ย. 68) KAMART จึงมีการแจ้งข้อมูลต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ อีกครั้ง เพื่อขอแก้ไขวันเริ่มต้นซื้อหุ้นคืน เป็นวันที่ 23 มิ.ย.68 -22 ธ.ค.68

นอกจากนี้ มีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของราคาหุ้น KAMART วานนี้ ที่สามารถปิดบวกสวนภาวะของ SET Index โดยในช่วงเปิดตลาดภาคเช้าราคาหุ้น KAMART ปรับตัวลดลงตามทิศทางตลาดโดยรวมที่อ่อนตัวอย่างรุนแรง และราคาหุ้นปรับตัวลงทำจุดต่ำสุด (Low) ที่ระดับ 6.65 บาท

ขณะที่เมื่อเปิดตลาดภาคบ่าย ปรากฏว่า ราคาหุ้น KAMART ในช่วงเวลา 14:23 น. กลับมีปริมาณการซื้อขาย (วอลุ่ม) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีแรงซื้อเข้ามาจำนวนมากกว่า 700,000 หุ้น ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วจนกลับมาแตะที่ระดับ 7.00 บาท

ต่อมาในช่วงเวลา 15:58 น. มีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านช่องทางออฟฟิเชียลไลน์ KAMART-Insight เกี่ยวกับแผนการซื้อหุ้นคืนของบริษัท ส่งผลให้เกิดแรงซื้อเพิ่มเติมในช่วงเวลา 15:59–16:00 น. โดยมีการเข้าซื้อไม้ใหญ่อีกประมาณ 700,000 หุ้น ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดของวัน (High) ที่ระดับ 7.20 บาท ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 7.15 บาท เพิ่มขึ้น 0.15 บาท หรือ 2.14% ด้วยมูลค่าการซื้อขายรวมทั้งสิ้น 50 ล้านบาท

สำหรับออฟฟิเชียลไลน์ KAMART-Insight อ้างอิงข้อมูลที่เคยถูกเปิดเผยผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก Chal Chalermdej ซึ่งเป็นเฟสบุ๊คเพจของนายเฉลิมเดช ลีวงศ์เจริญ หรือ เชาว์ อดีตนายกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า (ประเทศไทย) หรือ Thai VI ระบุว่า KAMART-Insight เป็น platform IR ที่บริษัท Invesnity ให้บริการ มีข้อมูล ข่าวสารของบริษัทจดทะเบียน รวมถึงการเปลี่ยนแปลงรายชื่อผู้ถือหุ้น เป็นช่องทางให้บริษัทสื่อสารกับนักลงทุน โดยผู้ที่สนใจสามารถแอดไลน์เข้ามาดูรายละเอียดได้ เป็นช่องทางสาธารณะที่ไม่มีค่าใช้จ่าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...